โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

สธ. กางแผนรับมือผลกระทบตะวันออกกลาง ย้ำรถฉุกเฉินไม่สะดุด – ยามีสำรอง – ดันใช้เทคโนโลยีลดเดินทางประชาชน

สวพ.FM91

อัพเดต 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา

สธ. กางแผนรับมือผลกระทบตะวันออกกลาง ย้ำรถฉุกเฉินไม่สะดุด – ยามีสำรอง – ดันใช้เทคโนโลยีลดเดินทางประชาชน

วันนี้ (20 มี.ค.69) นพ. เอกชัย เพียรศรีวัชรา รองปลัดกระทรวงสาธารณสุขและโฆษกกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยถึงการเตรียมความพร้อมรับมือผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบในภูมิภาคตะวันออกกลางว่า นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ได้สั่งการให้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะทรัพยากรสำคัญ 2 ส่วนที่จะส่งผลต่อการให้บริการประชาชน ได้แก่ ด้านยาและเวชภัณฑ์ ภาพรวมขณะนี้มีสำรองใช้ได้ประมาณ 3-4 เดือน

ส่วนกลางโดย กองบริหารการสาธารณสุข (กบรส.) ได้ร่วมกับ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ติดตามข้อมูลและประสานงานทั้งด้าน Supply กับบริษัทผู้ผลิต/นำเข้ายา และด้าน Demand คือโรงพยาบาลในสังกัดส่วนภูมิภาคซึ่งเป็นผู้ใช้ยา และใช้ระบบข้อมูลบริหารเวชภัณฑ์ออนไลน์ รวบรวมข้อมูลคงคลังจากโรงพยาบาลศูนย์/โรงพยาบาลทั่วไป/โรงพยาบาลชุมชน 904 แห่งทั่วประเทศ สามารถติดตามจำนวนและปริมาณคงคลังยาแต่ละรายการในแต่ละจังหวัดและเขตสุขภาพ โดยจะเฝ้าระวังใกล้ชิดในรายการยาที่คาดว่าจะอ่อนไหว ทั้งในด้านวัตถุดิบ การผลิตในประเทศ และนำเข้า ตามรายการจำเป็นที่ อย. กำหนด ยาในกลุ่มโรคเรื้อรังที่สำคัญและยาจิตเวช เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้ป่วยขาดยา ขณะที่โรงพยาบาลจะกำหนดมาตรการการใช้ให้เหมาะสมตามบริบทพื้นที่และการบริหารจัดการภายในเขต/จังหวัด

นพ. เอกชัย กล่าวต่อว่า ส่วนด้านพลังงาน เนื่องจากสถานการณ์ส่งผลกระทบโดยตรงต่อราคาน้ำมัน กระทรวงสาธารณสุขจึงได้แจ้งหน่วยงานในสังกัดทั่วประเทศดำเนินมาตรการประหยัดพลังงานอย่างเคร่งครัด โดยให้ผู้อำนวยการโรงพยาบาลทั่วประเทศ ปรับรูปแบบการบริการตามความเหมาะสม ทั้งเรื่องลดการเดินทางโดยส่งเสริมการใช้ระบบ Telemedicine และบริการ Health Rider (ส่งยาถึงบ้าน) เพื่อลดการใช้พลังงานของทั้งโรงพยาบาลและประชาชน, การปรับระยะเวลาการจ่ายยาผู้ป่วยเรื้อรังให้เหมาะสมกับสถานการณ์ พร้อมทั้งสื่อสารทำความเข้าใจกับประชาชนอย่างต่อเนื่อง เพื่อไม่ให้เกิดความตื่นตระหนกรวมถึงประสานงานกับสถานีบริการน้ำมันในพื้นที่เพื่อสำรองหรือจัดระบบสำหรับรถพยาบาลฉุกเฉิน ให้สามารถปฏิบัติภารกิจได้โดยไม่มีอุปสรรค
“ขอให้ประชาชนมั่นใจว่า กระทรวงสาธารณสุขมีระบบเฝ้าระวังสต๊อกยาที่แม่นยำและมีการเตรียมพร้อมรับมือในทุกมิติ แม้สถานการณ์ภายนอกจะมีความผันผวน แต่การดูแลสุขภาพของประชาชนจะยังคงดำเนินต่อไปได้อย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพ” นพ. เอกชัย กล่าว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...