ระวังมุกใหม่! แก๊งคอลฯ เปลี่ยนวิธีดูดเงิน สั่งเหยื่อถอนเงินสดมาส่งกับมือ-วางตามจุด
เมื่อวันที่ 10 เม.ย. ที่กองบังคับการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี 1 พล.ต.ต.ศิริวัฒน์ ดีพอ ผบก.สอท.1 ระบุว่า ตามนโยบายของทั้งรัฐบาล และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ รวมถึงกองบัญชาการตำรวจไซเบอร์ เกี่ยวกับอินฟลูเอนเซอร์ รวมถึงดาราที่มีผู้ติดตามในโซเชียลมีเดียเป็นจำนวนมาและผันตัวมาโปรโมตเว็บพนัน ซึ่งมีคามผิดตาม พ.ร.บ.การพนัน เก่ง ลายพราง ก็เป็นอินฟลูเอนเซอร์ที่เราตรวจสอบพบว่ามีการโปรโมตเว็บพนัน โดยทำเป็นคลิปออกมาพูดชื่อเว็บไซด์ มากัวร์888 แตกง่ายเล่นง่ายได้เงินแน่นอน แล้วใช้บัญชีอวตาร หรือบัญชีปลอมไปโพสต์ตามแพลตฟอร์มต่างๆ เราจึงมีการดำเนินคดี ซึ่งมีการจับกุมส่งฟ้องศาล โดยมีการตัดสินจำคุก 4 เดือน ไม่รอลงอาญา จึงอยากฝากผู้ที่เป็นอินฟลูเอนเซอร์ แล้วอยากรวยทางลัด จากการสอบถามตัวเก่ง ลายพราง ยอมรับว่าได้เงินค่าจ้างเป็นก้อนเดือนละ 1-2 แสนบาท โดยมีข้อตกลงว่าจะต้องโพสต์อย่างต่อเนื่อง ซึ่งที่ผ่านมาก็มีการจับกุมอินฟลูเอนเซอร์มาอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดปลายเดือน มี.ค. ที่ผ่านมา ก็มีจับกุม น้องมาย อินฟลูเอนเซอร์สายเซ็กซี่ไป และมีการดำเนินคดีทุกราย โดยช่วงหลังศาลมีการตัดสินลงโทษจำคุกไม่รอลงอาญา
ทั้งนี้ในส่วนของเว็บมากัวร์ 888 หากจำได้เคยถูกจับกุมและมีการยึดทรัพย์เป็นจำนวนเงินกว่า 100 ล้านบาท ออกหมายจับไป 13 รายจับกุมแล้ว 7 ราย โดยคดีของ เก่ง ลายพราง เป็นคดีเก่ามีตัวเก่ง มีการโพสต์ไว้ตั้งแต่ช่วงปี 67 และเจ้าตัวก็ยอมรับว่า เป็นการหาเงินที่ง่าย แค่โพสต์แล้วออกมาพูดก็ได้เงิน ซึ่งปัจจุบันไม่ได้มีการโปรโมตแล้ว
พล.ต.ต.ศิริวัฒน์ ยังเปิดเผยอีกว่า สำหรับกรณีที่กลุ่มแก๊งสแกมเมอร์ได้ปรับเปลี่ยนวิธีการใหม่ จากที่เคยหลอกให้ผู้เสียหายโอนเงินมาตรวจสอบ แต่จากการที่เจ้าหน้าที่มีการกวดขันจับกุมบัญชีม้าอย่างเข้มงวด ทำให้บัญชีม้าหายากมากขึ้น การอายัดบัญชีก็ทำได้เร็วมากขึ้น การตรวจสอบเส้นทางการเงินต่างๆ ก็มีหลักฐานชัดเจน ทำให้แก๊งสแกมเมอร์เปลี่ยนเป็นการให้ผู้เสียหายไปถอนเงิน และส่งมอบเป็นเงินสดแทน จากนั้นก็จะให้คนมาหยิบเงินหรือรับเงินตามจุดต่างๆ ซึ่งที่ผ่านมาตำรวจไซเบอร์พบพฤติกรรมใน 2 ลักษณะคือ 1.ให้ผู้ร่วมขบวนการของแก๊งคอลเซ็นเตอร์เป็นคนมาเอาเงิน และ 2.คือหลอกจ้างผู้บริสุทธิ์ให้ไปรับสิ่งของที่จุดหนึ่ง เพื่อนำไปวางอีกจุดหนึ่ง โดยเจ้าตัวไม่รู้ว่าเป็นส่วนหนึ่งของแก๊งคอลเซ็นเตอร์ จากนั้นก็จะมีขบวนการมารับต่อ
เบื้องต้น กลุ่มที่โทรศัพท์หลอกลวงอาจจะอยู่ฝั่งประเทศเพื่อนบ้าน แต่กลุ่ม "ม้าเร็ว" ที่ไปรับทรัพย์สินนั้นมีฐานอยู่ในประเทศไทยตามพื้นที่ต่างๆ แต่ส่วนใหญ่หลังจากรับทรัพย์สินมาแล้ว มักจะมีการส่งต่อกันเป็นทอดๆ ลักษณะคล้ายการส่งยาเสพติด บางครั้งคนส่งกับคนรับของก็ไม่ได้เจอหน้ากันโดยตรง และอาจไม่ได้รู้จักกันด้วยซ้ำ เพื่อให้ยากต่อการขยายผลติดตามจับกุม ส่วนทรัพย์สินก็จะถูกนำไปแปรสภาพในรูปการซื้อทองคำ แต่ช่วงหลังการซื้อทองคำมีขั้นตอนมากขึ้น ขบวนการเหล่านี้ก็อาจมีการยักย้ายถ่ายเทเป็นเงินสด
ทั้งนี้ตำรวจขอย้ำอีกครั้งว่าตำรวจไม่มีนโยบายนำเงินหรือทรัพย์สินของประชาชนไปตรวจสอบเช่นนี้ ไม่ว่าจะเป็นผ่านช่องทางการโอนเงิน การนำไปวางตามจุด หรือนัดรับตามห้างสรรพสินค้าหรือหน้าบ้านก็ตาม หากมีคนทำเช่นนี้ให้รู้ไว้เลยว่าเป็น "มิจฉาชีพ" และหากประชาชนถูกหลอกเช่นนี้ ให้รีบเข้าแจ้งความกับตำรวจโดยเร็ว ตำรวจก็จะไล่กล้องวงจรปิดเพื่อสืบสวนขยายผลได้อย่างรวดเร็ว