สงครามเสี่ยงลุกลามสู่การเงินโลก! “อิหร่าน” ขู่โจมตีผู้ถือพันธบัตรสหรัฐ หากถูกโจมตีโรงไฟฟ้า
"อิหร่าน" ขู่โจมตีผู้ถือพันธบัตรสหรัฐ หากถูกโจมตีโรงไฟฟ้า พร้อมย้ำสถาบันการเงินที่หนุนงบประมาณกองทัพสหรัฐ ถือเป็นเป้าหมายที่ถูกต้องตามกฎหมาย
วันที่ 23 มีนาคม 2569 เวลา 15.01 น. สำนักข่าว CNBC รายงานว่า ขณะที่สงครามในตะวันออกกลางเข้าสู่สัปดาห์ที่ 4 อิหร่านได้ขยายคำเตือนครั้งใหม่ โดยระบุว่าจะโจมตีสถาบันการเงินที่ถือครองพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ (U.S. Treasury bonds) ซึ่งถือเป็นการยกระดับการข่มขู่ครั้งล่าสุด ท่ามกลางเส้นตาย 48 ชั่วโมงที่รัฐบาลโดนัลด์ ทรัมป์ ยื่นคำขาดให้อิหร่านเปิดช่องแคบฮอร์มุซ
โมฮัมหมัด บาเกอร์ กาลิบาฟ ประธานรัฐสภาอิหร่าน ระบุผ่านโซเชียลมีเดียเมื่อวันอาทิตย์ว่า สถาบันการเงินที่เกี่ยวข้องกับสหรัฐและถือครองพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ จะถือเป็นเป้าหมายโจมตี เช่นเดียวกับฐานทัพทหาร
เขาระบุว่า “พันธบัตรรัฐบาลสหรัฐเปื้อนเลือดของชาวอิหร่าน หากคุณซื้อพันธบัตรเหล่านั้น เท่ากับคุณกำลังซื้อการโจมตีสำนักงานใหญ่และทรัพย์สินของคุณเอง” พร้อมย้ำว่า สถาบันการเงินที่สนับสนุนงบประมาณกองทัพสหรัฐถือเป็นเป้าหมายที่ถูกต้องตามกฎหมาย
คำเตือนดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ออกคำขาดเมื่อวันเสาร์ ให้อิหร่านเปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งพลังงานสำคัญของโลก ภายใน 48 ชั่วโมง มิฉะนั้นสหรัฐอาจโจมตีโรงไฟฟ้าของอิหร่าน โดยเส้นตายดังกล่าวจะหมดลงในวันจันทร์ตามเวลาวอชิงตัน
ด้านนายกรัฐมนตรีอิสราเอล เบนจามิน เนทันยาฮู ประกาศสนับสนุนสหรัฐ โดยกล่าวว่า “ไม่ว่าเราจะทำอะไร เราทำร่วมกัน และจะทำร่วมกันให้มากที่สุด”
เนทันยาฮูยังเรียกร้องให้ประเทศต่าง ๆ รวมถึงประเทศในยุโรป เข้าร่วมสงคราม โดยเตือนว่าอิหร่านมีศักยภาพโจมตีได้ไกลถึงยุโรป
ขณะที่อิหร่านตอบโต้ว่า หากสหรัฐดำเนินการตามคำขาด อิหร่านจะปิดช่องแคบฮอร์มุซอย่างสมบูรณ์ และจะโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานและโรงงานผลิตน้ำจืดในประเทศอ่าวเปอร์เซีย
ประธานรัฐสภาอิหร่านยังเตือนเพิ่มเติมว่า หากสหรัฐหรืออิสราเอลโจมตีโรงไฟฟ้าในอิหร่าน จะมีการตอบโต้ทันทีต่อโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานและน้ำมันทั่วภูมิภาค ซึ่งจะสร้างความเสียหายที่ไม่สามารถย้อนกลับได้ และจะทำให้ราคาน้ำมันปรับตัวสูงเป็นเวลานาน
ตลาดเริ่มกังวลสงครามยืดเยื้อ เสี่ยงกระทบพลังงานโลก
นักวิเคราะห์ระบุว่า ตลาดเคยคาดว่าสถานการณ์อาจจบลงแบบที่เรียกว่า “TACO trade” ซึ่งหมายถึงสถานการณ์ที่ทรัมป์มักขู่แรงก่อนแล้วถอยเพื่อลดความตึงเครียด แต่คำขาดล่าสุดของทรัมป์ดูเหมือนจะยังไม่ถอย
นักวิเคราะห์จาก Cambridge Associates ระบุว่า ยิ่งสงครามยืดเยื้อ ผลกระทบต่อเศรษฐกิจและพลังงานโลกจะยิ่งมากขึ้น โดยสถานการณ์เลวร้ายที่สุดคือสงครามยืดเยื้อเกินหนึ่งเดือน จนทำให้สินค้าโภคภัณฑ์และพลังงานขาดแคลน
แม้สงครามจะยุติภายในหนึ่งหรือสองสัปดาห์ ก็ยังต้องใช้เวลาอีกระยะหนึ่งกว่าระบบอุปทานพลังงานจะกลับเข้าสู่ภาวะปกติ
การสู้รบยกระดับทั่วตะวันออกกลาง
สถานการณ์ทางทหารยังคงยกระดับในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยมีรายงานว่าอิสราเอลถูกโจมตีด้วยขีปนาวุธอย่างต่อเนื่อง ทำให้มีการประกาศเตือนภัยทางอากาศหลายครั้งในกรุงเยรูซาเล็มและพื้นที่ตอนกลางของประเทศ
กองทัพอิสราเอลเปิดฉากโจมตีโครงสร้างพื้นฐานในกรุงเตหะรานอย่างกว้างขวางในวันจันทร์ ขณะที่อิหร่านยังคงยิงขีปนาวุธและโดรนโจมตีอิสราเอล รวมถึงประเทศอ่าวเปอร์เซียที่มีฐานทัพสหรัฐ
คูเวตและสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ระบุว่า ระบบป้องกันภัยทางอากาศสามารถสกัดขีปนาวุธและโดรนจากอิหร่านได้ ขณะที่บาห์เรนมีการเปิดไซเรนเตือนภัยทางอากาศ
ด้านซาอุดีอาระเบียระบุว่า ตรวจพบขีปนาวุธพิสัยไกล 2 ลูกที่ยิงมายังพื้นที่ริยาด โดยลูกหนึ่งถูกสกัด และอีกลูกตกในพื้นที่ไม่มีประชาชนอาศัยอยู่
ช่องแคบฮอร์มุซถูกปิด กระทบน้ำมันและเศรษฐกิจโลก
นับตั้งแต่สหรัฐและอิสราเอลเริ่มโจมตีอิหร่านเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ อิหร่านได้ปิดช่องแคบฮอร์มุซต่อเรือส่วนใหญ่ ส่งผลให้ราคาน้ำมันพุ่งสูงในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา เนื่องจากตลาดกังวลว่าอาจเกิดภาวะขาดแคลนน้ำมัน
ราคาน้ำมันดิบ Brent ปรับตัวขึ้นมาอยู่ที่ประมาณ 112 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่ราคาน้ำมันดิบสหรัฐ (WTI) อยู่ที่ประมาณ 99 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
นักวิเคราะห์ด้านความมั่นคงระบุว่า อิหร่านอาจเลือกทำสงครามยืดเยื้อกับสหรัฐ เพราะอิหร่านไม่จำเป็นต้องชนะสงครามแบบตรง ๆ เพียงแค่สามารถอยู่รอดได้ก็ถือว่าชนะ
นักวิเคราะห์กล่าวว่า “อิหร่านไม่จำเป็นต้องทำสงครามแบบสมมาตร พวกเขาแค่ต้องอยู่รอด” พร้อมระบุว่าเพียงแค่โจมตีเรือบรรทุกน้ำมันเป็นระยะ ๆ ในช่องแคบฮอร์มุซ ก็สามารถสร้างผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกได้อย่างมหาศาล เพราะอิหร่านควบคุมจุดคอขวดของการขนส่งพลังงานของโลก
อ้างอิง : cnbc.com