โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที

ญี่ปุ่นอัปเกรดกล้องโทรทรรศน์ใต้ดิน ล่าร่องรอย “อนุภาคผี” จากดาวฤกษ์ยุคแรกของจักรวาล

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 9 ชั่วโมงที่ผ่านมา
ญี่ปุ่นอัปเกรดกล้องโทรทรรศน์ใต้ดิน ล่าร่องรอย “อนุภาคผี” จากดาวฤกษ์ยุคแรกของจักรวาล

ในปี 2026 นี้นักดาราศาสตร์ทั่วโลกกำลังจับตามองความพยายามครั้งสำคัญของนักวิทยาศาสตร์ญี่ปุ่น ในการตรวจจับอนุภาคลึกลับที่ถูกเรียกว่า “อนุภาคผี” ซึ่งมีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า นิวตริโน (Neutrinos) อนุภาคพื้นฐานของธรรมชาติที่แทบไม่ทำปฏิกิริยากับสสารใด ๆ การตรวจจับอนุภาคเหล่านี้อาจช่วยเปิดหน้าประวัติศาสตร์บทใหม่ของจักรวาล เพราะมัน คือ เศษซากพลังงานจากการระเบิดของดาวฤกษ์ยุคโบราณที่เกิดขึ้นก่อนโลกถือกำเนิดหลายพันล้านปี
ภารกิจนี้ดำเนินการผ่านกล้องโทรทรรศน์ตรวจจับนิวตริโนที่มีชื่อว่า ซูเปอร์คามิโอกันเดะ (Super-Kamiokande) ซึ่งตั้งอยู่ลึกลงไปใต้ภูเขาในจังหวัดกิฟุ ประเทศญี่ปุ่น เครื่องตรวจจับขนาดมหึมานี้เป็นหนึ่งในเครื่องมือทางฟิสิกส์อนุภาคที่สำคัญที่สุดของโลก และกำลังถูกอัปเกรดให้มีความไวสูงขึ้น เพื่อค้นหาสัญญาณของนิวตริโนที่เดินทางผ่านอวกาศมานานกว่า 10,000 ล้านปี

นิวตริโน อนุภาคผีที่แทบไม่มีสิ่งใดหยุดยั้งได้
“อนุภาคผี” ความจริงแล้วไม่เกี่ยวข้องกับผีหรือสิ่งที่อยู่เหนือธรรมชาติแต่เป็นชื่อที่ถูกตั้งขึ้นมาเพื่อใช้เรียกอนุภาคนิวตริโนซึ่งเป็นอนุภาคพื้นฐานชนิดหนึ่งในแบบจำลองมาตรฐานของฟิสิกส์ (Standard Model of Particle Physics) มีคุณสมบัติสำคัญ คือ ไม่มีประจุไฟฟ้า และมีมวลต่ำมากจนเกือบเป็นศูนย์ ด้วยเหตุนี้มันจึงแทบไม่ชนกับสสารใด ๆ เลย
และสิ่งที่ทำให้นักฟิสิกส์จึงเรียกมันว่า “อนุภาคผี” เนื่องจากมันสามารถทะลุผ่านวัตถุแทบทุกชนิดได้อย่างอิสระ ตัวอย่างเช่น ในทุก ๆ วินาทีจะมีนิวตริโนจากดวงอาทิตย์หลายหมื่นล้านตัวพุ่งผ่านร่างกายของมนุษย์โดยที่เราไม่รู้สึกอะไรเลย
สำหรับนิวตริโนนั้นมีแหล่งกำเนิดหลายประเภท เช่น ปฏิกิริยานิวเคลียร์ภายในดวงอาทิตย์, การชนกันของรังสีคอสมิกในบรรยากาศโลก, การระเบิดของดาวฤกษ์ขนาดมหึมา โดยมีแหล่งกำเนิดที่สำคัญที่สุดสำหรับการศึกษาวิวัฒนาการของจักรวาล คือ นิวตริโนจากซูเปอร์โนวา ซึ่งเป็นการระเบิดของดาวฤกษ์มวลมหาศาล
การระเบิดซูเปอร์โนวา ปรากฏการณ์ที่ปลดปล่อยพลังงานมหาศาล
เมื่อดาวฤกษ์ที่มีมวลมากกว่าดวงอาทิตย์ประมาณ 8 เท่าขึ้นไปหมดเชื้อเพลิงนิวเคลียร์ แกนกลางของดาวจะยุบตัวอย่างรุนแรงจนเกิดการระเบิดที่เรียกว่า ซูเปอร์โนวา (Supernova) แม้ซูเปอร์โนวาจะสว่างจนสามารถมองเห็นได้จากระยะไกลหลายล้านปีแสง แต่ความจริงแล้วพลังงานที่ปล่อยออกมาในรูปแบบแสงคิดเป็นเพียงประมาณ 1 เปอร์เซ็นต์ของพลังงานทั้งหมด ส่วนพลังงานอีกประมาณ 99 เปอร์เซ็นต์ถูกปล่อยออกมาในรูปของนิวตริโน ซึ่งจะพุ่งออกจากดาวฤกษ์ด้วยความเร็วเกือบเท่าความเร็วแสง และกระจายไปทั่วจักรวาล
นักดาราศาสตร์เชื่อว่า ในประวัติศาสตร์ของจักรวาลตลอดกว่า 13,800 ล้านปีที่ผ่านมา ได้เกิดซูเปอร์โนวานับพันล้านล้านครั้ง ทำให้มีนิวตริโนจำนวนมหาศาลล่องลอยอยู่ทั่วจักรวาลจนถึงปัจจุบัน อนุภาคเหล่านี้ถูกเรียกรวมกันว่า Supernova Relic Neutrinos หรือ SRN ซึ่งเปรียบเสมือน “ซากฟอสซิลพลังงาน” ของดาวฤกษ์ที่ตายไปแล้ว
กล้องโทรทรรศน์ใต้ดิน Super-Kamiokande ขนาดยักษ์ของโลก
สำหรับเครื่องตรวจจับซูเปอร์คามิโอกันเดะ นั้นตั้งอยู่ลึกลงไปใต้ภูเขาประมาณ 1,000 เมตร เพื่อลดสัญญาณรบกวนจากรังสีคอสมิก ตัวเครื่องมีลักษณะเป็นถังทรงกระบอกขนาดมหึมาบรรจุน้ำบริสุทธิ์ประมาณ 50,000 ตัน
ภายในถังติดตั้งอุปกรณ์ตรวจจับแสงที่เรียกว่า โฟโตมัลติเพลเยอร์ (Photomultiplier tubes) มากกว่า 11,000 ตัว อุปกรณ์เหล่านี้สามารถตรวจจับแสงแฟลชขนาดเล็กที่เกิดขึ้นเมื่ออนุภาคนิวตริโนชนกับโมเลกุลของน้ำ กระบวนการนี้เรียกว่า Cherenkov radiation หรือการแผ่รังสีเชเรนคอฟ ซึ่งเกิดขึ้นเมื่ออนุภาคมีความเร็วสูงกว่าแสงในตัวกลางอย่างน้ำ
การตรวจจับสัญญาณเพียงเล็กน้อยเหล่านี้ทำให้นักวิทยาศาสตร์สามารถระบุการมาถึงของนิวตริโนได้ กล้องโทรทรรศน์ Super-Kamiokande มีบทบาทสำคัญในวงการฟิสิกส์อนุภาค โดยผลงานการค้นพบเกี่ยวกับการสั่นของนิวตริโน (Neutrino Oscillation) ส่งผลให้นักฟิสิกส์ชาวญี่ปุ่น ทาคากิ คาจิตะ (Takaaki Kajita) ได้รับรางวัลโนเบลสาขาฟิสิกส์ในปี ค.ศ. 2015
การอัปเกรดครั้งใหม่เพื่อค้นหานิวตริโนจากจักรวาลยุคแรก
ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา นักวิทยาศาสตร์ได้ปรับปรุงระบบตรวจจับของ Super-Kamiokande ด้วยการเติมสารกาดอโลเนียม (Gadolinium) ลงไปในน้ำ โดยเจ้าธาตุกาดอโลเนียมมีคุณสมบัติพิเศษ คือ สามารถจับนิวตรอนได้ดี เมื่อเกิดปฏิกิริยาระหว่างนิวตริโนกับน้ำ จะมีนิวตรอนเกิดขึ้น ซึ่งกาดอโลเนียมจะช่วยทำให้สัญญาณดังกล่าวตรวจจับได้ง่ายขึ้น
การปรับปรุงนี้ช่วยเพิ่มความไวของเครื่องตรวจจับอย่างมีนัยสำคัญ ทำให้นักวิทยาศาสตร์มีโอกาสตรวจพบ Supernova relic neutrinos ได้เป็นครั้งแรก หากตรวจพบสำเร็จ นั่นหมายความว่านักวิทยาศาสตร์จะสามารถศึกษาเหตุการณ์ซูเปอร์โนวาที่เกิดขึ้นตลอดประวัติศาสตร์ของจักรวาล ไม่ใช่เพียงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในยุคปัจจุบัน

กุญแจสำคัญสู่ปริศนาการตายของดาวฤกษ์
ข้อมูลจากนิวตริโนสามารถเปิดเผยรายละเอียดของกระบวนการที่เกิดขึ้นภายในแกนกลางของดาวฤกษ์ระหว่างการระเบิด ซึ่งเป็นบริเวณที่แสงธรรมดาไม่สามารถหลบหนีออกมาได้ ด้วยเหตุนี้ นิวตริโนจึงเปรียบเสมือนผู้ส่งสารจากใจกลางของการระเบิดซูเปอร์โนวา ข้อมูลดังกล่าวจะช่วยตอบคำถามสำคัญหลายข้อ เช่น
1. หลังการระเบิด แกนกลางของดาวฤกษ์กลายเป็นดาวนิวตรอน (Neutron Star) หรือหลุมดำ (Black Hole)
2. ซูเปอร์โนวาแต่ละประเภทปล่อยพลังงานต่างกันอย่างไร
และ 3. อัตราการเกิดซูเปอร์โนวาในประวัติศาสตร์จักรวาลเป็นเท่าใด
คำตอบของคำถามเหล่านี้จะช่วยให้นักดาราศาสตร์เข้าใจวิวัฒนาการของกาแล็กซีและจักรวาลได้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น
ดังนั้นการศึกษานิวตริโนกำลังเปิดประตูสู่วงการที่เรียกว่า Neutrino Astronomy หรือดาราศาสตร์นิวตริโน ซึ่งเป็นวิธีการสังเกตจักรวาลที่แตกต่างจากการใช้แสง คลื่นวิทยุ หรือรังสีเอกซ์แบบดั้งเดิม เนื่องจากนิวตริโนสามารถเดินทางผ่านสสารหนาแน่นได้ จึงทำให้มันสามารถนำข้อมูลจากบริเวณที่กล้องโทรทรรศน์ทั่วไปไม่สามารถมองเห็นได้ เช่น ใจกลางดาวฤกษ์ที่กำลังระเบิด หรือบริเวณใกล้หลุมดำ
และหากการตรวจจับอนุภาคผีจากซูเปอร์โนวาโบราณประสบความสำเร็จ นี่อาจเป็นหนึ่งในความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์ที่สำคัญที่สุดของศตวรรษ และจะช่วยให้นักดาราศาสตร์สามารถมองย้อนกลับไปศึกษาประวัติศาสตร์ของจักรวาลได้ไกลกว่าที่เคยเป็นมา

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...