มหาสงกรานต์ปี’69 ฉ่ำทั่วไทย คนเที่ยวคึกคัก ไม่หวั่นวิกฤตน้ำมันแพง
งานเทศกาลสงกรานต์ปี 2569 ในทุกภูมิภาคของประเทศเป็นไปอย่างคึกคักต่อเนื่อง สะท้อนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจฐานรากจากการท่องเที่ยวและการใช้จ่ายภายในประเทศ แม้ประชาชนจะต้องเผชิญกับวิกฤตราคาน้ำมันและค่าครองชีพที่พุ่งสูงขึ้น
ข้อมูลจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ระบุว่า สำหรับภาพรวมเทศกาลสงกรานต์ปี 2569 พบว่าการจัดงานทั่วประเทศเป็นไปอย่างคึกคัก สะท้อนความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติที่เดินทางท่องเที่ยวในช่วงวันหยุดยาวอย่างหนาแน่น
คาดว่าจะสร้างรายได้จากการท่องเที่ยวระหว่างวันที่ 11-15 เมษายน 2569 ได้กว่า 30,350 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 6 จากช่วงเดียวกันของปี 2568 เป็นรายได้จากนักท่องเที่ยวต่างชาติประมาณ 8,100 ล้านบาท และจากนักท่องเที่ยวชาวไทยประมาณ 22,250 ล้านบาท
หลายจังหวัดทั้งภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ ร่วมจัดกิจกรรมสงกรานต์กันต่อเนื่องเกือบทั้งเดือนเมษายน ต่างมีนักท่องเที่ยวไทยและต่างชาติออกมาเล่นน้ำอย่างคึกคัก แม้จะเผชิญวิกฤตราคาน้ำมัน และราคาสินค้าอุปโภคบริโภคที่ปรับสูงขึ้นต่อเนื่อง
ทั้งนี้ ยังสะท้อนถึงพลังเสน่ห์ไทยที่สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก ผ่านมิติของวัฒนธรรม ประเพณี อาหาร และความคิดสร้างสรรค์ โดยเชื่อมั่นว่าเทศกาลสงกรานต์จะเป็นจุดหมายปลายทางแห่งเทศกาลระดับโลก
ปี๋ใหม่เมือง-คาราวานทัวร์จีน
ภาคเหนือยังคงรักษาเอกลักษณ์ “ปี๋ใหม่เมือง” อย่างเข้มแข็ง โดย จ.เชียงใหม่ จัดงานอย่างต่อเนื่องตลอดช่วงวันที่ 6-17 เมษายน 2569 อาทิ ขบวนแห่พระพุทธสิหิงค์และพระพุทธรูปสำคัญ เนื่องในงานป๋าเวณีปี๋ใหม่เมืองเจียงใหม่ ออกแห่ให้ประชาชน นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติเข้าร่วมสรงน้ำพระพุทธรูป สักการะบูชา เพื่อความเป็นสิริมงคล ตั้งแต่บริเวณสี่แยกสันป่าข่อย ไปจนถึงวัดพระสิงห์วรมหาวิหาร
ส่วนที่ถนนท่าแพ มวลความสุขจากบรรยากาศการเฉลิมฉลองเทศกาลสงกรานต์ ในงาน “World Songkran Thaphae Chiangmai 2026” เมื่อวันที่ 13 – 15 เมษายน 2569 ไฮไลต์คืออุโมงค์น้ำขนาดใหญ่ การแสดงแสง สี เสียง และเทคนิคพิเศษ และการแสดงดนตรีจากศิลปินท้องถิ่น และ ดีเจชั้นนำ เพื่อให้นักท่องเที่ยวร่วมเป็นส่วนหนึ่งของบรรยากาศแห่งความสุข และร่วมสร้างความทรงจำที่ดีในช่วงเทศกาลสงกรานต์ประจำปีนี้ไปด้วยกัน
นอกจากนี้ยังมีคณะนักท่องเที่ยวคาราวานรถยนต์และทัวร์จีนกว่า 300 คน เดินทางมาจากมณฑลยูนนาน (คุนหมิง, สิบสองปันนา) ผ่านด่านบ่อหาน-บ่อเต็น สปป.ลาว และใช้เส้นทางถนน R3A ภายใต้แนวคิด “จีนไทยพี่น้องกัน” หลังเคยได้รับความนิยมอย่างสูงในปี 2019
ซึ่ง ททท. สำนักงานคุนหมิง ได้ร่วมกับพันธมิตรผู้ประกอบการบริษัทนำเที่ยวของจีนจำนวน 8 บริษัท เสนอขายแพ็กเกจนำนักท่องเที่ยวชาวจีนเดินทางมาท่องเที่ยวในประเทศไทย ซึ่งมีราคาแพ็กเกจอยู่ที่ 7,000-15,000 หยวน หรือประมาณ 35,000-75,000 บาท ในระยะเวลาเดินทาง 7-15 วัน คิดเป็นมูลค่ามากกว่า 15 ล้านบาท
นางสาวภัทรอนงค์ ณ เชียงใหม่ รองผู้ว่าการด้านตลาดเอเชียและแปซิฟิกใต้ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าวว่า หากพิจารณาจากค่าใช้จ่ายเฉลี่ยของนักท่องเที่ยวจีนที่เดินทางมาครั้งนี้ เฉลี่ยอยู่ที่ราว 6,000 บาทต่อคนต่อวัน ระยะเวลาเดินทางราว 15 วัน คิดเป็นมูลค่าของการใช้จ่ายราว 27 ล้านบาท ซึ่งเมื่อรวมกับมูลค่าจากการขายแพ็กเกจ 15 ล้านบาท คิดเป็นมูลค่ารวมราว 42 ล้านบาท
ทั้งนี้ การเดินทางในรูปแบบคาราวานรถยนต์ไม่เพียงแต่กระจายรายได้สู่เมืองหลักเท่านั้น แต่ยังช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในเมืองรองตามเส้นทางได้เป็นอย่างดี
ส่วนที่แยกรินคำ บริเวณหน้าศูนย์การค้าเมญ่า ไลฟ์สไตล์ ช็อปปิ้ง เซ็นเตอร์ กลายเป็นอีกหนึ่งแลนด์มาร์กแห่งใหม่ ที่มีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาตินับแสนคนร่วมเล่นน้ำสงกรานต์กันอย่างสนุกสนาน โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรช้างเผือก (สภ.ช้างเผือก) อำนวยความสะดวกและดูแลความเรียบร้อยตลอดงาน
ขณะที่จังหวัดเชียงรายได้พัฒนาแนวทางการจัดงานให้ผสมผสานกิจกรรมร่วมสมัย รองรับนักท่องเที่ยวหลากหลายกลุ่ม เช่น จัดงานประเพณีสงกรานต์ “ป๋าเวณีปี๋ใหม่เมือง ประจำปี 2569” ณ สวนตุงและโคมนครเชียงราย ชูอัตลักษณ์ท้องถิ่นผ่านขบวนแห่สุดตระการตาจาก 63 ชุมชน สะท้อนถึงพลังความสามัคคีและภูมิปัญญาท้องถิ่น นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมการประกวดเทพีสงกรานต์ การแข่งขันทำอาหารพื้นบ้าน และการแสดงศิลปวัฒนธรรมที่สร้างความประทับใจ
สำหรับการจัดงานในครั้งนี้เป็นไปตามแนวคิด “นครแห่งสีสันและเทศกาลตลอดทั้งปี” เพื่อมุ่งเน้นการส่งเสริมการท่องเที่ยวและกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่ ครอบคลุมพื้นที่ถนนธนาลัย ชุมชนหนองบัว และชุมชนสันโค้งน้อย ซึ่งเป็นจุดเล่นน้ำยอดนิยม เพื่อส่งมอบรอยยิ้มและความประทับใจแก่ชาวไทยและชาวต่างชาติในมนต์เสน่ห์สงกรานต์ล้านนาอย่างแท้จริง
ต่อมาจังหวัดเมืองรองอย่าง “พะเยา” กลายเป็นที่ฮือฮา เมื่อศิลปินชื่อดังระดับนานาชาติ “แบมแบม กันต์พิมุกต์ ภูวกุล”ที่มาร่วมมอบความสุขและความสนุกในงาน “Bubble Wave Phayao 2026 ริมกว๊านพะเยา” ที่บริเวณลานอนุสาวรีย์พ่อขุนงำเมือง โดยมี ร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานมูลนิธิธรรมนัส พรหมเผ่า เป็นประธานในพิธีเปิดท่ามกลางประชาชนและนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้าร่วมงานอย่างคับคั่ง
นอกจากนี้ยังมีศิลปินชื่อดังอีกหลายวงผลัดเปลี่ยนกันขึ้นเวที โชว์การร้อง การแสดงสุดพิเศษตลอดทั้ง 3 วันของการจัดงาน ได้สร้างความประทับใจให้กับนักท่องเที่ยวและประชาชนที่มาร่วมงาน ตลอดจนกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่และร่วมสืบสานประเพณีปีใหม่ไทยให้คงอยู่ ก่อนที่จะปิดฉากลงอย่างสวยงามเมื่อวันที่ 15 เมษายน 2569 ที่ผ่านมา
สุดยอดสงกรานต์อีสาน
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (อีสาน) มีบรรยากาศคึกคักตามอัตลักษณ์ท้องถิ่น โดยเฉพาะ จ.ขอนแก่น กับ “สุดยอดสงกรานต์อีสาน เทศกาลดอกคูนเสียงแคน และถนนข้าวเหนียว” ที่เป็นไฮไลต์สำคัญของภูมิภาค บรรยากาศวันแรกของเทศกาลสงกรานต์จังหวัดขอนแก่นเป็นไปอย่างคึกคักและอบอวลด้วยความสุขตลอดเส้นทางสำคัญในเขตเมืองขอนแก่น ไม่ว่าจะเป็นถนนศรีจันทร์ ถนนรื่นรมย์ และถนนหน้าเมือง
นอกจากนี้ยังมีประเพณีสงกรานต์อีสานดั้งเดิม อย่าง “สงกรานต์บ้านฉัน” ในแบบฉบับวัฒนธรรมอีสาน ชมฮูปแต้มสินไซ ทำบุญตักบาตรหน้าสิม และร่วมพิธีเสียเคราะห์ สะเดาะเคราะห์แบบอีสานดั้งเดิม รวมถึงฉลองมรดกภูมิปัญญาอีสาน กับเรื่องราว “สินไซ” และ “หมอลำ”
โดยมีนักท่องเที่ยวและประชาชนออกมาร่วมสัมผัสอัตลักษณ์สงกรานต์อีสานอันโดดเด่นของจังหวัด ตลอดช่วงการจัดงาน ทำให้สงกรานต์ขอนแก่นในปีนี้ยังคงสะท้อนเสน่ห์ของเมืองอีสานได้อย่างชัดเจน ทั้งความสนุกสนาน ความมีน้ำใจ และพลังของวัฒนธรรมท้องถิ่นได้สร้างความประทับใจให้กับผู้มาเยือนจากทั่วทุกสารทิศ
ขณะที่ จ.นครราชสีมาได้ปิดฉากมหาสงกรานต์ไปอย่างสวยงามเมื่อวันที่ 15 เมษายน 2569 ที่บริเวณลานอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา บรรยากาศการเฉลิมฉลองเทศกาลสงกรานต์วันสุดท้ายเป็นไปอย่างคึกคัก โดยเฉพาะในพื้นที่จัดงานถนนขั่วหมี่ ประจำปี 2569 เนืองแน่นไปด้วยประชาชนและนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติที่ต่างสวมเสื้อลายดอกออกมาร่วมสาดน้ำกันอย่างสนุกสนาน ทำให้การจัดงานสงกรานต์ในปีนี้ถือว่าประสบความสำเร็จอย่างยิ่ง ไม่ใช่แค่เฉพาะในตัวเมืองเท่านั้น แต่ยังรวมถึงหลายอำเภอ เช่น อำเภอเสิงสาง และอำเภอครบุรี
จ.อุดรธานี จัดกิจกรรมขนาดใหญ่รองรับนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะที่เซ็นทรัล อุดรธานี และศูนย์การค้ายูดีทาวน์ อุดรธานี ซึ่งมีการจัดกิจกรรมขนาดใหญ่ต่อเนื่อง 4 วัน 4 คืน ส่งผลให้มีผู้เข้าร่วมงานได้เฉลี่ย 20,000-30,000 คนต่อวัน ตลอดช่วงเทศกาล
นอกจากนี้ยังมีที่สวนสาธารณะหนองประจักษ์ และถนนอดุลยเดช ซึ่งมีการเปิดพื้นที่เชิงพาณิชย์ชั่วคราวกว่า 100 จุด รองรับผู้ประกอบการรายย่อย ร้านอาหาร ทำให้จังหวัดมีเงินสะพัดกว่า 400 ล้านบาท
กลาง-ตะวันตก ดื่มด่ำวัฒนธรรม
พื้นที่ภาคกลาง อาทิ จ.นครปฐม จัดกิจกรรม “เทศกาลมหาสงกรานต์ องค์พระปฐมเจดีย์” จัดขบวนแห่หลวงพ่อพระร่วงโรจนฤทธิ์ พระพุทธทวารวดีศรีประทานพร ซึ่งถือเป็นโบราณสถานเก่าแก่และปูชนียสถานศักดิ์สิทธิ์ที่สำคัญที่สุด สันนิษฐานว่าสร้างในสมัยพระเจ้าอโศกมหาราช (กว่า 2,000 ปี) ส่งผลให้บรรยากาศภายในงานเต็มไปด้วยความศรัทธา นอกจากนี้บนถนนราชดำเนิน (ช่วงหน้าโรงแรมมิตรสัมพันธ์-วงเวียนสนามจันทร์) เป็นจุดเล่นน้ำสงกรานต์ยอดฮิตของชาวนครปฐม และกิจกรรมสรงน้ำพระร่วงน้อย
สำหรับที่ จ.พระนครศรีอยุธยา พบว่าประชาชนต่างนำอุปกรณ์เล่นน้ำขึ้นรถเล่นสงกรานต์อย่างสนุกสนาน นิยมเดินทางไปที่เกาะเมืองพระนครศรีอยุธยาเป็นจำนวนมาก ทำให้บนถนนโรจนะมุ่งหน้าเข้าเมืองเต็มไปด้วยรถและประชาชน โดยทางจังหวัดได้จัดพื้นที่สำหรับการเล่นน้ำสงกรานต์ที่บริเวณถนนอู่ทอง ตั้งแต่ใต้สะพานปรีดีธำรง ยาวไปจนถึงสามแยกสาธารณสุข ตลอดถนนอู่ทอง
ไฮไลต์สำคัญคือการเล่นน้ำกับช้างที่บริเวณหน้าสำนักงาน ททท.พระนครศรีอยุธยา โดยมีประชาชน นักท่องเที่ยว เข้าร่วมเล่นสงกรานต์พร้อมเน้นการสืบสานประเพณีควบคู่กับกิจกรรมสร้างสรรค์ ส่งผลให้รายได้กระจายสู่ชุมชนอย่างต่อเนื่อง
ส่วนภาคตะวันตกเน้นการท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติและวัฒนธรรม อาทิ จ.กาญจนบุรี ได้จัดกิจกรรมหลากหลาย ทั้งการแข่งขันเรือยาวและกิจกรรมเชิงประเพณี ควบคู่กับการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวรูปแบบใหม่ เพื่อเพิ่มทางเลือกและสร้างรายได้ให้กับประชาชนในพื้นที่ เช่น “สงกรานต์บ้านฉัน สืบสานไท ไทย เพิ่มสุขไปทั่วกาญจน์” ณ บริเวณลานหอพระประวัติสมเด็จพระสังฆราชองค์ที่ 19 ริมน้ำ วัดเทวสังฆาราม พระอารามหลวง ต.บ้านเหนือ อ.เมือง
จ.เพชรบุรี ได้จัดกิจกรรม “มรดกถ้ำรงค์ ตอนสงกรานต์บนหลังเกวียน” หนึ่งเดียวในโลก ณ ทุ่งนาถ้ำรงค์ อำเภอบ้านลาด ได้สร้างความทรงจำให้กับประชาชน นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติสัมผัสประสบการณ์ เสน่ห์ไทยที่อบอุ่นและย้อนยุค ได้แก่ ขบวนเกวียนสุขสันต์ เพื่อสะท้อนให้เห็นว่า เกวียนไม่ใช่แค่พาหนะแต่คือการเดินทางผ่านความทรงจำ
ตะวันออก พลังแห่ง “วันไหล”
ภาคตะวันออกมีความโดดเด่นจากการจัดงาน “วันไหล” ที่ขยายระยะเวลาเทศกาลออกไป โดยเฉพาะจังหวัดชลบุรีและเมืองพัทยา ที่มีการจัดกิจกรรมต่อเนื่องจนถึงปลายเดือนเมษายน ช่วยกระตุ้นการเดินทางและการใช้จ่ายในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง โดยกิจกรรมที่ยังเป็นไฮไลต์ระดับประเทศ ได้แก่ “วันไหลพัทยา 2569” ที่ให้นักท่องเที่ยวจากทั่วประเทศเล่นน้ำ 3 วันเต็ม
ทั้งนี้ ปีนี้จัดเต็มกว่าที่เคย ทั้งแสง สี เสียง และศิลปินชื่อดัง ได้เปลี่ยนบรรยากาศทั้งเมืองกลายเป็นเวทีแห่งความสุข โดยเมืองพัทยาจะ “ปิดการจราจร” ตั้งแต่เวลาเที่ยงวันไปจนถึงเที่ยงคืน เปิดพื้นที่ให้ทุกคนได้ออกมาเล่นน้ำกันอย่างเต็มที่ ตอบโจทย์ทั้งสายปาร์ตี้ สายคอนเสิร์ต หรือสายเล่นน้ำ สร้างความประทับใจให้นักท่องเที่ยวอย่างล้นหลาม
ขณะที่ จ.ระยอง ได้ใช้จุดเด่นด้านอัตลักษณ์ท้องถิ่นผ่านกิจกรรม “Rayong Durian Songkran” หรือ “สงกรานต์ถนนทุเรียน” นับเป็นงานสงกรานต์อิ่มบุญและอิ่มความสุขกันทั้งครอบครัว ด้วยการใส่บาตรพระ 109 รูป สรงน้ำพระเกจิดัง พร้อมพบกับศิลปินดังและเหล่า ดีเจที่จะมาสร้างความสนุก สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจและสามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวมาเยือนได้นับหมื่นคนต่อวัน
ขณะที่ จ.ตราด พบว่าตลอดเทศกาลได้มีนักท่องเที่ยวจำนวนมากเดินทางมายัง 3 เกาะ (เกาะช้าง เกาะกูด เกาะหมาก) โดยเฉพาะ ‘เกาะช้าง’ พบว่ามีรถยนต์ รถขนส่ง รถโดยสาร ต่อคิวที่ท่าเทียบเรือเฟอร์รี่จำนวนมาก เพื่อซื้อตั๋วรอลงเรือเพื่อข้ามไปยังฝั่งเกาะช้าง ส่งผลให้ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ (11-15 เมษายน) คาดว่าสร้างรายได้รวมประมาณ 373.83 ล้านบาท นอกจากนี้ยังได้จัดกิจกรรมวันไหลจนถึง 24 เมษายน 2569 เช่น วันไหลสะตอ วันไหลคลองใหญ่ วันไหลอ่าวใหญ่ เป็นต้น
ภูเก็ต-สงขลา แลนด์มาร์กสงกรานต์ภาคใต้
สำหรับพื้นที่ภาคใต้ยังคงเป็นอีกหนึ่งแลนด์มาร์กสำคัญของการเล่นน้ำสงกรานต์ และจุดหมายปลายทางสำคัญของนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ โดยเฉพาะจังหวัดภูเก็ตมีนักท่องเที่ยวมาเยือนกว่า 149,690 คน สร้างรายได้กว่า 4,083 ล้านบาท มีอัตราการเข้าพักเฉลี่ย 70% รายได้นักท่องเที่ยว 4,083.31 ล้านบาท
ทั้งนี้ กิจกรรมสงกรานต์ประจำปี 2569 หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชนหลายแห่งในจังหวัดภูเก็ตจัดงานสงกรานต์ อาทิ สงกรานต์โนแอลภูเก็ต 2569 บริเวณถนนดีบุก หน้าไลม์ไลท์ภูเก็ตและลานมังกร รวมถึงที่เซ็นทรัล ภูเก็ต และเซ็นทรัล ป่าตอง เป็นต้น
ขณะที่จังหวัดสงขลาหลังจากที่เคยได้รับผลกระทบจากอุทกภัยครั้งใหญ่ที่ผ่านมา ซึ่งเทศบาลนครหาดใหญ่ผนึกกำลังการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง จัดกิจกรรมงาน “Hat Yai Midnight Songkran 2026” ภายใต้แนวคิด “Urban Splash Festival สนุกสาดดดด ทั้งเมือง” เมื่อวันที่ 10-13 เมษายน 2569 ณ บริเวณแยกโอเดียน บนถนนเสน่หานุสรณ์ และถนนธรรมนูญวิถี อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา
โดยที่ด่านพรมแดนสะเดา อ.สะเดา รอยต่อบูกิตกายูอีตัม รัฐเคดาห์ ประเทศมาเลเซีย มีนักท่องเที่ยวสัญชาติมาเลเซีย สิงคโปร์ และชาวไทยอิสลามที่อาศัยอยู่ในประเทศมาเลเซีย เดินทางเข้าประเทศไทยด้วยรถบัสทัวร์และรถส่วนบุคคลอย่างหนาแน่น ส่งผลให้การจราจรติดขัดยาวไปจนถึงฝั่งมาเลเซียเป็นระยะทางกว่า 5 กิโลเมตร ส่งผลให้บรรยากาศภายในงานเต็มไปด้วยความสนุกสนาน มีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติหลั่งไหลเข้าร่วมเล่นน้ำสงกรานต์อย่างเนืองแน่น สร้างสีสันและความมีชีวิตชีวาให้ใจกลางเมืองหาดใหญ่เป็นอย่างยิ่ง
ปิดท้ายด้วยใจกลางเมืองอำเภอสุไหงโก-ลก จังหวัดนราธิวาส ซึ่งเป็นเมืองหน้าด่านสำคัญ ได้จัดกิจกรรม สงกรานต์มิดไนท์สุไหงโก-ลก “OXYGEN นราธิวาส 2569 SUNGAIKOLOK Midnight SongKran” บริเวณสี่แยกโรงแรมเมอลิน ถนนเจริญเขต ซอย 3 และถนนชื่นมรรคา มีประชาชนในพื้นที่และนักท่องเที่ยวชาวมาเลเซียต่างหลั่งไหลเข้าร่วมงานอย่างคับคั่ง นอกจากนี้มีแคมเปญ “แจกโชค 2 ต่อ” จาก ททท.สำนักงานนราธิวาส ร่วมกับผู้ประกอบการในพื้นที่ เพื่อกระตุ้นการใช้จ่ายและการพักค้างในอำเภอสุไหงโก-ลก ขณะเดียวกันยังสามารถนำคูปองจากโรงแรมไปใช้เป็นส่วนลดค่าอาหารได้อีกด้วย
การจัดกิจกรรมครั้งนี้ถือเป็นสัญญาณว่านราธิวาสยังคงเดินหน้ากิจกรรมเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวอย่างต่อเนื่อง เป็นการสร้างภาพลักษณ์ที่ดี สร้างความเชื่อมั่น และกระตุ้นการเดินทางท่องเที่ยวทั้งในระดับประเทศและระดับนานาชาติต่อไป
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : มหาสงกรานต์ปี’69 ฉ่ำทั่วไทย คนเที่ยวคึกคัก ไม่หวั่นวิกฤตน้ำมันแพง
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net