“นายกอนุทิน” ประกาศลั่น ครม.ไม่มีฮันนีมูนพีเรียด ลุยทันที
ทำเนียบรัฐบาล ภายหลังคณะรัฐมนตรี (ครม.) เข้าเฝ้าฯ ถวายสัตย์ปฏิญาณ เมื่อเวลา 19.00 น. ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต ก่อนการประชุม ครม.นัดแรก นาย อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวแสดงความยินดีกับคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ พร้อมระบุว่า การถวายสัตย์ปฏิญาณเสร็จสิ้น ถือเป็นสัญญาณว่ารัฐบาลมีความพร้อมในการบริหารราชการแผ่นดินอย่างเต็มรูปแบบ
นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า พระบรมราชโอวาทที่คณะรัฐมนตรีได้รับ ถือเป็นหลักยึดสำคัญในการปฏิบัติหน้าที่ โดยเฉพาะการนำไปใช้เป็นแนวทางในการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน พร้อมย้ำว่าคำถวายสัตย์ที่ทุกคนกล่าวต่อเบื้องพระพักตร์ ต้องแปรเป็นการทำงานที่เป็นรูปธรรม
นายกรัฐมนตรี ระบุว่า ครม.ชุดนี้ต้องทำงานอย่างเข้มข้นตั้งแต่วันแรก ไม่มีช่วง “ฮันนีมูนพีเรียด” หรือระยะปรับตัว เนื่องจากสถานการณ์โลกในปัจจุบัน โดยเฉพาะความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลาง ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและความมั่นคง ซึ่งประเทศไทยไม่สามารถหลีกเลี่ยงผลกระทบได้
ทั้งนี้ เชื่อว่าด้วยความร่วมมือของคณะรัฐมนตรี จะสามารถแก้ไขปัญหาและลดผลกระทบต่อประชาชนได้ โดยขอให้ทุกคนยึด “ประโยชน์ของประชาชน” เป็นเป้าหมายสูงสุดของการทำงาน ครม.ชุดนี้ว่า ประกอบด้วยทั้งบุคลากรที่มีประสบการณ์สูง และคนรุ่นใหม่ที่มีศักยภาพ จึงควรนำจุดแข็งของแต่ละฝ่ายมาประสานกัน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารประเทศ
พร้อมย้ำว่า ครม.ชุดนี้เป็น “คณะเดียวกัน” ไม่มีการแบ่งพรรคแบ่งฝ่าย หรือคณะรัฐมนตรีของพรรคการเมืองใด แต่เป็นคณะรัฐมนตรีของคนไทยทั้งประเทศ โดยตนพร้อมเปิดรับฟังความคิดเห็น ข้อเสนอแนะ และแนวทางการทำงานจากรัฐมนตรีทุกคนอย่างตรงไปตรงมา
นายกรัฐมนตรี ยังเน้นย้ำถึงความสำคัญของความสามัคคีภายในรัฐบาล โดยระบุว่า ในสถานการณ์ปัจจุบัน “ความเป็นหนึ่งเดียว” ของคณะรัฐมนตรี จะเป็นปัจจัยสำคัญในการนำพาประเทศผ่านพ้นอุปสรรค
สำหรับการทำงานของ ครม. จะมีการประชุมเป็นประจำทุกวันอังคาร เวลา 10.00 น. โดยเปิดโอกาสให้รัฐมนตรีหารือล่วงหน้าก่อนการประชุม ผ่านเลขาธิการคณะรัฐมนตรี พร้อมย้ำว่าการประชุม ครม. เป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนนโยบาย ไม่ใช่เพียงเวทีรับรองมติ หรือ “ตรายาง”
นายกรัฐมนตรี ยังขอความร่วมมือให้รัฐมนตรีเข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง เว้นแต่ติดภารกิจสำคัญ เช่น ภารกิจต่างประเทศ หรือภารกิจที่เกี่ยวข้องกับสถาบันพระมหากษัตริย์ โดยระบุว่า หาก ครม.ไม่สามารถประชุมร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ ก็จะกระทบต่อการแก้ไขปัญหาของประชาชนโดยตรง และตั้งเป้าควบคุมระยะเวลาการประชุมไม่ให้เกิน 12.00 น. เพื่อให้การทำงานมีความคล่องตัว
นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรี ระบุว่า การได้เข้าเฝ้าฯ และรับพระบรมราชโอวาท ถือเป็นสิริมงคลสูงสุด พร้อมขอให้รัฐมนตรีทุกคนเริ่มปฏิบัติหน้าที่ทันที โดยในวันถัดไป ให้เดินทางเข้ากระทรวงเพื่อเริ่มขับเคลื่อนงานของแต่ละหน่วยงานอย่างเต็มที่