โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

STECH ลุยแผน JUMP+ ดันอิบิทดาโตแรง

หุ้นวิชั่น

อัพเดต 1 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 2 วันที่แล้ว • HoonVision | หุ้นวิชั่น - หุ้น ข่าวหุ้น หุ้นไทยวันนี้ หุ้นวันนี้ หุ้นเด่น วิเคราะห์หุ้น ธุรกิจ การเงิน เศรษฐกิจ การลงทุน ดัชนีราคาหุ้น

หุ้นวิชั่น - STECH เดินหน้าแผน 3 ปี “JUMP+” ดัน EBITDA แตะ 390–410 ล้านบาท ภายในปี 2571 มุ่งสู่ผู้นำคอนกรีตอัดแรงระดับภูมิภาค ชู 3 เสาหลัก Growth-Governance-Sustainability พร้อมเร่งนวัตกรรม “ลวดรักษ์โลก” และเพิ่มกำลังผลิต รองรับการเติบโตระยะยาว

นายเจษฎ์กรณ์ มงคลศรีสวัสดิ กรรมการผู้จัดการ สายงานการตลาดและการขาย บริษัท สยามเทคนิคคอนกรีต จำกัด (มหาชน) หรือ STECH เปิดเผยว่า แผนยุทธศาสตร์การดำเนินงานระยะ 3 ปี (พ.ศ. 2569-2571) ภายใต้แนวคิด “JUMP+: Strategic Growth & Sustainability” บริษัทฯ มุ่งเน้นการยกระดับขีดความสามารถทางการแข่งขันในทุกมิติ เพื่อสร้างการเติบโตของกำไรก่อนหักดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่าย (EBITDA) อย่างก้าวกระโดด โดยในปี 2571 บริษัทตั้งเป้าหมาย EBITDA อยู่ที่ประมาณ 390-410 ล้านบาท พร้อมก้าวสู่การเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมคอนกรีตอัดแรงและโครงสร้างพื้นฐานระดับภูมิภาคอย่างเต็มรูปแบบ โดยแบ่งการดำเนินงานออกเป็น 3 เสาหลัก คือ การเติบโต (Growth), ธรรมาภิบาล (Governance) และความยั่งยืน (Sustainability) เพื่อสร้างผลตอบแทนที่สม่ำเสมอแก่ผู้ถือหุ้น

ในด้านการดำเนินงาน (Operational Growth) บริษัทมุ่งเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันผ่าน 4 กลยุทธ์หลัก ได้แก่ การลงทุนในแบบผลิตคอนกรีตคุณภาพสูง การขยายฐานลูกค้างานบริการเสาเข็มพร้อมตอกสู่โครงการขนาดใหญ่ การใช้ระบบ Smart TMS (Smart Logistics) เพื่อลดต้นทุน และการเพิ่มกำลังการผลิตลวดเหล็กอัดแรงของบริษัทในเครือ (SSW) อีก 30% หรือแตะระดับ 20,000 ตันต่อปี ภายในปี 2571

ท่ามกลางสภาวะเศรษฐกิจที่ท้าทาย STECH ตั้งเป้าดึงอัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin) ของงานบริการให้สูงกว่า 21% และตั้งเป้าอัตราส่วนผลตอบแทนผู้ถือหุ้น (ROE) ไว้ที่ 9.2% ภายในปี 2571 โดยมุ่งเน้นการบริหารจัดการซัพพลายเชนและลดความเสี่ยงจากการดำเนินงานอย่างเป็นระบบ

ด้านธรรมาภิบาล บริษัทกำหนดบรรทัดฐานใหม่ด้วยการตั้งเป้าสัดส่วนกรรมการเพศหญิงไม่น้อยกว่า 30% และประกาศความพร้อมในการเข้าเป็นแนวร่วมปฏิบัติของภาคเอกชนไทยในการต่อต้านทุจริต (CAC) โดยต้องได้รับการรับรองอย่างเป็นทางการภายในปี 2571 รวมถึงการพัฒนาระบบ Whistleblowing ที่ต้องสรุปผลสอบสวนได้ภายใน 14 วัน

ทั้งนี้ เพื่อก้าวสู่อนาคตที่ยั่งยืน STECH เตรียมจัดทำบัญชีก๊าซเรือนกระจก (GHG Inventory) Scope 1 และ 2 ให้เสร็จสิ้นภายในปี 2571 ควบคู่ไปกับการชูนวัตกรรม "ลวดรักษ์โลก" เนื่องจาก STECH มีบริษัทย่อยในเครือ คือ บริษัท สยามสตีลไวร์ จำกัด (SSW) ซึ่งเป็นโรงงานผลิตลวดเหล็ก “ลวดรักษ์โลก” ซึ่งมีเทคโนโลยีการผลิตที่ทันสมัยและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยไม่ต้องใช้น้ำกรดซึ่งเป็นกรดไฮโดรคลอริกเข้มข้นในการกัดลวดโลหะให้สะอาดเหมือนในอดีต จึงไม่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญในการสร้างโครงสร้างพื้นฐานที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและสร้างความเติบโตที่ยั่งยืนในระยะยาว

“STECH ยืนยันความมุ่งมั่นในการขับเคลื่อนองค์กรตามแผน “JUMP+” โดยระบุว่า “ยุทธศาสตร์นี้ไม่ใช่เพียงการตั้งเป้าหมายทางการเงินที่สูงขึ้น แต่คือการปฏิรูปโครงสร้างธุรกิจให้มีความยืดหยุ่นและยั่งยืน เราพร้อมที่จะส่งมอบคุณค่าที่เหนือกว่าให้แก่ผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม และสร้างผลตอบแทนที่สม่ำเสมอให้แก่ผู้ถือหุ้นท่ามกลางสภาวะเศรษฐกิจที่มีความท้าทาย โดยเชื่อมั่นว่ารากฐานที่แข็งแกร่งและวิสัยทัศน์ที่ชัดเจนจะนำพา STECH ให้เติบโตอย่างก้าวกระโดดในระยะยาว” นายเจษฎ์กรณ์ กล่าว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...