โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

นายกฯ เปิดทำเนียบฯ ต้อนรับ รมว.กลาโหมสิงคโปร์ ออกตัวชัดเจนสนใจ “แลนด์บริดจ์"

THE ROOM 44 CHANNEL

เผยแพร่ 2 วันที่แล้ว

นายกฯ เปิดทำเนียบฯ ต้อนรับ รมว.กลาโหมสิงคโปร์ หารือชื่นมื่น ชูความร่วมมือความมั่นคง-พลังงาน -อุตสาหกรรมไฮเทค ขณะสิงคโปร์ออกตัวชัดเจนสนใจ “แลนด์บริดจ์" เห็นโอกาสทองเศรษฐกิจภูมิภาค ด้าน ”รัชดา“ โต้เฟกนิวส์ฝ่ายค้าน ยันโปร่งใส-คุ้มทุน-ไม่ทำโครงการกระดาษเปล่า ซัดไทยมีศักยภาพ ขอนักการเมืองอย่าด้อยค่า

วันที่ 27 เมษายน 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้การต้อนรับ นายชาง ชุน ชิง (H.E. Mr. Chan Chun Sing) รัฐมนตรีประสานงานด้านบริการภาครัฐ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมสาธารณรัฐสิงคโปร์ ในโอกาสเยือนประเทศไทยเพื่อแนะนำตนเอง

ภายหลังการหารือ นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการหารือ ว่า บรรยากาศการหารือเป็นกันเองอย่างมาก เพราะความสัมพันธ์ไทย-สิงคโปร์ มีใบอย่างยาวนานและแน่นแฟ้น โดยเฉพาะความสัมพันธ์ของผู้นำทั้งสองประเทศ ที่ก่อนหน้านี้นายกรัฐมนตรี ลอว์เรนซ์ หว่อง ก็ได้โทรมาแสดงความยินดีกับนายกรัฐมนตรี หลังได้รับการแต่งตั้งอย่างเป็นทางการ ส่วนวันมีหลายประเด็นที่พูดถึง

ประเด็นแรกคือ ความร่วมมือด้านความมั่นคงการทหาร ทางสิงคโปร์ขอบคุณที่ประเทศไทยมีบทบาทในการฝึกคอบร้าโกลด์กับทางสิงคโปร์ และเรื่องนี้จะดำเนินต่อไป ถือเป็นพันธกิจร่วมกันของประเทศไทยและสิงคโปร์

นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรี ได้เสนอความร่วมมือที่จะพัฒนาอุตสาหกรรมการบิน และอุตสาหกรรมทางทะเล เพราะทั้งสองประเทศ มีความได้เปรียบทางยุทธศาสตร์อยู่แล้ว และในเรื่องการบิน เทคโนโลยีของสิงคโปร์เป็นที่ทันสมัยและเป็นที่ยอมรับ ขณะเดียวกันประเทศไทยมีพื้นที่รองรับการพัฒนาอุตสาหกรรมการบินได้ รวมถึงอุตสาหกรรมทางทะเล ซึ่งรัฐมนตรีกลาโหมสิงคโปร์ก็เห็นด้วย และจะร่วมผลักดันลงรายละเอียดประเด็นนี้ต่อไป

ส่วนความมั่นคงทางพลังงาน เป็นสิ่งที่ทั้งสองประเทศเห็นพ้องว่า เราควรจับมือผลักดันการสร้างความพอเพียงในภูมิภาค ไม่ว่าจะเป็นพลังงานฟอสซิล หรือพลังงานแสงอาทิตย์ ในเรื่อง Power Grid หรือ โครงข่ายไฟฟ้า เป็นการแชร์พลังงานที่มีสำรองไว้

ส่วนเรื่องแลนด์บริดจ์ ทางรัฐมนตรีกลาโหมสิงคโปร์ ให้ความสำคัญและให้ความสนใจกับเรื่องนี้มาก เพราะเป็นโอกาสทางเศรษฐกิจของประเทศไทย และนักลงทุนจากต่างประเทศ ที่จะมาใช้โครงการนี้หากสามารถผลักดันให้เกิดขึ้นจริง เพราะแลนด์บริดจ์ไม่ใช่แค่เรื่องของการสร้างท่าเรือสองข้างในประเทศไทย แต่รวมไปถึงการพัฒนาอุตสาหกรรมในพื้นที่ทางใต้ด้วย ทั้งนี้หากมีความชัดเจนและสามารถผลักดันได้ ก็คงจะมีนักลงทุนทั้งจากสิงคโปร์และชาติอื่นๆ มาร่วมพัฒนาโครงการนี้

เมื่อถามย้ำว่า โครงการแลนด์บริดจ์ ทางสิงคโปร์จะมาช่วยหรือเชิญชวนนักลงทุน ใช่หรือไม่ นางสาวรัชดา กล่าวว่า ยังไม่ได้คุยรายละเอียด แต่เขารับทราบถึงความน่าสนใจของโครงการ และเห็นโอกาสว่าถ้าได้ทำจริง พิจารณาในมิติต่างๆอย่างรอบคอบแล้ว โครงการนี้จะสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจให้กับประเทศไทยและภูมิภาคด้วยแน่นอน เพราะถ้าคนจะเดินผ่านเส้นทางทางเรือ ก็ต้องใช้ช่องแคบมะละกาเป็นหลัก แต่วันนี้โครงการแลนด์บริดจ์ก็จะเป็นอีกโอกาสที่จะส่งเสริมให้การขนส่งสินค้าทางทะเลมีความสะดวกมากขึ้น ก็เป็นโอกาสที่ดี เขาจึงให้ความสนใจกับการผลักดันโครงการนี้ของประเทศไทย ส่วนรายละเอียดยังไม่ลงลึก ทางสิงคโปร์ก็ติดตามอยู่ เพราะต้องมีความชัดเจนจากทางฝ่ายรัฐบาลก่อน แล้วค่อยพูดถึงเรื่องการลงทุน

“ขอย้ำว่า วันนี้รัฐมนตรีกลาโหมสิงคโปร์ แสดงความสนใจและเห็นโอกาสที่ดี ที่จะเกิดกับประเทศไทย หากผลักดันให้เกิดเกิดขึ้นจริง”

ส่วนที่ฝ่ายค้านตั้งคำถาม ว่ารัฐบาลยังไม่ได้แสดงตัวเลขความคุ้มทุนเลย แต่จะเดินหน้าแล้ว นางสาวรัชดา กล่าว เรื่องนี้มีการผลักดันมาหลายปีแล้ว โครงการๆใหญ่ทุกโครงการต้องมีการวิเคราะห์ความคุ้มทุนทางเศรษฐกิจ และผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม ทุกอย่างต้องเรียบร้อยก่อนที่จะนำเข้าสู่ที่ประชุมรัฐมนตรี

“ขอบคุณฝ่ายค้านที่มีความกังวลเรื่องนี้ แต่ขอให้มั่นใจว่า ไม่มีทางที่รัฐบาลจะอนุมัติโครงการกระดาษเปล่าได้ ทุกสิ่งต้องผ่านการศึกษาทางด้านเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อม และยังมีสิ่งอื่นที่ต้องทำรายละเอียดอีกเยอะ เราไม่สามารถที่จะซุก แล้วไปทำเลยโดยไม่ให้ประชาชนรับรู้ เรื่องนั้นอย่าได้กังวล ได้ทุกอย่างต้องโปร่งใสและชี้แจงให้ประชาชนทราบ และเห็นถึงประโยชน์ความคุ้มค่าของประชาชนในพื้นที่ และประชาชนทั้งประเทศจะได้อะไรจากโอกาสการลงทุนครั้งนี้ พร้อมย้ำว่าโครงการนี้เป็นการนำเงินจากเอกชนมาลงทุน”

นางสาวรรัชดา ยังย้ำว่า เรื่องการทำความเข้าใจกับไม่เฉพาะโครงการแลนด์บริดจ์เท่านั้น แต่เป็นทุกโครงการขนาดใหญ่ ซึ่งก็มีทั้งข้อดีและความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจ แต่ความกังวลของประชาชนเราก็ต้องรับฟังและสื่อสาร แต่ไม่ใช่แค่การสื่อสารเพียงครั้งเดียว เพราะความกังวลมีหลายระดับ มีหลายประเด็นเพิ่มเติมตามพัฒนาการโครงการ ซึ่งนายกฯ ก็เน้นย้ำว่าจะทำอะไรต้องเข้าใจหัวอกประชาชน การสื่อสารให้ประชาชนเข้าใจว่าเราทำอะไร เพื่ออะไร มันเป็นสิ่งจำเป็น แต่ยอมรับว่าโครงการนี้เป็นการดึงเงินลงทุนจากต่างประเทศเข้ามา

เมื่อถามว่า ก่อนเรื่องเข้า ครม. จะมีการเป็นการกางตัวเลข เพื่อเรียกความเชื่อมั่น ของทั้งคนไทยและคนที่ไม่เข้าใจหรือฝ่ายค้าน ให้เข้าใจก่อนใช่หรือไม่ นางสาวรัชดา กล่าวว่า ก็ต้องทำอย่างต่อเนื่อง วันนี้การสื่อสารกับประชาชนไม่ง่าย สื่อสารก่อนเข้า ครม. หลัง ครม. 2 รอบก็ยังไม่จบ แต่ต้องทำอย่างต่อเนื่อง พร้อมขอให้สื่อมวลชนและภาคเอกชนช่วยนำเสนอในด้านดีๆที่จะเกิดขึ้นกับประเทศไทยและคนไทยด้วย ส่วนข้อกังวลก็นำเสนอได้เช่นกัน เพราะไม่มีโครงการไหนที่จะถูกใจประชาชนร้อยเปอร์เซ็นต์ในทันที แต่สิ่งดีๆจะสามารถเดินหน้าต่อไปได้ ถ้าเรามีความเข้าใจบนพื้นฐานข้อมูลที่ถูกต้อง

ส่วนมั่นใจว่าโครงการนี้จะเกิดขึ้นได้สำเร็จหรือไม่ นางสาวรัชดา กล่าวว่า เป็นความตั้งใจที่ดีของรัฐบาล เพื่อประโยชน์ของประชาชน หวังว่าประชาชนจะเห็นโอกาสทางเศรษฐกิจตรงนี้

เมื่อถามว่า ดูเหมือนหลายประเทศให้ความสนใจประเทศไทย ทั้งจีนและสิงคโปร์ ยังมีประเทศอื่นอีกหรือไม่ นางสาวรัชดา กล่าวว่า ขออย่าด้อยค่าศักยภาพของประเทศไทย ว่าคนโน้นก็ไม่สนใจคนนี้ก็ไม่สนใจ ซึ่งไม่ได้เป็นความจริง เรามีความน่าเชื่อถือทางด้านการเงินการคลัง ซึ่งในรอบ 2 ปีที่ผ่านมา ไทยกลับมาอยู่ในอันดับประเทศที่นักลงทุนสนใจอยากลงทุน และประเทศไทยไม่ได้ขาดแคลนน้ำมัน แต่เรามีปัญหาเรื่องราคาน้ำมัน ซึ่งทั่วโลกเป็นหมด มีหลายสิ่งหลายอย่างที่เป็นความมั่นคงและมีความน่าสนใจที่ประเทศอื่นไม่มี แต่ทำไมยังมีคนบางกลุ่มคิดด้อยค่าทำลายความน่าเชื่อถือ

“อย่าคิดว่าพวกคุณพูดกันเองเพื่อที่จะสร้างประเด็นทางการเมืองแค่ในประเทศ ทุกคำพูดที่คุณด้อยค่าประเทศไทย ต่างชาติก็ฟังอยู่ และยิ่งคนที่มีตำแหน่งทางการเมืองออกมาพูดในลักษณะดูว่าประเทศไทยไม่น่าเชื่อถือ แบบนี้ไม่มีใครได้ประโยชน์ เพราะฉะนั้นขอให้โฟกัสการวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลที่ความเหมาะสม ความกังวล ขอให้วิพากษ์วิจารณ์อย่างสร้างสรรค์ ประเด็นที่คิดว่าประเทศไทยไม่มีศักยภาพ นั่นไม่ใช่ประเทศไทย”โฆษกรัฐบาล กล่าว

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...