โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

กลิ่น จำนวนมาก กำลังหายไปเนื่องจากมลพิษและโลกร้อน

the Opener

เผยแพร่ 1 วันที่แล้ว • The Opener

“จมูก” ของมนุษย์สามารถตรวจจับกลิ่นได้มากกว่าหนึ่งล้านล้านกลิ่น แต่นักวิทยาศาสตร์พบว่า “กลิ่น” จำนวนมากกำลังหายไปจากโลก จากภัยคุกคาม 3 ประการ ได้แก่ มลพิษ การสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพ และอุณหภูมิที่สูงขึ้น ส่งผลให้กลิ่นบางชนิดอาจสูญหายไปในไม่ช้า ขณะที่นักวิทยาศาสตร์เพิ่งเริ่มเข้าใจว่า กลิ่นเหล่านั้นมีความหมายอย่างไรกับมนุษย์

การรับรู้ถูกครอบงำด้วย “การมองเห็น”

เราไม่สามารถแยก “กลิ่น” ที่อยู่รอบตัวออกจากอากาศที่เราหายใจและพื้นที่ที่เราอาศัยอยู่ สิ่งที่ทำให้เรารับรู้ว่าเป็นกลิ่น คือ การรวมกันของสารเคมีในอากาศที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ หรือที่เกิดจากมนุษย์สร้างขึ้น ซึ่งระเหยออกมาจากวัตถุเมื่อถูกความร้อน หรือจากการที่สิ่งเหล่านั้นค่อยๆ สลายตัว

มนุษย์รับรู้กลิ่นโดยการสูดดมองค์ประกอบทางเคมีเหล่านี้ผ่านทางจมูก โดยตัวรับกลิ่นจะส่งสัญญาณทางประสาทไปให้สมองตีความว่า เป็นกลิ่นลูเซีย เจคอบส์ นักจิตวิทยาที่เชี่ยวชาญด้านกลิ่นจาก มหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย เบิร์กลีย์ ชี้ว่า การรับกลิ่นเป็นส่วนเดียวของสมองที่สัมผัสกับโลกภายนอกโดยตรง

นอกจากนี้ “กลิ่น” ยังมีความเชื่อมโยงอย่างลึกซึ้งกับความทรงจำ เนื่องจากสัญญาณของกลิ่นอยู่ใกล้กับสมองส่วน อะมิกดาลา ที่ประมวลผลด้านอารมณ์ และสมองส่วน ฮิปโปแคมปัส ซึ่งเกี่ยวข้องกับความจำ กลิ่นที่คุ้นเคยสามารถกระตุ้นความคิดถึงอย่างรุนแรง ซึ่งช่วยเสริมสร้างความเคารพในตนเอง ความเชื่อมโยงทางสังคม และความรู้สึกว่า ชีวิตมีความหมายลึกซึ้งยิ่งขึ้น

แต่ในโลกที่เน้นการรับรู้ผ่านภาพและเสียงมากขึ้น โดยเฉพาะผ่านหน้าจอ และการแยกตัวออกจากธรรมชาติ กลิ่นจึงไม่ใช่สิ่งที่เรานึกถึงเป็นอันดับต้นๆ การศึกษาในปี 2022 พบว่า นักศึกษามหาวิทยาลัยมากกว่า 1 ใน 4 ตอบว่า ยินดีสูญเสียประสาทการรับกลิ่นมากกว่าการต้องสูญเสียโทรศัพท์มือถือ

สอดคล้องกับความเห็นของ เกรกอรี แบรทแมน นักวิจัยจากแล็ปคุณภาพชีวิตและสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยวอชิงตัน ที่บอกว่า กลิ่น มักถูกมองข้ามและถูกประเมินค่าต่ำ โดยเฉพาะในโลกตะวันตก มักจะไม่ได้คิดถึงเรื่องกลิ่นมากนัก

การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ กำลังเปลี่ยนกลิ่นของโลก

อีเดลฟอนโซ โนเกย์รา วิศวกรเคมีจากโครงการ SCENTinel อธิบายว่า อุณหภูมิที่สูงขึ้นและมลพิษ กำลังทำให้กลิ่นเปลี่ยนไป จากสารเคมีที่มนุษย์สร้างขึ้นซึ่งปล่อยโมเลกุลของกลิ่นมากขึ้น รวมถึงการสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพจากสภาพภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลงกำลังคุกคามพืชที่สร้างกลิ่น

อีเดลฟอนโซ กล่าวว่า สภาพอากาศที่อุ่นขึ้นจะดูดซับสารเคมีจากบรรยากาศในแบบที่แตกต่างกัน ซึ่งเปลี่ยนกลิ่นสะอาดและเย็นให้กลายเป็นกลิ่นที่รุนแรงขึ้น และอาจสะสมมลพิษในอากาศมากขึ้น

โครงสร้างที่มนุษย์สร้างขึ้น เช่น ถนนยางมะตอย และอาคารบ้านเรือน สามารถปล่อยสารประกอบอินทรีย์ระเหยง่าย เช่น ฟอร์มาลดีไฮด์และเบนซีนได้มากขึ้นในตอนที่อากาศร้อนขึ้น

เสี่ยว เจียหลิง นักวิจัยด้านสถาปัตยกรรมและสภาพแวดล้อมทางประสาทสัมผัส จากมหาวิทยาลัยเบอร์มิงแฮม บอกว่า อุณหภูมิที่สูงขึ้นทำให้โมเลกุลเคลื่อนที่เร็วขึ้น จึงแนวโน้มที่เราจะได้กลิ่นจากสิ่งต่างๆ มากขึ้น เช่น กลิ่นจากการทำอาหารของร้านอาหาร และกลิ่นขยะสดที่เน่าเปื่อย

นอกจากนี้ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศยังคุกคามต่อการสูญหายของพืชบางชนิด ซึ่งจะทำให้กลิ่นบางอย่างหายไปอย่างสิ้นเชิง และยากที่จะสร้างขึ้นใหม่ เช่น กลิ่นไม้จันทน์ วานิลลา มะกรูด ลาเวนเดอร์ และพืชอีกหลายแสนชนิด

การสูญเสีย "กลิ่น" ส่งผลต่อความเป็นอยู่ที่ดีของมนุษย์

นักวิทยาศาสตร์เพิ่งเริ่มเข้าใจว่า การสูญเสียกลิ่นส่งผลต่อความเป็นอยู่ของมนุษย์อย่างไร มีงานวิจัยชี้ว่า กิจกรรมของมนุษย์ที่ทำลายกลิ่นตามธรรมชาตินั้นเป็นอันตรายต่อสุขภาพและความสุขของมนุษย์

ราเชล เฮิร์ทซ์ นักประสาทวิทยาด้านการรับรู้ ชี้ว่า มลพิษที่เพิ่มขึ้นสร้างความเสียหายต่อระบบการรับกลิ่นส่วนปลายของเรา รวมถึงความสามารถในการรับกลิ่น ซึ่งงานวิจัยที่เผยว่า คนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ที่มีมลพิษสูง มีความสามารถในการแยกแยะกลิ่นลดลง และเมืองที่มีรายได้น้อยมักมีมลพิษทางอากาศรุนแรงที่สุด

นอกจากนี้ การระบาดของโควิด-19 ทำให้คนสูญเสียการรับกลิ่น ในการสำรวจคนจำนวน 322 คนที่สูญเสียการรับกลิ่นหรือรสจากโควิด พบว่า ร้อยละ 56 บอกว่า คุณภาพชีวิตโดยรวมลดลง และร้อยละ 43 บอกว่า มีภาวะซึมเศร้าจากการสูญเสียประสาทสัมผัสในการรับรู้กลิ่นหรือรส

รักษากลิ่นที่มีอยู่ ฟื้นฟูกลิ่นที่หายไป

ทีมนักวิจัยจาก มหาวิทยาลัยคอลเลจลอนดอน กำลังร่วมกับนักปรุงน้ำหอมและนักเคมี ในการสร้างกลิ่นที่หายไปขึ้นมาใหม่ โดยล่าสุด พวกเขาสามารถสร้างกลิ่นของ potpourri จากช่วงทศวรรษ 1750 ขึ้นมาใหม่ นักวิจัยกล่าวว่า การอนุรักษ์กลิ่นมีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ สามารถบอกอะไรได้มากมายเกี่ยวกับวิถีชีวิตของเรา ว่าเราเป็นใคร และเราใช้ชีวิตอย่างไร

“ถ้าเราสามารถนำเสนอกลิ่นของป่านอร์ดิก หรือกลิ่นของอาร์กติกในปัจจุบันหรือในอดีต ผู้คนก็จะรับรู้ถึงความแตกต่างว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศส่งผลต่อภูมิทัศน์ของกลิ่นในพื้นที่นั้นอย่างไร ผมคิดว่านั่นจะมีพลังมาก” อีเดลฟอนโซ กล่าว

ที่มา
Earth’s Smells Are Disappearing Because of Climate Change, and It’s a Vast Cultural Loss

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...