โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

สงครามพักรบ ตลาดหุ้นพักลงชั่วคราว หลังลงแรงสุดในรอบ 6 ปี กว่า 8.6%

ฐานเศรษฐกิจ

อัพเดต 8 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

นายภราดร เตียรณปราโมทย์ ผู้อำนวยการ สายงานวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ที่ทางสหรัฐฯ พยายามสงบศึกอิหร่าน ด้วยการขู่ๆ ผ่อนๆ และล่าสุดประกาศหยุดยิงชั่วคราว 5 วัน มองว่าเป็นส่วนที่เข้ามาช่วยคลายความตึงเครียดในเชิงจิตวิทยา หนุนให้ตลาดหุ้นเอเชียและไทยฟื้นจากความคาดหวัง จากการค่อยๆ เดินหน้าเข้าสู่เจรจาและยุติตามมา โดย S&P500 ปรับตัวขึ้นในทุก SECTOR

ส่วนน้ำมันดิบ BRENT ย่อตัวลง 10% หลุด 100 ดอลลาร์ อย่างไรก็ดีฝั่งอิหร่านยืนยันว่าไม่มีการเจรจาใดๆ สัญญาณที่สวนทางกันอย่างรุนแรงนี้ทำให้ ตลาดการเงินผันผวนหนัก ราคาน้ำมันดิบ WTI ดิ่ง จาก 98.3 ดอลลาร์ ลงสู่ 88.1 ดอลลาร์

สวนทางกับตลาดหุ้นดีดตัว นำโดยสหรัฐฯ +1.2% ถึง +2.3% และ ญี่ปุ่น +1.1% (เช้าวันที่ 24 มี.ค.69) , เกาหลีใต้ +1.9% ซึ่งตลาดหุ้นไทยเองก็รีบาวด์กลับจาก SENTIMENT เชิงบวกจาก ปัจจัยแวดล้อมในทิศทางเดียวกันตั้งแต่วานนี้

จากประเด็นสงครามระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน เป็นส่วนหนึ่งที่กดดันตลาดหุ้นไทยในช่วงเดือน มี.ค. ปรับฐานลงมา -8.6% (นับตั้งแต่ต้นเดือนถึงปัจจุบัน) นับว่าเป็นการลงแรงสุดที่ในรอบ 6 ปี (นับตั้งแต่ มี.ค. 63 ช่วงเกิดโควิด 19 แรกๆ ลง -16%) จนทำให้มีหุ้นใน SET100 กว่า 46 บริษัท ปรับตัวลดลงเกิน -15%

หากย้อนรอยราคาน้ำมันและตลาดหุ้นช่วงสงครามรัสเซีย-ยูเครนปี 2022 พบว่า หลังจากเฟสที่มีการปะทะกัน รุนแรง แล้วเข้าสู่เฟสการเจรจาสันติภาพ จะเห็นการดีดตัวในตลาดหุ้นในช่วงสั้นๆ แต่ต่อมาเมื่อการเจรจาติดขัด และสงครามรุนแรง-ยืดเยื้อ จนเพิ่มระดับความกังวลต่อการเกิดเศรษฐกิจ RECESSION มักสร้างแรงกดดันต่อ ตลาดหุ้นได้

"โอกาสเกิด RECESSION อาจไม่ได้เพิ่มขึ้น ในช่วงแรกๆ ของการเกิดสงครามรัสเซีย-ยูเครน ปี 2022 แต่ถ้าโอกาสเกิด RECESSION สูงขึ้น และสงครามยืดเยื้อ มีแนวโน้มกดดันตลาดหุ้นต่อเนื่อง"

สงครามครั้งนี้ ยังต้องติดตามพัฒนาการความรุนแรงและผลกระทบต่อเศรษฐกิจอย่าง ใกล้ชิด เนื่องจากโครงสร้างพื้นฐานพลังงานหลายแห่งที่ได้รับความเสียหายจากการ โจมตี ยังไม่สามารถกลับมาดำเนินการได้ปกติ

ขณะที่ IEA ชี้ว่าวิกฤตครั้งนี้ เป็นการ หยุดชะงักอุปทานครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ ซึ่งอาจเป็นปัจจัยเพิ่มกังวล RECESSION พร้อมกับกดดันในตลาดหุ้นในระยะถัดไปได้

อย่างไรก็ตาม จากอารมณ์ตลาดที่ผ่อนคลายมากขึ้น ฝ่ายวิจัยฯ แนะนำเก็งกำไรสั้นๆ หุ้นที่ย่อตัวลงมาลึกในเดือนนี้ หวังดีดกลับบ้าง ได้แก่

  • หุ้นอิงต้นทุนแปรตามพลังงาน BGRIM, GPSC, BA, GLOBAL, HMPRO, CBG
  • หุ้นอิงท่องเที่ยว BH, CENTEL, MINT
  • หุ้นการเงิน TIDLOR, MTC

ส่วนในระยะกลางหุ้นจะฟื้นได้ไกลแค่ไหนขึ้นอยู่กับระดับ และโอกาสการเกิดเศรษฐกิจถดถอยที่มักจะตามมาในอนาคต

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...