โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

‘เอกนัฏ’ ยื่นคำขาดโรงกลั่น ไม่คืนเงินส่วนต่าง เจอสั่งหั่นราคาหน้าโรงกลั่นบ่ายนี้

The Bangkok Insight

อัพเดต 2 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 2 วันที่แล้ว • The Bangkok Insight

"เอกนัฏ" ยื่นคำขาดโรงกลั่น ไม่คืนเงินส่วนต่าง เจอสั่งหั่นราคาหน้าโรงกลั่นบ่ายนี้ทันที

นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยผ่านรายการ "กรรมกรข่าวคุยนอกจอ" ถึงสถานการณ์ค่าการกลั่นน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้นอย่างผิดปกติ โดยระบุว่าในเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ค่ากลั่นพุ่งแตะระดับ 7 บาทต่อลิตร จากภาวะปกติที่ควรอยู่ที่ 2-3 บาทเท่านั้น แม้จะหักลบต้นทุนส่วนเพิ่มแล้วราคาก็ยังสูงเกินจริง ตนจึงเตรียมมาตรการเด็ดขาดเพื่อนำส่วนต่างราคาที่ประชาชนแบกรับคืนกลับมาเป็นส่วนลดราคาหน้าปั๊มโดยไม่ต้องใช้เงินจากกองทุนน้ำมันมาชดเชยอีกต่อไป

ยื่นคำขาดโรงกลั่น

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานได้เสนอแนวทางปฏิบัติไปยังกลุ่มโรงกลั่นน้ำมัน 2 ทางเลือก คือ 1. ให้นำเงินส่วนต่างจากจำนวนลิตรที่ขายไปในราคาสูงคืนกลับมาเพื่อนำไปลดราคาหน้าปั๊มให้ประชาชน หรือ 2. หากไม่สามารถตกลงกันได้ ภายในบ่ายวันนี้ตนจะใช้อำนาจในฐานะประธานคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) สั่งปรับลดราคาหน้าโรงกลั่นลงทันที 2 บาท โดยใช้อำนาจตามพระราชกำหนดปี 2516 ซึ่งเป็นมาตรการทางกฎหมายขั้นเด็ดขาดที่ไม่เคยถูกนำมาใช้มาก่อนในประเทศไทย

นายเอกนัฏกล่าวเพิ่มเติมว่า มาตรการนี้ได้รับความเห็นชอบและคำสั่งการโดยตรงจากนายกรัฐมนตรีที่เน้นย้ำว่าประเทศกำลังอยู่ในภาวะวิกฤตพลังงานจากความขัดแย้งในต่างประเทศ ทุกภาคส่วนรวมถึงโรงกลั่นจึงต้องแสดงความรับผิดชอบและช่วยเหลือประชาชนอย่างเต็มที่ ทั้งนี้จะมีการติดตามตัวเลขค่าการกลั่นในเดือนเม.ย. อย่างต่อเนื่อง หากยังพบว่ามีส่วนต่างราคาสูงเกินปกติก็จะดำเนินการในลักษณะเดียวกันเพื่อสร้างความเป็นธรรมให้กับผู้บริโภคทั่วประเทศต่อไป

ขอบคุณข้อมูล : กรรมกรข่าวคุยนอกจอ

ยื่นคำขาดโรงกลั่น

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...