“อิหร่าน” ประกาศเปิดช่องแคบฮอร์มุซชั่วคราว ดันดาวโจนส์พุ่งทะลุ 1,000 จุด
“อิหร่าน” ประกาศเปิดช่องแคบฮอร์มุซให้เรือพาณิชย์ผ่านเต็มรูปแบบชั่วคราว “ทรัมป์” กล่าวขอบคุณ ดันดาวโจนส์พุ่งทะลุ 1,000 จุด ราคาน้ำมันโลกดิ่ง 11%
วันที่ 17 เมษายน 2569 เวลา 21.00 น. สำนักข่าว CNBC รายงานว่า อิหร่านประกาศเปิดช่องแคบฮอร์มุซให้เรือพาณิชย์ผ่านได้เต็มรูปแบบชั่วคราว ระหว่างช่วงหยุดยิงในตะวันออกกลาง โดย Seyed Abbas Araghchi รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน ระบุว่า การสัญจรผ่านช่องแคบจะเปิดให้ใช้งานได้อย่างสมบูรณ์ตลอดช่วงเวลาที่ข้อตกลงหยุดยิงยังมีผล แต่เรือทุกลำจะต้องเดินเรือตามเส้นทางที่ทางการอิหร่านกำหนด
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากอิสราเอลและเลบานอนบรรลุข้อตกลงหยุดยิง 10 วัน ซึ่งเริ่มมีผลเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ในเลบานอน โดยเฉพาะการสู้รบระหว่างอิสราเอลกับกลุ่มเฮซบอลเลาะห์ ซึ่งมีความใกล้ชิดกับอิหร่าน ยังคงเป็นประเด็นสำคัญที่ส่งผลต่อการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน
ด้านโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ กล่าวขอบคุณอิหร่านที่เปิดช่องแคบฮอร์มุซ แต่ยืนยันว่ามาตรการปิดล้อมทางทะเลของสหรัฐฯ ต่อท่าเรืออิหร่านจะยังคงดำเนินต่อไป จนกว่าจะสามารถบรรลุข้อตกลงกับอิหร่านได้
ก่อนหน้านี้ ทรัมป์ เคยตกลงหยุดยิงชั่วคราว 2 สัปดาห์กับอิหร่านเมื่อวันที่ 7 เมษายน โดยมีเงื่อนไขให้อิหร่านเปิดช่องแคบฮอร์มุซอย่างเต็มรูปแบบ อย่างไรก็ตาม Mohammad Bagher Ghalibaf ประธานสภาอิหร่าน ออกมากล่าวหาสหรัฐฯ ว่าละเมิดข้อตกลง ด้วยการปล่อยให้อิสราเอลยังคงปฏิบัติการทางทหารในเลบานอน
ที่ผ่านมา ช่องแคบฮอร์มุซยังคงแทบไม่สามารถใช้งานได้ แม้จะมีข้อตกลงหยุดยิง เนื่องจากทั้งสองฝ่ายยังมีความเห็นไม่ตรงกันเกี่ยวกับเงื่อนไขของข้อตกลง ส่งผลให้มีเรือพาณิชย์เพียงไม่กี่ลำที่สามารถผ่านเส้นทางดังกล่าวในแต่ละวัน
ขณะเดียวกัน การเจรจาระหว่าง JD Vance รองประธานาธิบดีสหรัฐฯ กับ Mohammad Bagher Ghalibaf ที่ปากีสถานเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ยังไม่สามารถนำไปสู่ข้อตกลงยุติสงครามได้ อย่างไรก็ตาม ผู้นำสหรัฐฯ ระบุว่า การเจรจารอบใหม่ระหว่างสองฝ่ายอาจเกิดขึ้นอีกครั้งในช่วงสุดสัปดาห์นี้
สถานการณ์ดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า แม้ความตึงเครียดจะเริ่มผ่อนคลายลงบางส่วน แต่เสถียรภาพของเส้นทางพลังงานสำคัญของโลกยังคงเปราะบาง และขึ้นอยู่กับความคืบหน้าของการเจรจาทางการเมืองในระยะต่อไป
หลังการประกาศเปิด ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปรับตัวพุ่งขึ้นอย่างแข็งแกร่งในวันศุกร์ ดัชนี Dow Jones Industrial Average พุ่งขึ้นกว่า 1,005 จุด หรือ 2.1% ขณะที่ S&P 500 เพิ่มขึ้น 1.3% ทะลุระดับ 7,100 จุดเป็นครั้งแรก ส่วน Nasdaq Composite ปรับตัวขึ้น 1.5% โดยทั้งสองดัชนีทำสถิติสูงสุดใหม่ระหว่างวัน ขณะที่ Russell 2000 ซึ่งสะท้อนหุ้นขนาดเล็ก ก็แตะระดับสูงสุดใหม่เช่นกัน โดยปรับขึ้นราว 2%
หุ้นในกลุ่มที่ได้รับผลกระทบจากการปิดช่องแคบฮอร์มุซ เช่น สายการบินและธุรกิจเรือสำราญ ฟื้นตัวอย่างโดดเด่น โดย Boeing ปรับขึ้นราว 4% และ Royal Caribbean พุ่งขึ้นถึง 9% ขณะที่บริษัทเทคโนโลยีและบริการท่องเที่ยวอย่าง Amazon และ Airbnb ก็ปรับตัวขึ้นเช่นกัน
นักวิเคราะห์มองว่า การเปิดช่องแคบฮอร์มุซถือเป็นสัญญาณเชิงบวกต่อเศรษฐกิจโลก โดยช่วยลดความเสี่ยงด้านพลังงานที่กดดันตลาดในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา
ขณะที่ราคาน้ำมันดิบสหรัฐฯ (WTI) สำหรับส่งมอบเดือนพฤษภาคม ปรับตัวลดลง 11.1% อยู่ที่ 84.26 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่น้ำมันดิบ Brent ซึ่งเป็นเกณฑ์มาตรฐานโลก สำหรับส่งมอบเดือนมิถุนายน ลดลง 10.5% มาอยู่ที่ 88.95 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
อ้างอิง : cnbc.com, cnbc.com, cnbc.com