โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

โรงกลั่นขอรัฐปลดล็อกส่งออก ผลิตล้น ’เอกนัฏ’ ให้แค่น้ำมันเจ็ต

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 08 พ.ค. เวลา 11.02 น. • เผยแพร่ 09 พ.ค. เวลา 00.25 น.
นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์

วิกฤตพลังงานกลับหัว โรงกลั่นเกิดปัญหาใหม่ โหมผลิตจนน้ำมันล้นคลัง ไร้ที่เก็บ แถมปริมาณใช้ในประเทศดีเซลลดจาก 100 ล้านลิตร เหลือแค่ 57 ล้านลิตร เกิดส่วนเกินถึง 12 ล้านลิตร6 โรงกลั่นร้องรัฐปลดล็อก ขอส่งออกขายอาเซียน ชี้อาจต้องลดกำลังการผลิต แต่จะกระทบน้ำมันทุกตัวให้ลดไปด้วย ด้าน “เอกนัฏ” เสียงแข็งห้ามลดดีเซล แต่ยอมผ่อนผันให้ส่งออกได้เฉพาะน้ำมันเครื่องบิน

จากวิกฤตสงครามตะวันออกและการปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งหลักของเรือบรรทุกน้ำมันดิบ แม้จะมีสัดส่วนการขนส่งเพียง 20% แต่ปริมาณน้ำมันส่วนใหญ่ที่นำเข้าสู่ประเทศไทยก็ยังคงมาจากฝั่งตะวันออกกลางทั้งสิ้น จากเหตุการณ์ดังกล่าวทำให้ช่วงเดือนมีนาคม 2569 รัฐบาลออกประกาศให้งดการส่งออกน้ำมันทุกชนิดเพื่อความมั่นคงด้านพลังงาน

แต่สิ่งที่ตามมาคือ เมื่อโรงกลั่นหลักทั้ง 6 แห่งในประเทศเพิ่มกำลังการผลิตเกิน 100% เพื่อสำรองปริมาณน้ำมันให้เพียงพอต่อความต้องการในประเทศ บวกกับการเร่งสั่งซื้อน้ำมันดิบจากแหล่งอื่นเพิ่มเติมเข้ามา และคาดว่าเร็ว ๆ นี้จะมีปริมาณน้ำมันที่ลอยลำอยู่ในระหว่างรอผ่านช่องแคบฮอร์มุซเดินทางเข้ามาถึงไทย ส่งผลให้ปริมาณน้ำมันดิบที่จะนำมากลั่นเพิ่มขึ้นอีก

ขณะที่สถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางล่าสุดส่งสัญญาณในทิศทางที่ผ่อนคลายลง หลังจากมีรายงานว่าสหรัฐอเมริกาและอิหร่านกำลังเข้าใกล้การบรรลุข้อตกลงเพื่อยุติสงคราม ซึ่งอาจเปิดทางให้การเดินเรือขนส่งพลังงานผ่านช่องแคบฮอร์มุซกลับมาปลอดภัยอีกครั้ง รวมถึงความเป็นไปได้ในการยกเลิกมาตรการคว่ำบาตร ขณะเดียวกันปริมาณความต้องการใช้ในประเทศเริ่มลดลงตามไปด้วย เข้าสู่ภาวะปกติ ทำให้เกิดภาวะน้ำมันใกล้เข้าสู่ระดับที่เรียกว่ากำลังล้นคลัง

โรงกลั่นผลิตล้น 12 ล้านลิตร

กระทรวงพลังงานได้รายงานปริมาณน้ำมันสำรองภายในประเทศ ณ วันที่ 8 พฤษภาคม 2569 ว่า ประเทศไทยมีน้ำมันเพียงพอกับความต้องการใช้ประมาณ 118 วัน โดยเป็นน้ำมันสำรองตามกฎหมาย 25 วัน น้ำมันสำรองเพื่อการค้า 28 วัน น้ำมันที่อยู่ระหว่างการขนส่ง 37 วัน และน้ำมันที่ได้รับการยืนยันในการจัดหาแล้ว 28 วัน

ส่วนการผลิตและจำหน่ายน้ำมันกลุ่มดีเซล ข้อมูลเฉลี่ยตั้งแต่วันที่ 1-6 พฤษภาคม 2569 ไทยสามารถผลิตน้ำมันดีเซลได้ 69.76 ล้านลิตร และจำหน่าย 57.23 ล้านลิตร หรือมีส่วนเกิน 12.53 ล้านลิตร

จากข้อมูลดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่ามีการผลิตมากกว่าปริมาณการขาย ดังนั้นกลุ่มโรงกลั่นทั้ง 6 แห่งจึงได้ทำหนังสือถึงนายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เพื่อขอผ่อนผันมาตรการห้ามส่งออกน้ำมันเชื้อเพลิงทุกประเภท ทั้งน้ำมันเบนซิน น้ำมันแก๊สโซฮอล์/น้ำมันเบนซินพื้นฐาน น้ำมันดีเซลหมุนเร็ว น้ำมันเชื้อเพลิงสำหรับเครื่องบินชนิดเจ็ต เอ 1

ยอดใช้ดีเซลลดวูบเกือบครึ่ง

แหล่งข่าวจากกลุ่มโรงกลั่นกล่าวว่า ขณะนี้ปริมาณความต้องการใช้น้ำมันดีเซลเริ่มลดลงอย่างมาก จากช่วงเกิดสงครามตะวันออกกลางต้นมีนาคม 2569 ความต้องการใช้น้ำมันดีเซลในประเทศเฉลี่ยสูงถึงวันละ 84 ล้านลิตร จากช่วงเวลาปกติความต้องการใช้ประมาณวันละ 67 ล้านลิตร ทางโรงกลั่นจะกลั่นประมาณวันละ 74 ล้านลิตร ถ้าเป็นช่วงปกติจะเพียงพอต่อความต้องการ ซึ่งในช่วงสงครามตะวันออกกลางบางช่วงความต้องการใช้สูงถึงวันละ 100 ล้านลิตร ตอนนี้จึงนับว่าเกินกำลังการผลิตไปมาก ทำให้บางโรงกลั่นต้องหาวิธีการเพื่อจัดการตรงนี้ให้เร็วที่สุด

หวั่นลดกำลังผลิตกระทบเยอะ

สาเหตุที่ทำให้สต๊อกน้ำมันในประเทศเริ่มล้นคลังและตึงตัวในขณะนี้ มาจากหลายปัจจัยประกอบกัน ได้แก่ 1.ฝั่งการผลิต ซึ่งโรงกลั่นส่วนใหญ่ยังเดินเครื่องผลิตในระดับสูง เพราะหากลดกำลังการกลั่นลงจะกระทบผลิตภัณฑ์น้ำมันทุกชนิดพร้อมกัน ไม่ใช่เฉพาะดีเซล แต่กระทบ LPG เบนซิน และน้ำมันอากาศยาน ก็จะลดลงตามไปด้วย

ดังนั้น จึงอาจกระทบต่อปริมาณน้ำมันในประเทศได้ 2.ฝั่งการบริโภค พบว่าความต้องการใช้น้ำมันบางประเภทชะลอตัว แม้ดีเซลยังใช้สูง แต่บางผลิตภัณฑ์โดยเฉพาะน้ำมันอากาศยาน หรือ Jet A-1 มีปริมาณคงคลังสูงขึ้น เพราะกำลังซื้อและการเดินทางในภูมิภาคยังฟื้นตัวไม่เต็มที่ ทำให้ระบายสินค้าได้ช้ากว่าการผลิต 3.มาตรการภาครัฐที่ยังคงระงับการส่งออกน้ำมันดีเซล เพื่อสำรองใช้ในประเทศและป้องกันปัญหาขาดแคลนพลังงาน ทำให้ปริมาณน้ำมันที่ผลิตได้จำนวนมากไม่สามารถระบายออกไปต่างประเทศได้ ส่งผลให้สต๊อกสะสมเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง

ถังเก็บน้ำมันล้นขอรัฐส่งออก

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะนี้บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็น 1 ใน 6 โรงกลั่นของประเทศ ยอมรับว่าสถานการณ์น้ำมันล้นคลังเริ่มตึงตัว แม้ยังไม่ถึงขั้นล้น แต่มีโอกาส หากยังไม่สามารถระบายส่งออกได้ โดยปกติคลังน้ำมันจะมีเกณฑ์ควบคุมระดับการจัดเก็บอย่างเข้มงวด ไม่สามารถปล่อยให้ปริมาณน้ำมันล้นทะลักออกมาได้ เพราะมีความเสี่ยงด้านความปลอดภัย เดิมบริษัทกำหนดระดับการจัดเก็บไว้ไม่เกิน 70% ของความจุทั้งหมด แต่สถานการณ์ปัจจุบันจำเป็นต้องขยับเพดานขึ้นไปที่ 80%

โดยยังคงมาตรฐานความปลอดภัยเดิมทุกประการ จึงเริ่มดันเพดานขึ้นไปเรื่อย ๆ ปัจจุบันปริมาณน้ำมันในคลังรวมของประเทศ (Total Capacity) อยู่ใกล้ระดับ 70% แล้ว และมีแนวโน้มจะทะลุระดับดังกล่าวในไม่ช้า จริง ๆ แล้วไม่ควรเกินกว่านั้นเพราะจะเริ่มไม่ปลอดภัย ในทางเทคนิคแม้อาจเกิดได้ชั่วคราวนิดหน่อย แต่ถ้าเกิดต้อง Slowdown ชะลอการผลิตกะทันหัน หรือมีเหตุฉุกเฉินขึ้นมาบางทีมันอาจไม่ทัน บริหารจัดการไม่ทัน และกระทบต่อความปลอดภัย

สำหรับแนวทางแก้ปัญหาด้วยการเพิ่มถังเก็บไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะต้องใช้เวลาสร้างหลายปีจึงมีการเจรจากับหลายฝ่าย รวมถึงพิจารณาหาพื้นที่จัดเก็บเพิ่มเติม อย่างเช่น การเช่าคลังของเอกชนรายอื่น ทำได้แต่ก็จะยาก เพราะเรื่องการขนส่งน้ำมันหมายถึงการต้องขนย้ายน้ำมันไปเก็บยังพื้นที่อื่นด้วย ขณะเดียวกันไทยออยล์ยังคงพยายามที่จะไม่ลดกำลังการผลิต โดยจะอั้นไว้ให้ได้นานที่สุด

ดังนั้นวิธีที่ดีที่สุดก็คือ ต้องเร่งส่งออก แต่ถ้าส่งออกไม่ได้ก็ต้องหาวิธีว่าจะทำอย่างไรให้มีที่เก็บเพิ่ม แม้ว่าก่อนหน้านี้มีแนวคิดให้นำเรือมาลอยเก็บน้ำมันชั่วคราว แต่ก็มีความเสี่ยงด้านความปลอดภัยอยู่มาก ตอนนี้จึงแก้ปัญหาด้วยการนำถังเก็บน้ำมันใหม่ซึ่งเดิมเตรียมเปิดใช้งานในอนาคตมาใช้งานก่อนกำหนด ถือเป็นจังหวะที่บังเอิญพอดี เพราะเดิมมีถังที่จะเตรียม Commissioning ในช่วงถัดไป เพื่อช่วยบรรเทาปัญหาระยะสั้น แต่ยอมรับว่าเป็นเพียงการประคองสถานการณ์ชั่วคราว อีกทางหนึ่งคือ การประสานกับลูกค้าให้เร่งรับมอบสินค้าเร็วขึ้น เพื่อช่วยระบายปริมาณน้ำมันในคลังเพื่อให้มีพื้นมีมากขึ้น

ชงนายกฯ“อนุทิน” พิจารณา

ปัจจุบันน้ำมันของโรงกลั่นไทยออยล์ที่มีระดับสต๊อกสูงชัดเจน คือ น้ำมันอากาศยานและน้ำมันดีเซล แต่การผส่งออกผลิตภัณฑ์เหล่านี้ก็ต้องพิจารณาผลกระทบต่อผลิตภัณฑ์อื่น หากไม่สามารถส่งออกได้โรงกลั่นอาจจำเป็นต้องลดกำลังการผลิตลง ซึ่งผลกระทบจะไม่ได้เกิดกับน้ำมัน 2 ชนิดนี้โดยตรง เมื่อลดกำลังการกลั่นลง 10% จะทำให้ผลิตภัณฑ์ทุกชนิดลดลงราว 10% ตามไปด้วย ไม่ว่าจะเป็น LPG หรือเบนซิน ซึ่งอาจกระทบต่อปริมาณใช้ภายในประเทศ ตอนนี้สถานการณ์น้ำมันในภูมิภาคเริ่มผ่อนคลาย หลายประเทศทยอยยกเลิกมาตรการห้ามส่งออก รวมถึงจีน ทำให้ตลาดส่งออกแข่งขันในตลาดโลกสูงขึ้น และการหาตลาดส่งออกทำได้ยากกว่าเดิม

“ส่วนเหตุผลที่ว่าทำไมรัฐบาลยังไม่ปลดล็อกการส่งออกนั้น เนื่องจากรัฐบาลกังวลเรื่องความมั่นคงด้านพลังงาน ที่สำคัญต้องรอการพิจารณาจากนายกรัฐมนตรี ซึ่งถือเป็นเหตุผลที่เข้าใจได้ แต่ถ้าดูจากสถานการณ์ตอนนี้น่าจะถึงจังหวะที่ควรทยอยปลดล็อกได้แล้ว แม้ว่าที่ผ่านมาโรงกลั่นได้หารือมาโดยตลอดผ่านกระทรวงพลังงาน และส่งสัญญาณว่าเริ่มมีความจำเป็นต้องส่งออกบางส่วนจะชนิดไหนก่อนก็ได้ เพราะถ้าระบายไม่ได้สุดท้ายอาจกระทบกำลังการผลิต”

ชี้ส่งออกขายอาเซียนเป็นหลัก

ทั้งนี้ รายงานข่าวจากกรมเชื้อเพลิงพลังงานแจ้งว่า ประเทศไทยส่งออกน้ำมันสำเร็จรูปกว่า 85% ไปยังกลุ่มประเทศเพื่อนบ้านในอาเซียนเป็นหลัก โดยมีตลาดหลักคือ สิงคโปร์ กัมพูชา สปป.ลาว เวียดนาม มาเลเซีย และอินโดนีเซีย โดยเฉพาะ สปป.ลาว ที่พึ่งพาการนำเข้าน้ำมันจากไทยสูงถึงประมาณ 90% ของความต้องการใช้ภายในประเทศ ซึ่งสาเหตุของการส่งออกแม้ไทยจะนำเข้าน้ำมันดิบ แต่มีความสามารถในการกลั่นสูงจึงส่งออกผลิตภัณฑ์ส่วนเกินไปยังประเทศเพื่อนบ้าน

อย่างไรก็ตาม ประเทศไทยยังจำเป็นที่ต้องส่งออก เนื่องจากน้ำมันดิบมีปริมาณโลหะหนักในปริมาณสูง ไม่เหมาะสมกับเทคโนโลยีของโรงกลั่น และน้ำมันสำเร็จรูปผลิตเกินความต้องการของประเทศ อย่างไรก็ตามประโยชน์ของการส่งออกน้ำมันดิบคือ เป็นการเพิ่มมูลค่าให้น้ำมันส่วนเกิน ทำให้ประเทศมีรายได้จากการส่งออก และรัฐจัดเก็บค่าภาคหลวงและภาษีเงินได้ปิโตรเลียมได้สูงกว่าการให้ผู้ประกอบการขายให้โรงกลั่นในประเทศ สร้างความมั่นคงทางด้านพลังงานให้กับประเทศด้วย

“เอกนัฏ” ยอมแค่น้ำมันเครื่องบิน

นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน กล่าวว่า ขณะนี้กระทรวงพลังงานยังคงอยู่ระหว่างทบทวนมาตรการส่งออกน้ำมัน หลังจากทราบว่ากลุ่มโรงกลั่นได้แจ้งว่าถังเก็บน้ำมันจะล้นแล้ว แต่ยืนยันไม่ให้ลดกำลังการผลิตในกลุ่มน้ำมันดีเซล และยังระงับการส่งออกน้ำมันดีเซลต่อไป เพื่อไม่ให้เกิดภาวะขาดแคลนอีก

แต่อาจเริ่มผ่อนผันมาตรการส่งออกน้ำมันในกลุ่มน้ำมันเครื่องบิน เจ็ต เอ 1 เนื่องจากตอนนี้ประเทศเพื่อนบ้านมีปัญหาเรื่องน้ำมันเครื่องบิน ถือเป็นโอกาสดีที่สร้างรายได้ส่งออกน้ำมันเครื่องบิน แล้วนำมาดูแลน้ำมันดีเซลและทำให้มีที่เก็บน้ำมันดีเซลเพิ่มเติมด้วย คาดว่าจะได้ข้อสรุปเร็ว ๆ นี้ เพราะต้องดูแลในภาพรวมให้รอบคอบเพื่อไม่ให้สถานการณ์น้ำมันกลับมามีปัญหาอีก

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : โรงกลั่นขอรัฐปลดล็อกส่งออก ผลิตล้น ’เอกนัฏ’ ให้แค่น้ำมันเจ็ต

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...