โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

คมนาคม ขยายเวลาลงทะเบียนเยียวยากลุ่มขนส่งใช้น้ำมันถึง 24 เม.ย. นี้ รับวิกฤตพลังงานตะวันออกกลาง

การเงินธนาคาร

อัพเดต 19 เม.ย. เวลา 11.38 น. • เผยแพร่ 19 เม.ย. เวลา 04.38 น.

กรมการขนส่งทางบก ขยายกำหนดการรับสิทธิผ่านระบบ "DLT พร้อมซัปพอร์ต" หลังดีมานด์ทะลักกว่า 1.16 แสนคันใน 2 วันแรก มาตรการมุ่งลดภาระต้นทุนโลจิสติกส์และค่าครองชีพ ครอบคลุมผู้ประกอบการที่ใช้น้ำมันดีเซลและเบนซินล้วนทั่วประเทศ จ่ายเงินช่วยเหลือตามจริงในกรอบ 42 วัน ตั้งแต่ 20 เม.ย. – 31 พ.ค. 69 หวังประคับประคองโครงสร้างเศรษฐกิจภาพรวม

19 เมษายน 2569–กระทรวงคมนาคม โดยกรมการขนส่งทางบก ประกาศขยายระยะเวลาการลงทะเบียนรับเงินช่วยเหลือตามมาตรการบรรเทาผลกระทบวิกฤตการณ์ราคาน้ำมัน จากสถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลางที่ยืดเยื้อ ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อต้นทุนการดำเนินงานในภาคขนส่งและเสถียรภาพค่าครองชีพ โดยผู้ประกอบการสามารถยื่นความประสงค์ผ่านระบบ "DLT พร้อมซัปพอร์ต" ได้ต่อเนื่องจนถึงวันที่ 24 เมษายน 2569 โดยไม่เว้นวันหยุดราชการ

เร่งอัดฉีดงบเยียวยาภาคขนส่ง รับมือความผันผวนราคาน้ำมันดิบโลก

การปรับเปลี่ยนกำหนดการในครั้งนี้ เป็นผลสืบเนื่องจากนโยบายเชิงรุกของนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ที่มุ่งเน้นการแก้ปัญหาภาระต้นทุนเชื้อเพลิงอย่างเร่งด่วน ภายหลังพบว่านับตั้งแต่เปิดระบบเมื่อวันที่ 16 เมษายน ที่ผ่านมา มีภาคธุรกิจขนส่งให้ความสนใจเข้าร่วมมาตรการเกินกว่าที่คาดการณ์ไว้ จนส่งผลให้ระบบการลงทะเบียนออนไลน์ในช่วงแรกเกิดความขัดข้องชั่วคราว

สถิติการลงทะเบียนและกลุ่มเป้าหมายเชิงยุทธศาสตร์

นายสรพงศ์ ไพฑูรย์พงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก เปิดเผยตัวเลขการดำเนินงานในช่วง 2 วันแรก (16 – 17 เม.ย. 69) พบว่ามีผู้ประกอบการที่มีสิทธิเข้าสู่ระบบแล้วกว่า 26,000 ราย คิดเป็นจำนวนยานพาหนะรวมทั้งสิ้นกว่า 116,000 คัน โดยย้ำว่ากลุ่มเป้าหมายหลักคือผู้ประกอบการรถโดยสารและรถบรรทุกขนส่งสินค้าที่ใช้เชื้อเพลิงน้ำมันดีเซลหรือเบนซินล้วน ซึ่งเป็นฟันเฟืองสำคัญในระบบซัพพลายเชน

"มาตรการดังกล่าวเป็นความพยายามในการช่วยเหลือผู้ประกอบการรถโดยสารและรถบรรทุกขนส่งสินค้าที่ใช้น้ำมันดีเซลหรือเบนซินล้วนก่อน เนื่องจากเป็นผู้ได้รับผลกระทบสูงจากวิกฤตความผันผวนของราคาน้ำมัน เพื่อให้สามารถจัดเดินรถได้อย่างต่อเนื่อง อันจะเป็นการช่วยประคับประคองสภาพเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ" — นายสรพงศ์ ไพฑูรย์พงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก

หลักเกณฑ์การจ่ายเงินและเงื่อนไขการรับสิทธิ

ในเชิงปฏิบัติ กรมการขนส่งทางบกได้วางโครงสร้างการจ่ายเงินช่วยเหลือโดยยึดหลักความโปร่งใสและการตรวจสอบได้ ดังนี้:

  • ระยะเวลาดำเนินมาตรการ: ครอบคลุมกรอบเวลา 42 วัน ตั้งแต่วันที่ 20 เมษายน จนถึง 31 พฤษภาคม 2569
    • เกณฑ์การพิจารณา: การจ่ายเงินจะคำนวณตามสัดส่วนระยะเวลาที่ให้บริการขนส่งจริงหลังจากวันที่ลงทะเบียนสำเร็จ
    • ช่องทางการรับเงิน: ผ่านระบบพร้อมเพย์ที่ผูกกับเลขประจำตัวประชาชน (บุคคลธรรมดา) หรือเลขประจำตัวผู้เสียภาษี (นิติบุคคล)

สำหรับเอกสารสำคัญที่ต้องใช้ประกอบการพิจารณา ประกอบด้วย ใบอนุญาตประกอบการขนส่ง, หนังสือรับรองจดทะเบียนนิติบุคคล และหลักฐานการรับจ้างขนส่งผู้โดยสารหรือสินค้าตามประเภทของรถที่ยื่นขอรับสิทธิ

ช่องทางการเข้าถึงมาตรการ

ผู้ประกอบการสามารถเลือกดำเนินการได้ 2 ช่องทางหลัก คือ ผ่านระบบออนไลน์ที่เว็บไซต์ https://tss.dlt.go.th/ ตลอด 24 ชั่วโมง หรือในรูปแบบ Walk-in ณ กรมการขนส่งทางบก (อาคาร 3 ชั้น 1) และสำนักงานขนส่งจังหวัดทุกแห่งทั่วประเทศ

การยืดเวลาลงทะเบียนในครั้งนี้ นอกจากจะช่วยบรรเทาปัญหาความแออัดของระบบคอมพิวเตอร์แล้ว ยังเป็นการเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการในพื้นที่ห่างไกลสามารถเตรียมเอกสารหลักฐานให้ครบถ้วน เพื่อรักษาสิทธิในการรับเงินช่วยเหลืออย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย ซึ่งถือเป็นมาตรการสำคัญในการป้องกันไม่ให้ต้นทุนน้ำมันที่สูงขึ้นถูกผลักภาระไปยังราคาสินค้าและค่าโดยสารของประชาชนในช่วงวิกฤตการณ์พลังงานปี 2569 นี้

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ สถานการณ์เศรษฐกิจทั่วไทย ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...