คมนาคม ขยายเวลาลงทะเบียนเยียวยากลุ่มขนส่งใช้น้ำมันถึง 24 เม.ย. นี้ รับวิกฤตพลังงานตะวันออกกลาง
กรมการขนส่งทางบก ขยายกำหนดการรับสิทธิผ่านระบบ "DLT พร้อมซัปพอร์ต" หลังดีมานด์ทะลักกว่า 1.16 แสนคันใน 2 วันแรก มาตรการมุ่งลดภาระต้นทุนโลจิสติกส์และค่าครองชีพ ครอบคลุมผู้ประกอบการที่ใช้น้ำมันดีเซลและเบนซินล้วนทั่วประเทศ จ่ายเงินช่วยเหลือตามจริงในกรอบ 42 วัน ตั้งแต่ 20 เม.ย. – 31 พ.ค. 69 หวังประคับประคองโครงสร้างเศรษฐกิจภาพรวม
19 เมษายน 2569–กระทรวงคมนาคม โดยกรมการขนส่งทางบก ประกาศขยายระยะเวลาการลงทะเบียนรับเงินช่วยเหลือตามมาตรการบรรเทาผลกระทบวิกฤตการณ์ราคาน้ำมัน จากสถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลางที่ยืดเยื้อ ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อต้นทุนการดำเนินงานในภาคขนส่งและเสถียรภาพค่าครองชีพ โดยผู้ประกอบการสามารถยื่นความประสงค์ผ่านระบบ "DLT พร้อมซัปพอร์ต" ได้ต่อเนื่องจนถึงวันที่ 24 เมษายน 2569 โดยไม่เว้นวันหยุดราชการ
เร่งอัดฉีดงบเยียวยาภาคขนส่ง รับมือความผันผวนราคาน้ำมันดิบโลก
การปรับเปลี่ยนกำหนดการในครั้งนี้ เป็นผลสืบเนื่องจากนโยบายเชิงรุกของนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ที่มุ่งเน้นการแก้ปัญหาภาระต้นทุนเชื้อเพลิงอย่างเร่งด่วน ภายหลังพบว่านับตั้งแต่เปิดระบบเมื่อวันที่ 16 เมษายน ที่ผ่านมา มีภาคธุรกิจขนส่งให้ความสนใจเข้าร่วมมาตรการเกินกว่าที่คาดการณ์ไว้ จนส่งผลให้ระบบการลงทะเบียนออนไลน์ในช่วงแรกเกิดความขัดข้องชั่วคราว
สถิติการลงทะเบียนและกลุ่มเป้าหมายเชิงยุทธศาสตร์
นายสรพงศ์ ไพฑูรย์พงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก เปิดเผยตัวเลขการดำเนินงานในช่วง 2 วันแรก (16 – 17 เม.ย. 69) พบว่ามีผู้ประกอบการที่มีสิทธิเข้าสู่ระบบแล้วกว่า 26,000 ราย คิดเป็นจำนวนยานพาหนะรวมทั้งสิ้นกว่า 116,000 คัน โดยย้ำว่ากลุ่มเป้าหมายหลักคือผู้ประกอบการรถโดยสารและรถบรรทุกขนส่งสินค้าที่ใช้เชื้อเพลิงน้ำมันดีเซลหรือเบนซินล้วน ซึ่งเป็นฟันเฟืองสำคัญในระบบซัพพลายเชน
"มาตรการดังกล่าวเป็นความพยายามในการช่วยเหลือผู้ประกอบการรถโดยสารและรถบรรทุกขนส่งสินค้าที่ใช้น้ำมันดีเซลหรือเบนซินล้วนก่อน เนื่องจากเป็นผู้ได้รับผลกระทบสูงจากวิกฤตความผันผวนของราคาน้ำมัน เพื่อให้สามารถจัดเดินรถได้อย่างต่อเนื่อง อันจะเป็นการช่วยประคับประคองสภาพเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ" — นายสรพงศ์ ไพฑูรย์พงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก
หลักเกณฑ์การจ่ายเงินและเงื่อนไขการรับสิทธิ
ในเชิงปฏิบัติ กรมการขนส่งทางบกได้วางโครงสร้างการจ่ายเงินช่วยเหลือโดยยึดหลักความโปร่งใสและการตรวจสอบได้ ดังนี้:
- ระยะเวลาดำเนินมาตรการ: ครอบคลุมกรอบเวลา 42 วัน ตั้งแต่วันที่ 20 เมษายน จนถึง 31 พฤษภาคม 2569
- เกณฑ์การพิจารณา: การจ่ายเงินจะคำนวณตามสัดส่วนระยะเวลาที่ให้บริการขนส่งจริงหลังจากวันที่ลงทะเบียนสำเร็จ
- ช่องทางการรับเงิน: ผ่านระบบพร้อมเพย์ที่ผูกกับเลขประจำตัวประชาชน (บุคคลธรรมดา) หรือเลขประจำตัวผู้เสียภาษี (นิติบุคคล)
สำหรับเอกสารสำคัญที่ต้องใช้ประกอบการพิจารณา ประกอบด้วย ใบอนุญาตประกอบการขนส่ง, หนังสือรับรองจดทะเบียนนิติบุคคล และหลักฐานการรับจ้างขนส่งผู้โดยสารหรือสินค้าตามประเภทของรถที่ยื่นขอรับสิทธิ
ช่องทางการเข้าถึงมาตรการ
ผู้ประกอบการสามารถเลือกดำเนินการได้ 2 ช่องทางหลัก คือ ผ่านระบบออนไลน์ที่เว็บไซต์ https://tss.dlt.go.th/ ตลอด 24 ชั่วโมง หรือในรูปแบบ Walk-in ณ กรมการขนส่งทางบก (อาคาร 3 ชั้น 1) และสำนักงานขนส่งจังหวัดทุกแห่งทั่วประเทศ
การยืดเวลาลงทะเบียนในครั้งนี้ นอกจากจะช่วยบรรเทาปัญหาความแออัดของระบบคอมพิวเตอร์แล้ว ยังเป็นการเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการในพื้นที่ห่างไกลสามารถเตรียมเอกสารหลักฐานให้ครบถ้วน เพื่อรักษาสิทธิในการรับเงินช่วยเหลืออย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย ซึ่งถือเป็นมาตรการสำคัญในการป้องกันไม่ให้ต้นทุนน้ำมันที่สูงขึ้นถูกผลักภาระไปยังราคาสินค้าและค่าโดยสารของประชาชนในช่วงวิกฤตการณ์พลังงานปี 2569 นี้