โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

กลุ่มทิสโก้ร่วม JUMP+ ขับเคลื่อนองค์กรสู่อนาคตที่ยั่งยืน ตั้งเป้า ROEA เฉลี่ย 15-17% ใน 3 ปี

Share2Trade

อัพเดต 20 มี.ค. เวลา 07.38 น. • เผยแพร่ 20 มี.ค. เวลา 07.38 น. • Share2Trade
TISCO JUMP+.jpg

กลุ่มทิสโก้เข้าร่วมโครงการJUMP+ ตอกย้ำขับเคลื่อนองค์กรสู่อนาคตที่ยั่งยืน ตั้งเป้า ROAE ภายในปี 71 อยู่ในระดับ 15-17%

นายอสัสเดช คงสิริ กรรมการและผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) กล่าวว่า โครงการJUMP+ เป็นโปรเจคที่สำคัญอันดับต้นของตลท. ในช่วง 1ปีครึ่งที่ผ่านมา ในการเปิดเผยข้อมูลของบริษัทให้นักลงทุนได้รับทราบ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้นักลงทุน

นายศักดิ์ชัย พีชะพัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ทิสโก้ไฟแนนเชียลกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า กลุ่มทิสโก้ เข้าร่วมโครงการ JUMP+ ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ซึ่งเป็นหนึ่งในโครงการสำคัญที่มุ่งสนับสนุนการยกระดับศักยภาพของบริษัทจดทะเบียน และส่งเสริมการสร้างมูลค่าอย่างยั่งยืนให้กับระบบตลาดทุนไทย โดยการเข้าร่วมครั้งนี้สะท้อนเจตนารมณ์ในการขับเคลื่อนการเติบโตอย่างมีคุณภาพ โปร่งใส และมั่นคง เพื่อผู้ถือหุ้นและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกภาคส่วน

โดยกลุ่มทิสโก้ยึดแนวคิด “ธุรกิจสร้างคุณค่า วัฒนาสู่สังคม” เป็นหัวใจหลักของการพัฒนาองค์กร พร้อมกำหนดกรอบการดำเนินงานผ่านโครงการ JUMP+ ในสามมิติสำคัญ ได้แก่ ด้านธุรกิจ (Business Growth Plan) ด้านธรรมาภิบาล (Governance Plan) และด้านสิ่งแวดล้อม (Climate Action) ซึ่งเป็นรากฐานของการเติบโตอย่างยั่งยืน

ในด้านธุรกิจ กลุ่มทิสโก้กำหนดทิศทางเชิงกลยุทธ์ที่เน้นการนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาเป็นกลไกขับเคลื่อนการพัฒนาองค์กร ทั้งในมิติของการเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน และคุณภาพการให้บริการลูกค้า พร้อมตั้งเป้าอัตราผลตอบแทนต่อส่วนของผู้ถือหุ้นเฉลี่ย (ROAE) ภายในปี 2571 ให้อยู่ในระดับ 15–17% อย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมอ

โดยแผนกลยุทธ์แรก มุ่งเน้นการใช้ AI เพื่อเพิ่มความแม่นยำ รวดเร็ว และสม่ำเสมอในการดูแลลูกค้า ยกตัวอย่าง “พี่รู้ดี AI Virtual Coach” ระบบผู้ช่วยอัจฉริยะที่ช่วยให้พนักงานสามารถให้คำแนะนำและให้บริการลูกค้าได้ตรงจุด และมีมาตรฐานเดียวกันทุกสาขาทั่วประเทศ ทั้งในส่วนของธนาคารและสมหวัง เงินสั่งได้ ส่วนแผนกลยุทธ์ที่สอง คือการนำ AI มาเชื่อมโยงเข้ากับทุกมิติของการบริหารความมั่งคั่ง โดยผสานกับความเชี่ยวชาญของที่ปรึกษาทางการเงินเข้ากับแพลตฟอร์ม TISCO My Goal, My Wealth และ My Fund เพื่อมอบประสบการณ์การวางแผนการเงินที่ตอบโจทย์เฉพาะบุคคล และเสริมความพร้อมด้านการวางแผนเกษียณแก่ลูกค้าทั้งกลุ่มการเงินทิสโก้ ในการตอบโจทย์สังคมผู้สูงวัย ซึ่งเป็น Mega Trend ของไทย

ด้านธรรมาภิบาล กลุ่มทิสโก้ มุ่งยกระดับมาตรฐานการกำกับดูแลกิจการอย่างต่อเนื่อง เพื่อเสริมสร้างความโปร่งใสและตรวจสอบได้ โดยตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนกรรมการอิสระให้เกินกว่า 50% ของคณะกรรมการบริษัทภายในปี 2569 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์กำกับดูแลในปัจจุบันที่กำหนดให้มีกรรมการอิสระไม่น้อยกว่า 1 ใน 3 ของจำนวนกรรมการทั้งหมด พร้อมทั้งขยายมาตรการต่อต้านทุจริตคอร์รัปชันไปยังคู่ค้าสำคัญมากขึ้น ตลอดจนเตรียมนำกรอบความรับผิดชอบด้านปัญญาประดิษฐ์ (Responsible AI Reporting Framework) มาใช้ในการกำกับดูแล ประเมินความถูกต้องและโปร่งใส สะท้อนความตั้งใจของกลุ่มทิสโก้ในการเสริมสร้างธรรมาภิบาลที่เข้มแข็ง และยกระดับมาตรฐานการบริหารจัดการองค์กรให้สอดคล้องแนวปฏิบัติที่ดีในระดับสากล เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในระยะยาวแก่ผู้ถือหุ้น นักลงทุน และผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย

สำหรับด้านสิ่งแวดล้อม กลุ่มทิสโก้ยังคงมุ่งเสริมสร้างประสิทธิภาพการใช้พลังงานและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอย่างต่อเนื่อง ผ่านการขยายการติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์ในสาขาธนาคารและสาขาสมหวัง เงินสั่งได้ เพื่อเพิ่มสัดส่วนการใช้พลังงานหมุนเวียนภายในองค์กร รวมถึงการปรับเปลี่ยนรถยนต์ใช้น้ำมันภายในองค์กรเป็นรถยนต์ไฟฟ้า (EV) เพื่อลดการปล่อยคาร์บอนในระยะยาว โดยดำเนินการควบคู่กับมิติในด้านธุรกิจ ด้วยการส่งเสริมสินเชื่อสีเขียว (Green Financing) และควบคุมการให้สินเชื่อที่อาจส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสังคม รวมถึงโครงการปลูกป่าที่ร่วมกับชุมชนเพื่อเพิ่มพื้นที่สีเขียวในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ ทั้งหมดนี้เพื่อขับเคลื่อนองค์กรสู่เป้าหมายการลดก๊าซเรือนกระจกอย่างเป็นรูปธรรม

“การเข้าร่วมโครงการ JUMP+ ไม่เพียงช่วยยกระดับแนวทางการพัฒนาองค์กรของทิสโก้เท่านั้น หากยังสะท้อนความมุ่งมั่นของบริษัทในการเป็นส่วนหนึ่งของการยกระดับคุณภาพตลาดทุนไทย พร้อมสร้างคุณค่าให้แก่ผู้ถือหุ้น ลูกค้า พนักงาน และสังคมอย่างยั่งยืน ภายใต้หลักธรรมาภิบาล ความโปร่งใส และการดำเนินธุรกิจอย่างรับผิดชอบและเป็นธรรม”นายศักดิ์ชัยกล่าว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...