โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

กนอ. ปักหมุดไทย “ฮับอุตสาหกรรมยั่งยืน” ด้วย RAPID Platform ดันอาวุธลับ FTA

The Better

อัพเดต 16 มี.ค. เวลา 09.04 น. • เผยแพร่ 16 มี.ค. เวลา 09.00 น. • THE BETTER
กนอ. เร่งสปีดความสำเร็จด้วย RAPID Platform ดันอาวุธลับ FTA ปักหมุดไทย “ฮับอุตสาหกรรมยั่งยืน” ที่นักลงทุนโลกไว้วางใจ

การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) หรือ I-EA-T ประกาศความพร้อมดึงดูดเม็ดเงินลงทุนจากทั่วโลก ท่ามกลางความท้าทายของเศรษฐกิจโลกและกระแสการปรับเปลี่ยนห่วงโซ่อุปทาน ผ่านยุทธศาสตร์การดำเนินงานที่ทันสมัยและการบริการแบบเบ็ดเสร็จ เพื่อสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน

นายสุเมธ ตั้งประเสริฐ ผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) เปิดเผยว่า ในช่วงปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ได้ร่วมเป็นวิทยากรบรรยายในหัวข้อ “INVESTMENT LOCATION SELECTION AND KEY CONSIDERATIONS” ภายในงานสัมมนา "Thailand-China Investment Forum: Keys to Success & Sustainable Growth for Chinese Enterprises" ซึ่งจัดขึ้นโดยคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ร่วมกับสถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย และหน่วยงานพันธมิตรทั้งภาครัฐและเอกชน เมื่อวันที่ 5 มีนาคม 2569 เพื่อแสดงวิสัยทัศน์ในการขับเคลื่อนนิคมอุตสาหกรรมไทยสู่มาตรฐานสากล
นายสุเมธฯ เปิดเผยว่า ในยุคที่ภูมิรัฐศาสตร์โลกมีความผันผวน การขยายการลงทุนเพื่อกระจายความเสี่ยง และการปรับโครงสร้างซัพพลายเชนเป็นสิ่งจำเป็น กนอ.ในฐานะรัฐวิสาหกิจหลักที่มีพันธกิจยกระดับนิคมอุตสาหกรรมสู่มาตรฐานสากล พร้อมใช้จุดแข็งของประเทศไทยที่มีโครงสร้างพื้นฐานชั้นยอด ห่วงโซ่อุปทานที่แข็งแกร่ง และสิทธิประโยชน์จากความตกลงการค้าเสรี (FTA) เป็นอาวุธสำคัญในการดึงดูดนักลงทุน ซึ่งปัจจุบัน FTA ไม่ใช่เพียงทางเลือก แต่เป็น 'ทางรอด' ของผู้ประกอบการ ไทยมี FTA ที่มีผลบังคับใช้แล้วถึง 14 ฉบับ กับ 18 ประเทศ และกำลังจะมีเพิ่มขึ้นในปี 2026 อีก 3 ฉบับ ได้แก่ ไทย-ศรีลังกา (SLTFTA) ไทย-สมาคมการค้าเสรียุโรป (Thai-EFTA) และ ไทย-ภูฏาน (THBTFTA) กนอ.จึงมุ่งสร้างความเข้าใจเรื่องกฎถิ่นกำเนิดสินค้า (Rules of Origin - RoO) ซึ่งเปรียบเสมือน 'พาสปอร์ตสินค้า' เพื่อให้นักลงทุนในนิคมอุตสาหกรรมสามารถใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษีได้อย่างสูงสุด

“ในปี 2569 กนอ.มุ่งขับเคลื่อนด้วย “RAPID Platform” เพื่อตอบโจทย์เมกะเทรนด์โลกโดย กนอ. มุ่งขับเคลื่อนด้วยกลยุทธ์ “RAPID Platform” เพื่อสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนให้กับอุตสาหกรรมไทย ประกอบด้วย : R - Regulatory Flexibility การเพิ่มความยืดหยุ่นด้านกฎระเบียบและใช้ Regulatory Sandbox เพื่อปลดล็อกข้อจำกัดและรองรับอุตสาหกรรมใหม่ๆ A - Advanced Infrastructure การยกระดับโครงสร้างพื้นฐานสู่มาตรฐานสากลและส่งเสริมการใช้พลังงานสะอาด P - Productivity through Innovation การเพิ่มผลิตภาพด้วยนวัตกรรมและส่งเสริมกลุ่มธุรกิจมูลค่าสูง (High-value Business) I - Integrated Digital Transformation การนำเทคโนโลยี AI และ Big Data มาใช้บริหารจัดการผ่าน Dashboard เพื่อความโปร่งใสและมีประสิทธิภาพ และ D - Driving Growth & Sustainability ขับเคลื่อนการเติบโตอย่างยั่งยืนตามหลักการ ESG และเป้าหมายความยั่งยืน (SDGs) นอกจากนี้ ยังพร้อมให้บริการเบ็ดเสร็จ “รวดเร็วกว่า” ผ่านศูนย์ Total Solution Center (TSC) ที่ช่วยลดระยะเวลาการขอใบอนุญาตให้รวดเร็วยิ่งขึ้น” นายสุเมธ กล่าว
นายสุเมธฯ กล่าวอีกว่า กนอ. ชูจุดเด่นเรื่องความรวดเร็วในการอนุมัติอนุญาตผ่านศูนย์ TSC เพื่อให้นักลงทุนเริ่มธุรกิจได้เร็วที่สุด โดยนักลงทุนในนิคมอุตสาหกรรม 82 แห่ง และท่าเรืออุตสาหกรรม 1 แห่ง ของ กนอ. จะได้รับสิทธิพิเศษที่เหนือกว่าสิทธิประโยชน์ทั่วไป เช่น การถือครองกรรมสิทธิ์ที่ดิน, การนำผู้เชี่ยวชาญต่างชาติและครอบครัวเข้ามาพำนัก, และการโอนเงินตราต่างประเทศ สิทธิประโยชน์ในเขตประกอบการเสรี (I-EA-T Free Zone) ยกเว้นภาษีนำเข้า/ส่งออก และภาษีสรรพสามิตสำหรับเครื่องจักรและวัตถุดิบ รวมถึงการบริหารจัดการกฎถิ่นกำอย่างเนิดสินค้าเพื่อสิทธิประโยชน์จาก FTA ซึ่งสถิติในปี 2025 ที่ผ่านมา ประเทศไทยมียอดคำขอรับการส่งเสริมการลงทุนรวมสูงถึง 1,876,653 ล้านบาท โดยกลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมายอย่าง EV, เซมิคอนดักเตอร์, และดิจิทัล เป็นกลุ่มที่ กนอ. พร้อมสนับสนุนอย่างเต็มที่ด้วยพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมกว่า 211,320 ไร่ ที่ครอบคลุมทั่วประเทศ
“กนอ. พร้อมเป็นคู่คิดที่วางใจได้ให้นักลงทุนจากทั่วโลก เรามุ่งมั่นดึงดูดอุตสาหกรรมเป้าหมาย ทั้งยานยนต์ EV, เซมิคอนดักเตอร์ และดิจิทัล เพื่อสร้างความแข็งแกร่งให้เศรษฐกิจไทยในฐานะจุดเชื่อมโยงสำคัญของห่วงโซ่อุปทานโลก”
นายสุเมธ กล่าวสรุป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...