โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

เลือกตั้ง ส.อ.ท. เดือด! แฉปลอมเอกสาร–ล็อกเสียง หนักสุดในประวัติศาสตร์

ฐานเศรษฐกิจ

อัพเดต 9 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา

บรรยากาศก่อนการเลือกตั้งกรรมการสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ชุดใหม่ที่จะมีขึ้นในวันที่ 30 มีนาคม 2569 ซึ่งจะเป็นด่านสำคัญในการคัดเลือกตัวแทนไปโหวตเลือกประธาน ส.อ.ท. คนที่ 17 ในเดือนเมษายน ถูกปกคลุมด้วยข้อกังขาอย่างหนัก หลังปรากฏข้อมูลเชิงลึกถึงความไม่ชอบมาพากล ทั้งในรูปแบบการปลอมแปลงเอกสาร สวมสิทธิ์ผู้แทน และพฤติกรรมเข้าข่ายจัดตั้งเครือข่ายล็อกคะแนนเสียงอย่างเป็นระบบ จนทำให้หลายฝ่ายตั้งคำถามต่อความโปร่งใสของกระบวนการเลือกตั้งครั้งนี้

แหล่งข่าวจากคณะกรรมการบริหาร ส.อ.ท. เปิดเผยว่า จุดเริ่มต้นของการตรวจสอบมาจากกรณีที่นางสาวชุติกาญจน์ ชัยปัญญา สมาชิก ส.อ.ท. ได้ยื่นหนังสือร้องเรียนต่อนายทะเบียนให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงและดำเนินการตามระเบียบ โดยระบุว่ามีการปลอมแปลงเอกสารและลายเซ็น เพื่อเปลี่ยนแปลงรายชื่อผู้แทนใช้สิทธิ์เลือกตั้งของบริษัทในจังหวัดอำนาจเจริญ โดยเฉพาะการแก้ไขชื่อผู้แทนลำดับที่ 3 จากบุคคลที่ได้รับมอบหมายเดิม เป็นบุคคลอื่นโดยมิชอบ พร้อมแนบหลักฐานทั้งเอกสารจริง–ปลอม และคลิปวิดีโอยืนยันตัวตน

ภายหลังรับเรื่องร้องเรียน ประธาน ส.อ.ท. ได้สั่งการให้ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงโดยเร่งด่วน ครอบคลุมทั้งกรณีปลอมเอกสารและกระแสข่าวการซื้อเสียงที่ถูกเผยแพร่ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยมีการประชุมด่วนในช่วงเช้าวันที่ 23 มีนาคม 2569 ก่อนรายงานผลต่อที่ประชุมคณะกรรมการบริหารในช่วงบ่ายของวันเดียวกัน

ผลการตรวจสอบเบื้องต้นพบข้อเท็จจริงสำคัญว่า บุคคลที่ถูกระบุชื่อเป็นผู้แทนรายใหม่ เป็นพนักงานของบริษัทเอกชนรายใหญ่ และเอกสารการเปลี่ยนแปลงผู้แทนถูกส่งมาจากอีเมลของพนักงานอีกคนหนึ่งที่เคยขึ้นทะเบียนกับ ส.อ.ท. มาก่อน สะท้อนถึงความเชื่อมโยงเชิงโครงสร้างที่น่ากังวล ขณะเดียวกัน ในมิติของการซื้อเสียง เจ้าหน้าที่ตรวจสอบพบหลักฐานการโอนเงินค่าสมัครสมาชิกให้กับบริษัทที่เพิ่งเข้ามาเป็นสมาชิกใหม่หลายแห่ง โดยมีพนักงานอย่างน้อย 2 รายเกี่ยวข้อง ครอบคลุมมากกว่า 20 บริษัทในระยะแรก

อย่างไรก็ตาม แหล่งข่าวระบุว่า เมื่อขยายผลตรวจสอบเพิ่มเติม กลับพบจำนวนบริษัทที่เกี่ยวข้องเพิ่มขึ้นต่อเนื่องจากหลักสิบเป็นหลักร้อย และมีแนวโน้มสูงที่จะขยายไปถึงหลักพันราย โดยรูปแบบที่ตรวจพบคือการสนับสนุนค่าสมัครสมาชิกให้บริษัทคู่ค้า หรือซัพพลายเชน เข้ามาเป็นสมาชิกใหม่ พร้อมกำหนดเงื่อนไขให้ใส่ชื่อผู้แทนบางตำแหน่งเป็นบุคคลที่สามารถควบคุมได้ เพื่อให้สามารถเข้ามาใช้สิทธิ์เลือกตั้งได้ตามแผน

ในเชิงกลไกการเลือกตั้งของ ส.อ.ท. หนึ่งบริษัทสามารถมีผู้แทนได้ไม่เกิน 3 คน แต่มีสิทธิ์ออกเสียงเพียง 1 เสียง โดยผู้ที่ลงทะเบียนก่อนจะได้รับสิทธิ์ทันที ช่องว่างดังกล่าวถูกมองว่าเป็นจุดอ่อนที่อาจถูกใช้เป็นเครื่องมือในการ “ล็อกเสียง” หากมีการจัดตั้งเครือข่ายและนัดหมายล่วงหน้า

แหล่งข่าวซึ่งทำงานใน ส.อ.ท. มากว่า 30 ปี ให้ความเห็นอย่างตรงไปตรงมากับ "ฐานเศรษฐกิจ" ว่า ไม่เคยเห็นการซื้อเสียงที่เป็นขบวนการใหญ่และโจ่งแจ้งขนาดนี้มาก่อนในประวัติศาสตร์ที่ก่อตั้งส.อ.ท.มา ตอนแรกนึกว่าเป็นเพียงเกมการเมืองช่วงเลือกตั้ง แต่เมื่อเห็นหลักฐานทั้งหมดแล้วถึงกับพูดไม่ออก พร้อมระบุว่าเหตุการณ์นี้สร้างความตกใจให้กับบุคลากรภายในจำนวนมาก เพราะไม่คาดคิดว่าบริษัทชั้นนำที่ยึดหลักธรรมาภิบาลจะเข้ามาเกี่ยวข้องในลักษณะนี้

เสียงสะท้อนจากคนในองค์กรยังชี้ว่า ปรากฏการณ์ดังกล่าวทำให้ภาพลักษณ์ของ ส.อ.ท. ซึ่งควรเป็นองค์กรตัวแทนภาคอุตสาหกรรมที่มีความเป็นกลางและน่าเชื่อถือ ถูกสั่นคลอนอย่างรุนแรง “มันทำให้สภาฯ เสียความสง่างาม กลายเป็นเหมือนตลาดการเมือง” แหล่งข่าวระบุ พร้อมเสริมว่าขณะนี้ยังคงพบหลักฐานใหม่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้ จากเอกสารที่เกี่ยวข้อง ยังปรากฏความเชื่อมโยงของบุคคลระดับปฏิบัติการกับผู้บริหารระดับสูง ผ่านหนังสือประสานงานและกิจกรรมต่าง ๆ ซึ่งอยู่ระหว่างการตรวจสอบเชิงลึกเพิ่มเติม อย่างไรก็ดี ยังไม่มีข้อสรุปอย่างเป็นทางการในประเด็นความรับผิดชอบของผู้บริหาร

สำหรับขั้นตอนต่อไป ยังอยู่ระหว่างการหารือของคณะกรรมการบริหารว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไป ท่ามกลางคำถามสำคัญว่า ควรเดินหน้าการเลือกตั้งกรรมการในวันที่ 30 มีนาคมนี้ตามกำหนดเดิม หรือชะลอออกไปเพื่อให้การตรวจสอบเป็นไปอย่างรอบด้าน เนื่องจากหากปล่อยให้กระบวนการเดินหน้าภายใต้ข้อกังขา อาจกระทบต่อความชอบธรรมของการเลือกตั้งประธาน ส.อ.ท. ในเดือนเมษายน

สถานการณ์ที่เกิดขึ้นจึงไม่เพียงเป็นประเด็นภายในองค์กร แต่ยังสะท้อนถึงความท้าทายด้านธรรมาภิบาลของภาคเอกชนไทยในภาพรวม ว่าจะสามารถรักษามาตรฐานความโปร่งใสและความน่าเชื่อถือได้มากน้อยเพียงใด ภายใต้แรงกดดันของการแข่งขันเพื่อช่วงชิงอำนาจนำในองค์กรเศรษฐกิจสำคัญของประเทศ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...