“EV จีน” ต่ำหมื่นดอลลาร์ เขย่าตลาดโลก ราคาต่ำกว่าสหรัฐถึง 5 เท่า
การแข่งขันดุเดือดในจีน กดราคา EV ต่ำกว่า 12,000 ดอลลาร์ ขณะที่รถใหม่ในสหรัฐยังแพง ทำให้เงินเท่ารถหนึ่งคันในสหรัฐสามารถซื้อ EV จีนได้ถึง 5 คัน
วันที่ 28 เมษายน 2569 เวลา 13.09 น. สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่าตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในจีนกำลังสะท้อนภาพการแข่งขันขั้นสุดที่กดราคาลงอย่างมีนัยสำคัญ จนกลายเป็นปรากฏการณ์ที่แตกต่างจากตลาดสหรัฐอย่างชัดเจน โดยงานแสดงรถยนต์ปักกิ่งปีนี้ชี้ให้เห็นว่า การแข่งขันภายในประเทศที่รุนแรง ทำให้ราคารถยนต์ใหม่ในจีนต่ำกว่าตลาดขนาดใหญ่อันดับสองอย่างสหรัฐอย่างมาก
ข้อมูลจาก Kelley Blue Book ระบุว่า ราคารถยนต์ใหม่เฉลี่ยในสหรัฐอยู่ที่ประมาณ 51,456 ดอลลาร์ในเดือนมีนาคม ขณะที่ในจีนมีรถยนต์พลังงานไฟฟ้าและไฮบริดมากกว่า 200 รุ่น ที่ตั้งราคาต่ำกว่า 25,000 ดอลลาร์ ตามข้อมูลของ DCar
ที่น่าสนใจคือ ผู้บริโภคในจีนสามารถซื้อรถยนต์ไฟฟ้าขนาดเล็กได้ในราคาต่ำกว่า 12,000 ดอลลาร์ โดย Reuters ระบุว่า หากใช้เงินเทียบเท่ารถยนต์ใหม่หนึ่งคันในสหรัฐ ผู้บริโภคจีนสามารถซื้อรถยนต์ไฟฟ้าราคาประหยัดได้ถึง 5 คัน
หนึ่งในรุ่นที่โดดเด่น คือGeely EX2 ซึ่งมีราคาเริ่มต้นราว 10,060 ดอลลาร์ และกลายเป็นรถยนต์ที่ขายดีที่สุดในจีนในปี 2568 ตัวรถมาพร้อมฟีเจอร์ครบครัน เช่น หน้าจอกลางขนาด 14.6 นิ้ว และระยะทางวิ่งสูงสุดประมาณ 255 ไมล์ตามมาตรฐานจีน โดยรุ่นนี้เริ่มขยายตลาดไปยังบราซิล อินโดนีเซีย และไทยแล้ว
ขณะที่Wuling Hongguang MiniEV ซึ่งมีราคาเริ่มต้นเพียง 6,560 ดอลลาร์ ถือเป็นตัวแทนของรถยนต์ไฟฟ้าราคาประหยัดอย่างแท้จริง ด้วยขนาดกะทัดรัด เหมาะสำหรับการใช้งานในเมือง แม้จะมีความเร็วสูงสุดเพียงประมาณ 62 ไมล์ต่อชั่วโมง และระยะทางวิ่งราว 127 ไมล์ แต่ยังคงได้รับความนิยมจากผู้บริโภคที่เน้นความคุ้มค่า
อีกด้านหนึ่ง BYD ยังคงครองความเป็นผู้นำในตลาดรถยนต์ไฟฟ้าราคาประหยัด โดยรุ่นอย่าง Seagull, Yuan UP และ Qin Plus DM ซึ่งมีราคาเริ่มต้นต่ำกว่า 12,000 ดอลลาร์ มียอดขายรวมกันถึง 700,000 คันในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา
โดยเฉพาะรุ่น Seagull ที่เปิดตัวเมื่อ 3 ปีก่อน ได้รับความสนใจอย่างมากจากทั้งดีไซน์ สมรรถนะ และราคาที่เข้าถึงได้ รุ่นปี 2026 ยังมาพร้อมเทคโนโลยีขั้นสูง เช่น ระบบช่วยขับขี่อัตโนมัติ และแบตเตอรี่ที่วิ่งได้ไกลถึง 314 ไมล์ในรุ่นท็อป
ภาพรวมดังกล่าวสะท้อนว่า การแข่งขันอย่างเข้มข้นในจีนกำลังเร่งให้ต้นทุนรถยนต์ไฟฟ้าลดลงอย่างรวดเร็ว พร้อมยกระดับเทคโนโลยีในราคาที่เข้าถึงได้ ซึ่งไม่เพียงเปลี่ยนโครงสร้างตลาดในประเทศ แต่ยังสร้างแรงกดดันต่อผู้ผลิตรถยนต์ทั่วโลก โดยเฉพาะในตลาดพัฒนาแล้วที่ยังมีราคาสูงกว่าอย่างมีนัยสำคัญ
แนวโน้มนี้อาจเป็นสัญญาณสำคัญว่า จีนไม่ได้เป็นเพียงฐานการผลิต แต่กำลังก้าวขึ้นเป็น “ผู้นำด้านราคาและนวัตกรรม” ในอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าของโลก
อ้างอิง : www.reuters.com