โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

รัฐสภาเวียดนามเลือก ‘พล.ต.อ.โต เลิม’ นั่งประธานาธิบดี ควบผู้นำพรรคคอมมิวนิสต์

เดลินิวส์

อัพเดต 7 เมษายน 2569 เวลา 20.31 น. • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เดลินิวส์
“พล.ต.อ.โต เลิม” ได้รับเลือกเป็นประธานาธิบดีโดยสภาแห่งชาติเวียดนาม ซึ่งถือเป็นการปิดฉากความพยายามของเขาในการรวมอำนาจ ที่แต่เดิมเป็นการปกครองร่วมกันของผู้นำอาวุโส

สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานจากกรุงฮานอย ประเทศเวียดนาม เมื่อวันที่ 7 เม.ย. ว่าหลังได้รับเลือกเป็นเลขาธิการพรรคอีกสมัย เมื่อเดือนม.ค. พล.ต.อ.โต เลิม เลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์เวียดนาม ได้ก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งที่สอง ด้วยการควบรวมอำนาจการนำพรรคคอมมิวนิสต์และรัฐบาล เช่นเดียวกับที่ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ผู้นำจากประเทศเพื่อนบ้าน เคยได้ทำไว้

นายเล ฮง เหียป นักวิชาการอาวุโสจากสถาบันไอซีเอส-ยูซอฟ อิสฮัค จากสิงคโปร์ กล่าวว่า การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ทำให้เขากลายเป็น "ผู้นำสูงสุดของเวียดนาม" อย่างแท้จริง ซึ่งจะเปลี่ยนจากระบบการมีฉันทามติร่วมกัน ไปเป็นระบบที่มีผู้นำที่แข็งแกร่ง

หายเจิ่น ทันห์ มัน ประธานสภาแห่งชาติเวียดนาม กล่าวว่า สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่เข้าร่วมประชุม 100% เห็นชอบมติเลือกเลิมเป็นประธานาธิบดี สำหรับวาระปี 2569-2574

ในการกล่าวสุนทรพจน์ต่อรัฐสภา เมื่อวันจันทร์ (6 เม.ย.) เลิมระบุว่า บทบาทใหม่ทั้งสองของเขาเป็น "เกียรติอย่างยิ่งใหญ่" และ "หน้าที่อันศักดิ์สิทธิ์ และสูงส่ง"

อนึ่ง เลิมขึ้นสู่ตำแหน่งหัวหน้าพรรค หลังการเสียชีวิตของนายเหงียน ฟู จ่อง อดีตเลขาธิการพรรค เมื่อปี 2567 และได้สร้างความตกตะลึงด้วยการลดจำนวนหน่วยงานราชการ ซึ่งรวมถึงการยุบกระทรวง หรือหน่วยงานไป 8 แห่ง และลดตำแหน่งงานในภาครัฐเกือบ 150,000 ตำแหน่ง ขณะที่ผลักดันโครงการโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่

ขณะนี้ เลิมกำลังส่งเสริม "โมเดลการเติบโตใหม่" เพื่อให้บรรลุเป้าหมาย "การเติบโตสองหลักต่อปี" ในอีก 5 ปีข้างหน้า ซึ่งเป็นหนึ่งในความพยายามของพรรคคอมมิวนิสต์ ที่ต้องการผลักดันการพัฒนาอย่างรวดเร็ว เพื่อเสริมสร้างความชอบธรรมของตน

นอกจากนั้น เลิมกล่าวถึงความท้าทายมากมายต่อระเบียบโลก และกฎหมายระหว่างประเทศ โดยเขาระบุว่า ห่วงโซ่อุปทานทั่วโลก การไหลเวียนของเงินทุน เทคโนโลยี และตลาดกำลังถูกปรับโครงสร้างใหม่ ขณะที่ประเทศที่ดำเนินการปฏิรูปอย่างจริงจัง รวดเร็ว และคว้าโอกาสใหม่ ๆ จะนำประเทศไปสู่ความเจริญรุ่งเรืองและพัฒนา.

เครดิตภาพ : AFP

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...