"ตร.สอบสวนกลาง" รวบบัญชีม้าเครือข่ายสแกมเมอร์ หลอกลงทุนเสื้อผ้ามือสอง บีบเหยื่อโอนเงินแก้ล็อค-ค่าประกัน สูญเงินกว่า 800,000 บาท
กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก., พล.ต.ต.โสภณ สารพัฒน์, พล.ต.ต.ศารุติ แขวงโสภา รอง ผบช.ก., เจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.ปคบ. โดยการสั่งการของ พล.ต.ต.คงกฤช เลิศสิทธิกุล ผบก.ปคบ., พ.ต.อ.อนุวัฒน์ รักษ์เจริญ, พ.ต.อ.ชัฏฐ นากแก้ว, พ.ต.อ.สำเริง อำพรรณทอง, พ.ต.อ.พัฒนพงศ์ ศรีพิณเพราะ รอง ผบก.ปคบ., พ.ต.อ.วีระพงษ์ คล้ายทอง ผกก.4 บก.ปคบ. ปฏิบัติการจับกุมผู้ต้องหาเครือข่ายสแกมเมอร์หลอกลงทุนออนไลน์ จำนวน 2 ราย หลังสร้างความเสียหายแก่ประชาชนรวมมูลค่ากว่า 800,000 บาท เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมนำโดย พ.ต.ท.ศิษฏพงศ์ สิริวัฒน์, พ.ต.ท.ชยเชษฐ์ อิทธิยาภรณ์ สว.กก.4 บก.ปคบ. พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.4 บก.ปคบ. จับกุมตัวผู้ต้องหาตามหมายจับ จำนวน 2 ราย ดังนี้ 1. เมื่อวันที่ 13 มีนาคม 2569 จับกุมตัว นายสมชาย (สงวนนามสกุล) อายุ 64 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลจังหวัดหัวหิน ที่ 34/2569 ลงวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2569 2. เมื่อวันที่ 15 มีนาคม 2569 จับกุมตัว น.ส.ธนวรรณ (สงวนนามสกุล) อายุ 21 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลจังหวัดหัวหิน ที่ 42/2569 ลงวันที่ 4 มีนาคม 2569ข้อหา “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชนโดยแสดงตนเป็นบุคคลอื่น และโดยทุจริตหรือโดยหลอกลวง ร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอม ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน” พฤติการณ์ สืบเนื่องจากศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปอส.ตร.) พบมีประชาชน ได้แจ้งความผ่านศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (Anti-Cyber Scam Center: ACSC) ว่ามีขบวนการหลอกลวงให้โอนเงินเพื่อร่วมกันเปิดร้าน รับซื้อเสื้อผ้ามือสองทั่วประเทศ โดยเบื้องต้นหลอกให้ผู้เสียหายโอนเงินค่าสมาชิก แล้วโอนคืนในจำนวนที่มากกว่าค่าสมาชิก ทำให้ผู้เสียหายหลงเชื่อว่า สามารถมีกำไรจากการเป็นสมาชิก จากนั้นได้หลอกให้ทำการโอนเพื่อทำกิจกรรมของกลุ่ม โดยเมื่อผู้เสียหายโอนเสร็จแล้ว และจะเข้าไปถอนเงิน แจ้งว่าให้ทำการยืนยันตัวตนโดยการโอนเงินค่าประกันเข้าไป 22% ของยอดเงินในระบบ ภายหลังผู้เสียหายได้โอนเงินตามที่ถูกกล่าวอ้างแล้ว กลุ่มผู้ต้องหายังคงอ้างเหตุเพิ่มเติมให้ผู้เสียหายต้องโอนเงินซ้ำอีกหลายครั้ง เช่น อ้างเป็น ค่าดำเนินการ ค่าประกัน หรือค่าใช้จ่ายอื่น ๆ โดยไม่มีหลักเกณฑ์ที่ตรวจสอบได้ และเมื่อผู้เสียหายประสงค์จะถอนเงินออกจากระบบตามยอดที่ตนได้โอนไว้ กลุ่มผู้ต้องหากลับอ้างว่าผู้เสียหายต้องโอนเงินเพิ่มอีก จึงจะสามารถถอนเงินได้ ทำให้ผู้เสียหายไม่สามารถถอนเงินออกจากระบบได้ตามปกติและถูกบีบให้โอนเงินเพิ่มอย่างต่อเนื่อง มีเจตนาโดยทุจริตมุ่งหมายเอาทรัพย์สินของผู้เสียหายเป็นสำคัญ จากการสืบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ พบว่าพฤติการณ์เบื้องต้นมีการกระทำความผิดเป็นเครือข่ายในลักษณะขบวนการ และสามารถรวบรวมพยานหลักฐานยื่นขอออกหมายจับผู้ต้องหาที่เกี่ยวข้องจำนวน 6 คน ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจสืบทราบว่า ผู้ต้องหา ทั้ง 2 ราย หลบหนีการจับกุมมาอยู่ในพื้นที่ อ.องครักษ์ จ.นครนายก และพื้นที่เขตหนองเขม กรุงเทพมหานคร จึงลงพื้นที่ตรวจสอบ พบผู้ต้องหาจริง จึงแสดงตัวเข้าจับกุม ตามหมายจับดังกล่าว แจ้งสิทธิตามกฎหมาย จากการสอบถาม โดยผู้ต้องหาทั้ง 2 อ้างว่า เมื่อประมาณปลายปี 2568 ตนเองได้เปิดบัญชีธนาคารอิเล็กทรอนิกส์เพื่อนำไปกู้เงินผ่านแอปพลิเคชันกู้เงินผ่านช่องทางอินเทอร์เน็ตที่ประกาศโฆษณาชักชวน และได้ให้ข้อมูลบัญชีธนาคารอิเล็กทรอนิกส์ของตนผ่านแอปพลิเคชันกู้เงินแต่เมื่อถึงเวลากู้เงินไม่สามารถกู้เงินได้ตามที่กล่าวอ้าง ทำให้เชื่อว่าถูกนำบัญชีธนาคารไปใช้ในการกระทำความผิดในภายหลัง จากนั้นเจ้าหน้าตำรวจจึงควบคุมตัวนำส่งพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธรหัวหิน เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย สำหรับผู้ต้องหารายอื่นๆ เจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ระหว่างติดตามจับกุม เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาว์นาศัย ผบช.ก. กล่าวว่า เตือนไปยังพี่น้องประชาชนถึงภัยเงียบที่แฝงตัวมาในรูปแบบของ โอกาสทางธุรกิจ และความช่วยเหลือทางการเงิน พฤติการณ์ของคนร้ายกลุ่มนี้มีการวางแผนอย่างเป็นระบบ เริ่มจากการสร้างความไว้วางใจด้วยผลกำไรเพียงเล็กน้อย ก่อนจะใช้จิตวิทยาบีบคั้นให้เหยื่อโอนเงินเพิ่มด้วยข้ออ้างเรื่อง ค่าประกัน หรือ ค่าปลดล็อกระบบ ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว ระบบเหล่านี้ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อดูดเงินจากกระเป๋าประชาชนเพียงอย่างเดียว โดยไม่มีการลงทุนจริงเกิดขึ้น ที่น่ากังวลคือ ปัญหา บัญชีม้า ซึ่งเปรียบเสมือนต้นทางของวงจรอาชญากรรม ขอเน้นย้ำไปยังพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มที่กำลังมองหาแหล่งเงินกู้หรือรายได้เสริมออนไลน์ อย่าได้หลงเชื่อการโฆษณาที่ให้ท่านส่งมอบข้อมูลบัญชีธนาคาร หรือเปิดบัญชีให้ผู้อื่นใช้ ไม่ว่าจะด้วยความเต็มใจหรือถูกหลอกลวงให้ส่งข้อมูลผ่านแอปพลิเคชันกู้เงินเถื่อนก็ตาม
ประชาชนต้องตระหนักว่า บัญชีธนาคารเป็นของส่วนบุคคล เมื่อท่านยินยอมให้ผู้อื่นนำไปใช้ในทางที่ผิด ท่านจะตกเป็นผู้ต้องหาในคดีอาญาทันที แม้จะอ้างว่ารู้เท่าไม่ถึงการณ์หรือถูกหลอกมาก็ตาม เพราะบัญชีของท่านคือเครื่องมือที่มิจฉาชีพใช้หลอกลวงเงินเก็บทั้งชีวิตไปจากเหยื่อรายอื่น เราจะขยายผลกวาดล้างทั้งขบวนการ ตั้งแต่บัญชีม้าไปจนถึงตัวการใหญ่ที่บงการอยู่เบื้องหลัง เพื่อคุ้มครองความปลอดภัยในทรัพย์สินของประชาชนอย่างเต็มที่