“รูบิโอ” เตรียมหารือโป๊ปเลโอ ปมคิวบา-เสรีภาพศาสนา หลังทรัมป์โจมตีจุดยืนสงครามอิหร่าน
“รูบิโอ” เตรียมหารือโป๊ปเลโอ ปมคิวบา-เสรีภาพศาสนา หลังทรัมป์โจมตีจุดยืนสงครามอิหร่าน ขณะที่โป๊ปยืนยันจุดยืนต่อต้านสงครามและอาวุธนิวเคลียร์ทุกประเภท
วันที่ 6 พฤษภาคม 2569 เวลา 10.03 น. สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า Marco Rubio รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐ เปิดเผยว่า เขาคาดว่าจะหารือกับ Pope Leo XIV ระหว่างการเยือนนครรัฐวาติกันในวันพฤหัสบดีนี้ โดยประเด็นสำคัญจะครอบคลุมสถานการณ์ในคิวบา เสรีภาพทางศาสนา และปัญหาด้านมนุษยธรรมทั่วโลก ท่ามกลางความตึงเครียดระหว่างวาติกันกับรัฐบาลของโดนัลด์ ทรัมป์ หลังทรัมป์โจมตีสมเด็จพระสันตะปาปาจากกรณีวิจารณ์สงครามสหรัฐ-อิสราเอลกับอิหร่าน
ก่อนหน้านี้ Brian Burch เอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ประจำนครรัฐวาติกัน ระบุว่า รูบิโอและพระสันตะปาปาจะมีการพูดคุยอย่างตรงไปตรงมาเกี่ยวกับนโยบายของสหรัฐ พร้อมย้ำว่า แม้แต่ละประเทศจะมีความเห็นต่างกัน แต่ควรใช้ภราดรภาพและการเจรจาอย่างจริงใจในการแก้ปัญหา
รูบิโอกล่าวกับผู้สื่อข่าวที่ทำเนียบขาวว่า เขาต้องการหารือเรื่องเสรีภาพทางศาสนา โดยเฉพาะในทวีปแอฟริกา รวมถึงความร่วมมือด้านความช่วยเหลือมนุษยธรรมในคิวบา ซึ่งสหรัฐและคริสตจักรคาทอลิกยังคงทำงานร่วมกัน
เขาระบุว่า “มีหลายเรื่องที่ต้องหารือกับวาติกัน” พร้อมกล่าวว่า แม้สมเด็จพระสันตะปาปาจะทรงเป็นผู้นำทางศาสนา แต่ก็ทรงเป็นประมุขแห่งรัฐเช่นกัน
รูบิโอกล่าวเพิ่มเติมว่า สหรัฐและคริสตจักรคาทอลิกมีความกังวลร่วมกันเกี่ยวกับการทำลายเสรีภาพทางศาสนา การกดขี่ชนกลุ่มน้อยชาวคริสต์ และปัญหาที่คริสเตียนในแอฟริกากำลังเผชิญอยู่
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นหลังทรัมป์โจมตีสมเด็จพระสันตะปาปาพระองค์แรกที่เกิดในสหรัฐหลายครั้งในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา จนถูกวิจารณ์จากผู้นำคริสเตียนหลายฝ่าย
รูบิโอยืนยันว่า การเดินทางเยือนวาติกันครั้งนี้ถูกวางแผนไว้นานแล้ว ก่อนเกิดความขัดแย้งระหว่างทรัมป์กับพระสันตะปาปา และไม่ใช่ความพยายามของรัฐบาลสหรัฐในการซ่อมความสัมพันธ์
เมื่อวันจันทร์ ทรัมป์ให้สัมภาษณ์กับพิธีกรสายอนุรักษนิยม Hugh Hewitt ว่า“พระสันตะปาปาดูเหมือนจะอยากพูดว่ามันไม่เป็นไรหากอิหร่านมีอาวุธนิวเคลียร์ ซึ่งผมคิดว่านั่นไม่ดีเลย” อย่างไรก็ตามสมเด็จพระสันตะปาปาไม่เคยกล่าวสนับสนุนให้อิหร่านมีอาวุธนิวเคลียร์ แต่ทรงคัดค้านสงครามที่ทรัมป์อ้างว่ามีเป้าหมายเพื่อยุติโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน
ด้านอิหร่าน ซึ่งไม่มีอาวุธนิวเคลียร์ ยืนยันมาโดยตลอดว่าไม่ได้พยายามพัฒนาอาวุธดังกล่าว แต่มีสิทธิพัฒนาเทคโนโลยีนิวเคลียร์เพื่อสันติ ภายใต้สนธิสัญญาไม่แพร่ขยายอาวุธนิวเคลียร์ (NPT) ขณะที่สหรัฐเป็นประเทศที่ครอบครองอาวุธนิวเคลียร์อยู่แล้ว
หลังถูกทรัมป์โจมตี สมเด็จพระสันตะปาปาตรัสว่า พระองค์ต้องการเผยแพร่สารแห่งสันติภาพตามหลักคริสต์ศาสนา และทุกคนมีสิทธิวิจารณ์พระองค์ได้
“พันธกิจของคริสตจักรคือการประกาศพระวรสารและประกาศสันติภาพ” พระองค์ตรัส พร้อมระบุว่า หากมีใครต้องการวิจารณ์พระองค์เพราะการเทศนาเรื่องสันติภาพ ก็หวังเพียงให้รับฟังคุณค่าของพระวจนะของพระเจ้า
พระองค์ยังปฏิเสธอย่างหนักแน่นว่าคริสตจักรสนับสนุนอาวุธนิวเคลียร์ โดยระบุว่า คริสตจักรคาทอลิกต่อต้านอาวุธนิวเคลียร์ทุกประเภทมาอย่างต่อเนื่อง และถือว่าเป็นสิ่งผิดศีลธรรม
รูบิโอ ซึ่งนับถือศาสนาคาทอลิกเช่นเดียวกับ JD Vance รองประธานาธิบดีสหรัฐ เคยพบสมเด็จพระสันตะปาปาเมื่อปีก่อน หลังเข้าร่วมพิธีมิสซาเปิดสมณสมัยของพระองค์
ด้านเอกอัครราชทูต Burch ปฏิเสธว่าความสัมพันธ์ระหว่างทรัมป์กับพระสันตะปาปาเกิดรอยร้าวลึก โดยระบุว่า การเยือนครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อให้ทั้งสองฝ่ายเข้าใจกันมากขึ้น และพูดคุยกันตรง ๆ หากมีความเห็นต่าง
ในวันศุกร์ รูบิโอมีกำหนดพบกับ Giorgia Meloni นายกรัฐมนตรีอิตาลี ซึ่งออกมาปกป้องสมเด็จพระสันตะปาปา ขณะที่รัฐมนตรีกลาโหมอิตาลีเตือนว่า สงครามอิหร่านอาจทำให้บทบาทผู้นำโลกของสหรัฐสั่นคลอน
สมเด็จพระสันตะปาปาเลโอ ซึ่งกำลังจะครบ 1 ปีแห่งการดำรงตำแหน่งผู้นำคริสตจักรคาทอลิกที่มีสมาชิกกว่า 1.4 พันล้านคนทั่วโลกในวันศุกร์นี้ แม้ในช่วงแรกจะวางพระองค์ค่อนข้างเงียบในเวทีโลก แต่ในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา พระองค์เริ่มออกมาวิพากษ์วิจารณ์สงครามกับอิหร่านอย่างชัดเจน
นอกจากนี้พระองค์ยังวิจารณ์นโยบายต่อต้านผู้อพยพอย่างแข็งกร้าวของรัฐบาลทรัมป์ และเรียกร้องให้สหรัฐใช้แนวทางเจรจากับคิวบา ซึ่งกำลังเผชิญปัญหาไฟฟ้าดับบ่อยครั้งจากผลกระทบของมาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐที่ต้องการกดดันรัฐบาลคอมมิวนิสต์ของคิวบา
อ้างอิง : reuters.com