โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

คนไทยจำนำ ‘ทอง’ เบอร์ 1 เครื่องเพชร พระเครื่อง นาฬิกา Top 3 หลุดจำนำมากสุด

TODAY

อัพเดต 2 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 2 วันที่แล้ว • TODAY

หลายคนอาจสงสัยว่าธุรกิจโรงรับจำนำในวันนี้ยังมีบทบาทอยู่แค่ไหน? คนยังเข้าโรงรับจำนำกันมากน้อยแค่ไหน และของแบบไหนที่ถูกนำมาจำนำมากที่สุด

TODAY Bizview มีโอกาสพูดคุยกับ ‘สุธี พนาวร’ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร อีซี่มันนี่ กรุ๊ปถึงภาพรวมธุรกิจโรงรับจำนำ รวมถึงประเภททรัพย์และพฤติกรรมการนำของมาจำนำในปัจจุบัน

[ ทองยัง ถูกนำมาจำมากสุด ]

‘สุธี’ เล่าว่า ทรัพย์ที่ถูกนำมาจำนำมากที่สุดยังคงเป็น ‘ทองคำ’คิดเป็นสัดส่วนราว 90% เพราะมีมูลค่าชัดและสามารถเปลี่ยนเป็นเงินสดได้ทันที อีกทั้งยังขายต่อได้ง่ายกว่าทรัพย์ประเภทอื่น เช่น เครื่องประดับหรือนาฬิกา

แต่ปัจจุบันเหตุผลของการนำทองคำมาจำก็เปลี่ยนไป คนไม่ได้เอาทองมาจำเพื่อต้องการใช้เงินอย่างเดียว แต่ยังเป็น ‘ตัวช่วยหมุนเงิน’ ของลูกค้าหลายกลุ่มด้วย

โดยเฉพาะเกษตรกร ชาวไร่อ้อย ชาวสวนทุเรียน ที่นิยมซื้อทองเก็บไว้ และพอถึงช่วงที่ต้องใช้เงินลงทุน เช่น ค่าปุ๋ยหรือต้นกล้า ก็จะนำทองมาจำนำเพื่อเปลี่ยนเป็นเงินสดชั่วคราว ก่อนจะกลับมาไถ่คืนในภายหลัง

และยังมีลูกค้าอีกบางส่วนที่ไม่ได้ต้องการใช้เงิน แต่เลือกนำทองมาฝากไว้กับโรงรับจำนำ เพราะมองว่าปลอดภัยกว่าการเก็บไว้ที่บ้านและมีต้นทุนต่ำกว่าการเช่าตู้เซฟในธนาคาร

[ เครื่องเพชร หลุดจำนำบ่อยสุด ]

ถ้าดูจากของที่หลุดจำนำบ่อยที่สุด 3 อันดับแรกจะเป็น ‘เครื่องประดับ’ รองลงมาคือ ‘พระเครื่อง’ โดยเฉพาะแบบเลี่ยมกรอบทอง และ ‘นาฬิกา’ กลุ่มราคากลางอย่าง Seiko

เหตุผลที่ของอย่าง ‘เครื่องประดับ’ หลุดบ่อยที่สุด เพราะว่าขายต่อยากกว่าทั้งเรื่องไซซ์และดีไซน์ที่ไม่ตรงใจคนซื้อ และในบางช่วงเครื่องประดับอย่าง ‘เครื่องเพชร’ ก็เคยมีการหลุดจำนำเพิ่มขึ้นในช่วงที่ราคาตลาดปรับตัวลงและขายต่อได้ยาก

ส่วนทองคำเป็นทรัพย์ที่หลุดจำนำน้อยมาก เพราะเงินที่ได้จากการจำนำอยู่แค่ประมาณ 70–75% ของมูลค่าจริง เลยทำให้ของยังมีมูลค่าสูงกว่าเงินที่ได้ไป คนส่วนใหญ่จึงเลือกกลับมาไถ่คืน

[ สินค้าไอที ของหลุดที่ขายง่ายสุด ]

ในกลุ่มทรัพย์ที่หลุดจำนำ ‘สุธี’ บอกว่า ‘สินค้าไอที’ อย่างมือถือ โน้ตบุ๊ก และ iPad ถือเป็นกลุ่มที่ขายออกได้เร็วที่สุดเพราะความเป็นสินค้ามาตรฐาน ไม่มีข้อจำกัดเรื่องไซซ์หรือดีไซน์เฉพาะตัวเหมือนเครื่องประดับ ทำให้คนซื้อสามารถตัดสินใจได้ง่าย ไม่ต้องลอง ไม่ต้องกังวลว่าจะใส่ได้หรือไม่

อีกด้านหนึ่งสินค้าไอทีเป็นของที่คนใช้ในชีวิตประจำวันอยู่แล้ว ทำให้มีความต้องการในตลาดต่อเนื่องและมีฐานผู้ซื้อค่อนข้างกว้าง รวมถึงยังมีกลุ่มพ่อค้าที่คอยติดตามทรัพย์หลุดจำนำเพื่อนำไปขายต่อในตลาดมือสอง ยิ่งทำให้สินค้ากลุ่มนี้มีสภาพคล่องในการขายสูงขึ้น

ส่วนทรัพย์ที่ขายยากที่สุดก็ยังเป็น ‘เครื่องประดับ’ เนื่องจากมีข้อจำกัดเรื่องขนาดที่อาจไม่พอดีกับผู้ซื้อหรือดีไซน์ที่เป็นความชอบเฉพาะบุคคลทำให้หาคนที่ใช่มาซื้อได้ยากกว่า

[ คนหันไปใช้แอปมากกว่าเดินมาหน้าร้าน ]

อีกภาพที่เปลี่ยนไปชัดในปัจจุบัน คือจำนวนคนที่เดินเข้าหน้าร้านลดลง ปัจจุบันลูกค้าของ Easy Money ประมาณ 80% หันไปทำธุรกรรมผ่านแอปพลิเคชัน หรือพูดง่ายๆ คือ ลูกค้า 5 คน จะมีถึง 4 คนที่เลือกใช้งานออนไลน์

ทำให้บรรยากาศหน้าสาขาดูเงียบลงอย่างเห็นได้ชัดถึงขั้นเคยมีเจ้าของพื้นที่ให้เช่าทักว่า “ร้านดูไม่มีลูกค้า จะไหวหรือเปล่า” แต่ในความเป็นจริงธุรกรรมไม่ได้หายไปไหน

หากเทียบจากฐานลูกค้าในช่วง 5 เดือน จะมีคนเดินเข้าร้านจริงเพียงประมาณ 20% เฉลี่ยแล้วอยู่ที่ราววันละสิบกว่าคนหรือประมาณชั่วโมงละ 1 คนเท่านั้น

เหตุผลหลักมาจากความสะดวกของแอปพลิเคชันลูกค้าสามารถต่อสัญญาหรือจัดการรายการต่างๆ ได้เองโดยไม่ต้องเดินทางมาที่สาขา รวมถึงมีระบบแจ้งเตือนก่อนทรัพย์จะหลุดจำนำช่วยให้ลูกค้าไม่พลาดและยังรักษาของไว้ได้

ขณะเดียวกันแอปยังถูกใช้เป็นช่องทางในการขายทรัพย์หลุดจำนำออนไลน์ควบคู่กับหน้าร้านทำให้แม้หน้าร้านจะดูเงียบแต่ธุรกิจจริงกำลังขยับไปอยู่บนออนไลน์มากขึ้น

[ ธุรกิจที่ยาก เพราะพลาดไม่ได้เลย ]

‘สุธี’เล่าถึงมุมของ Easy Money ว่าธุรกิจดำเนินมาเข้าสู่ปีที่ 21 ปัจจุบันมีทั้งหมด 98 สาขาและมีแผนขยายเพิ่มอีก 6–7 สาขาในปีนี้หลังจากชะลอการเปิดไปในปีก่อน โดยมักเปิดควบคู่กับร้านทอง ‘พรีเมี่ยมโกลด์ เยาวราช’ซึ่งมีอยู่ราว 104 สาขา ทำเลที่เลือกจะอยู่ในจุดที่คนเห็นบ่อย อย่างใกล้ห้างหรือแหล่งชุมชนเพื่อให้คน ‘นึกถึงได้ทันที’ ในเวลาที่ต้องใช้เงิน

ในแง่รายได้ ธุรกิจโรงรับจำนำมีโครงสร้างรายได้ค่อนข้างชัด โดยรายได้หลักประมาณ 70% มาจากดอกเบี้ย ซึ่งคิดตามกฎหมายที่ 1.25% ต่อเดือนและอีก 30% มาจากการขายทรัพย์หลุดจำนำ โดยทรัพย์เหล่านี้จะถูกนำมาขายต่อทั้งผ่านหน้าร้านและช่องทางออนไลน์

“ธุรกิจโรงรับจำนำ เป็นธุรกิจที่ทำยากมาก เพราะทุกขั้นตอนล้วนมีความเสี่ยงตั้งแต่การรับทรัพย์ การเก็บรักษา ไปจนถึงการขนส่ง และในธุรกิจที่ต้องอยู่กับของมีค่าความผิดพลาดเพียงเล็กน้อย อาจหมายถึงความเสียหายมหาศาล ธุรกิจจึงไม่ใช่แค่การปล่อยเงินกู้ แต่คือการสร้างระบบที่ทำให้มั่นใจได้ว่า ของทุกชิ้นจะยังอยู่เหมือนเดิม ในวันที่เจ้าของกลับมา” นายสุธี กล่าว

ถ้ามองในมุม ‘ธุรกิจโรงรับจำนำ’วันนี้อาจไม่ได้โตแค่จากการที่มีคนเดือดร้อนหรือความต้องการใช้เงินเหมือนเมื่อก่อน แต่โตจากการที่คนรู้จักใช้ทรัพย์สินที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์มากขึ้น นี่อาจเป็นเหตุผลที่ทำให้ธุรกิจเก่าแก่แบบโรงรับจำนำยังคงเดินต่อไปได้ในปัจจุบัน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...