โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

Instagram-YouTube อ่วม! ศาลสหรัฐสั่งปรับ 195 ล้านบาท เซ่นปมทำเด็กติดโซเชียล

ฐานเศรษฐกิจ

อัพเดต 8 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

เมื่อวันพุธที่ผ่านมา คณะลูกขุนในลอสแอนเจลิสมีคำพิพากษาให้ Meta และ Google ภายใต้บริษัท อัลฟาเบต (Alphabet) มีความผิดฐานประมาทเลินเล่อจากการออกแบบแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียที่ส่งผลเสียต่อเยาวชน โดยสั่งให้ Meta จ่ายค่าเสียหาย 4.2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (136.5 ล้านบาท) และ Google จ่าย 1.8 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (58.5 ล้านบาท)

แม้มูลค่าดังกล่าวจะดูน้อยเมื่อเทียบกับงบลงทุนรายปีของทั้งสองบริษัทที่สูงกว่า 100,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (3.25 ล้านล้านบาท) แต่คดีนี้ถือเป็นคดีตัวอย่าง (Bellwether) ที่จะส่งผลต่อคดีลักษณะเดียวกันอีกนับพันคดีในศาลรัฐแคลิฟอร์เนีย

คดีนี้เกี่ยวข้องกับหญิงสาววัย 20 ปี นามว่า เคเล่ (Kaley) ซึ่งเป็นผู้เยาว์ขณะเริ่มฟ้องร้อง เธอระบุว่าตนเองเสพติดYouTube และInstagram อย่างหนักตั้งแต่วัยเยาว์ เนื่องจากเทคนิคการออกแบบที่เน้นดึงดูดความสนใจ เช่น "Infinite Scroll" หรือการเลื่อนหน้าจอไปได้เรื่อย ๆ อย่างไม่มีที่สิ้นสุด ซึ่งกระตุ้นให้ผู้ใช้งานจดจ่ออยู่กับเนื้อหาใหม่ตลอดเวลา

คณะลูกขุนพบว่า Google และ Meta ประมาทเลินเล่อในการออกแบบแอปพลิเคชันทั้งสอง และล้มเหลวในการแจ้งเตือนถึงอันตรายที่อาจเกิดขึ้น โดยทนายความฝ่ายโจทก์ระบุในแถลงการณ์ว่า "คำตัดสินในวันนี้คือประชามติจากคณะลูกขุนส่งถึงอุตสาหกรรมทั้งหมดว่า เวลาแห่งการรับผิดชอบมาถึงแล้ว"

อย่างไรก็ตาม ตัวแทนจากMeta และ Google แสดงความไม่เห็นพ้องกับคำตัดสินและเตรียมยื่นอุทธรณ์ต่อไป ขณะที่ราคาหุ้นของ Meta ปิดตลาดบวก 0.3% และ Alphabet ปิดบวก 0.2%

กฎหมายของสหรัฐอเมริกาให้การคุ้มครองบริษัทโซเชียลมีเดียอย่างเข้มงวดต่อเนื้อหาที่ปรากฏบนแพลตฟอร์ม แต่โจทก์ในคดีนี้มุ่งเน้นไปที่ "การออกแบบแพลตฟอร์ม" แทนที่จะเป็นเรื่องของเนื้อหา ซึ่ง กิล ลูเรีย (Gil Luria) นักวิเคราะห์จากดี.เอ. เดวิดสัน (D.A. Davidson) มองว่าคำตัดสินนี้เป็น "ความพ่ายแพ้" ของยักษ์ใหญ่เทคโนโลยี แม้กระบวนการทางกฎหมายอาจลากยาวจากการอุทธรณ์ แต่ในที่สุดอาจบีบให้บริษัทเหล่านี้ต้องเพิ่มมาตรการความปลอดภัยแก่ผู้บริโภคซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการเติบโต

นอกจากนี้ ยังมีรายงานว่า Snap และ TikTok ซึ่งเคยเป็นจำเลยร่วมในคดีนี้ ได้ตกลงยอมความกับโจทก์ไปก่อนที่การพิจารณาคดีจะเริ่มขึ้น โดยไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดข้อตกลง

ปัจจุบัน ปัญหาความปลอดภัยของเด็กและเยาวชนบนโลกออนไลน์กลายเป็นประเด็นร้อนที่ถูกย้ายจากเวทีถกเถียงไปสู่ชั้นศาลและรัฐบาลท้องถิ่น โดยในปี 2567 มีอย่างน้อย 20 รัฐที่บังคับใช้กฎหมายควบคุมการใช้โซเชียลมีเดียในเด็ก เช่น การจำกัดการใช้โทรศัพท์ในโรงเรียน และการยืนยันตัวตนเพื่อตรวจสอบอายุ ขณะที่ สว. มาร์ชา แบล็กเบิร์น (Marsha Blackburn) และ สว. ริชาร์ด บลูเมนทัล (Richard Blumenthal) ได้เรียกร้องให้สภาคองเกรสเร่งผ่านกฎหมายระดับประเทศเพื่อบังคับให้บริษัทออกแบบแพลตฟอร์มโดยคำนึงถึงความปลอดภัยของเด็กเป็นสำคัญ

ในการพิจารณาคดี ทนายฝ่ายโจทก์พยายามชี้ให้เห็นว่า Meta และGoogle ตั้งเป้าหมายไปที่เด็กอย่างจงใจและเลือกผลกำไรมากกว่าความปลอดภัย ขณะที่ทนายของ Meta พยายามโต้แย้งว่าปัญหาทางสุขภาพจิตของโจทก์เกิดจากชีวิตครอบครัวที่ยากลำบากในวัยเด็ก ส่วน YouTube แย้งว่าโจทก์มีการใช้งานแพลตฟอร์มเพียงเล็กน้อยเท่านั้น

ทางด้าน มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก (Mark Zuckerberg) ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Meta ได้ขึ้นให้การเมื่อเดือนที่ผ่านมา โดยปกป้องการตัดสินใจของบริษัทในประเด็นการยกเลิกคำสั่งห้ามใช้ฟิลเตอร์ตกแต่งใบหน้าชั่วคราว ซึ่งเคยมีคำเตือนภายในว่าอาจส่งผลเสียต่อเด็กผู้หญิง โดยเขาระบุว่า "ผมรู้สึกว่าหลักฐานยังไม่ชัดเจนพอที่จะสนับสนุนการจำกัดการแสดงออกของผู้คน" ซึ่งประเด็นเรื่องเสรีภาพในการพูดและการจัดการเนื้อหานี้ คาดว่าจะเป็นปัจจัยสำคัญในการยื่นอุทธรณ์ของทั้งสองบริษัทในอนาคต

ที่มา Reuters

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...