โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

‘สภาพัฒน์’ แจงชัดไม่เคยศึกษาความคุ้มค่า ‘แลนด์บริดจ์’ โดยตรง

The Bangkok Insight

อัพเดต 28 เม.ย. เวลา 06.23 น. • เผยแพร่ 28 เม.ย. เวลา 06.23 น. • The Bangkok Insight

"สภาพัฒน์" แจงชัดไม่เคยศึกษาความคุ้มค่า "แลนด์บริดจ์" โดยตรง ชี้หากเดินหน้าโครงการ ควรเริ่มพัฒนาท่าเรือฝั่งตะวันตกที่ระนองก่อน

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการ สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) หรือ สภาพัฒน์ ชี้แจงกรณีมีการอ้างว่า สศช. เคยศึกษาว่าโครงการแลนด์บริดจ์ไม่คุ้มค่าทางเศรษฐกิจตั้งแต่สมัยรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชาว่า สศช. ยังไม่เคยศึกษาโครงการแลนด์บริดจ์โดยตรง แต่สิ่งที่สำนักงานเคยศึกษาในช่วงเวลาดังกล่าวคือโครงการคลองไทย ตามที่นายกรัฐมนตรีและสมาคมคลองไทยขอให้พิจารณาว่าจะเกิดประโยชน์อย่างไรบ้าง

แลนด์บริดจ์

การศึกษาขั้นต้นในเวลานั้นมีการเปรียบเทียบระหว่างโครงการคลองไทย ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคใต้ (Southern Economic Corridor) และแนวคิดแลนด์บริดจ์ โดยผลเปรียบเทียบพบว่า คลองไทยให้ประโยชน์ต่ำสุด รองลงมาคือแลนด์บริดจ์ เนื่องจากต้องใช้เงินลงทุนสูงมาก

"หากแลนด์บริดจ์เป็นเพียงโครงสร้างเชื่อมการขนส่งสินค้าอย่างเดียว โดยไม่มีการพัฒนาอุตสาหกรรมเพิ่มเติม ผลประโยชน์จะไม่มากนัก แต่หากเปรียบเทียบกับ Southern Economic Corridor ซึ่งมีพื้นที่รองรับอุตสาหกรรม เช่น อุตสาหกรรมเบา หรือภาคการเกษตร จะสร้างประโยชน์ได้มากกว่า สศช. ไม่เคยศึกษาโครงการแลนด์บริดจ์อย่างจริงจัง และผลสรุปที่ว่าไม่คุ้มทุน เป็นผลการศึกษาของโครงการคลองไทยไม่ใช่แลนด์บริดจ์" นายดนุชา กล่าว

นายดนุชา พิชยนันท์

เมื่อถูกถามถึงการที่รัฐบาลกำลังเดินหน้าโครงการแลนด์บริดจ์ นายดนุชา กล่าวว่า ต้องพิจารณารูปแบบโครงการ รายละเอียดการลงทุน และผลประโยชน์ที่จะได้รับอย่างรอบด้าน เพราะการขนส่งสินค้าเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอ แต่ต้องมีการพัฒนาพื้นที่และภาคอุตสาหกรรมควบคู่กันไปด้วย

นายดนุชา ยังเสนอว่า ประเด็นสำคัญของไทยในเวลานี้คือยังไม่มีท่าเรือฝั่งตะวันตกที่ใช้ส่งออกสินค้าอย่างจริงจัง ดังนั้นอาจเริ่มต้นจากการพัฒนาท่าเรือที่จังหวัดระนองก่อน แล้วจึงค่อยขยายต่อไป ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับรูปแบบโครงการที่จะดำเนินการ พร้อมระบุว่า หากไทยมีท่าเรือฝั่งตะวันตกของตนเอง เชื่อมโยงกับพื้นที่อุตสาหกรรมภายในประเทศ ก็จะสามารถนำสินค้าจากแหลมฉบังออกสู่เส้นทางอินเดีย ตะวันออกกลาง และยุโรปได้โดยตรง ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อประเทศในระยะยาว

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...