นักวิเคราะห์ลุยฮอร์มุซ ฟันธง “ไม่ได้ปิดจริง” เรือยังผ่านได้ แต่ต่ำกว่าปกติ ปิดสัญญาณหนีติดตาม
Citrini Research ส่งนักวิเคราะห์ลงพื้นที่จริง พบการขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซยังดำเนินต่อ แม้ลดลงจากปกติ โดยมีเรือจำนวนมากปิดสัญญาณ AIS ทำให้ข้อมูลทางการต่ำกว่าความเป็นจริง
วันที่ 7 เมษายน 2569 เวลา 04.13 น. สำนักข่าว CNBC รายงานว่า ท่ามกลางความไม่แน่นอนเกี่ยวกับสถานการณ์ในช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันสำคัญของโลก เทรดเดอร์พลังงานทั่วโลกต่างพยายามวิเคราะห์ข้อมูลจากภาพถ่ายดาวเทียมและแถลงการณ์ทางการเพื่อประเมินสถานการณ์ แต่บริษัทวิจัยแห่งหนึ่งกลับเลือกใช้วิธีที่แตกต่างออกไป ด้วยการส่งนักวิเคราะห์ลงพื้นที่จริงในเขตความขัดแย้ง
Citrini Research ซึ่งเคยสร้างแรงสั่นสะเทือนให้ตลาดจากมุมมองเชิงลบต่อกระแส AI เมื่อต้นปี เปิดเผยว่า บริษัทได้ส่งนักวิเคราะห์ไปยังคาบสมุทรมูซันดัมของโอมาน และลงเรือเพื่อติดตามการเดินเรือด้วยตนเอง ท่ามกลางความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้นระหว่างอิหร่านกับ United States
ผลการสำรวจของนักวิเคราะห์ ซึ่งบริษัทไม่เปิดเผยชื่อเนื่องจากความอ่อนไหวของภารกิจ พบว่า เรือยังคงสามารถผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้ โดยในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา ปริมาณการเดินเรือเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ประมาณ 15 ลำต่อวัน แม้จะยังต่ำกว่าระดับปกติอย่างมาก แต่สะท้อนว่าการหยุดชะงักเป็นเพียงบางส่วนและยังมีการเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง ไม่ได้ปิดตายอย่างที่ตลาดส่วนใหญ่เชื่อ
รายงานยังระบุว่า เรือบรรทุกน้ำมันบางส่วนที่ผ่านช่องแคบมีเพียง 4–5 ลำต่อวัน และมักปิดระบบ AIS ซึ่งเป็นระบบติดตามตำแหน่งเรือ ทำให้ข้อมูลทางการอาจต่ำกว่าความเป็นจริง โดยบริษัทเชื่อว่าปริมาณการขนส่งที่แท้จริงสูงกว่าที่รายงาน และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา โดยเฉพาะผ่านช่องแคบใกล้เกาะเคช์ม
Citrini ระบุเพิ่มเติมว่า จากการสัมภาษณ์ชาวประมง กลุ่มลักลอบขนของ และเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ พบว่าอิหร่านมีการคัดเลือกอนุญาตให้เรือบางลำผ่าน โดยเรือบรรทุกน้ำมันต้องได้รับอนุญาตก่อนผ่านน่านน้ำใกล้เขตอิหร่าน ส่งผลให้สถานการณ์มีลักษณะคล้ายจุดตรวจ มากกว่าการปิดกั้นเต็มรูปแบบ
อย่างไรก็ตาม บริษัทเตือนว่า ข้อมูลดังกล่าวมาจากการลงพื้นที่เพียงครั้งเดียว และเป็นข้อมูลเชิงประสบการณ์ที่ยากต่อการตรวจสอบอย่างอิสระ โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีข้อจำกัดด้านความโปร่งใส
แม้เช่นนั้น Citrini มองว่า ความปั่นป่วนในช่องแคบฮอร์มุซมีแนวโน้มยืดเยื้อ และจะสร้าง risk premium ให้กับตลาดน้ำมันในระยะยาว โดยบริษัทแนะนำให้ลงทุนในสัญญาน้ำมันระยะยาว เช่น WTI เดือนธันวาคม 2569 มากกว่าสัญญาใกล้ส่งมอบ
ทั้งนี้ บริษัทคาดว่า ภายใน 4–6 สัปดาห์ข้างหน้า ปริมาณการขนส่งอาจฟื้นตัวกลับมาได้สูงถึงประมาณ 50% ของระดับก่อนเกิดความขัดแย้ง แม้ความเสี่ยงเชิงโครงสร้างจะยังคงอยู่ต่อไป
อ้างอิง : cnbc.com