โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

รวบอดีตข้าราชการกรมการปกครอง ซุกต่างด้าว 22 คน รอส่งต่อมาเลเซีย

Khaosod

อัพเดต 09 เม.ย. เวลา 08.31 น. • เผยแพร่ 09 เม.ย. เวลา 08.31 น.

ตม.สงขลา สนธิกำลังตำรวจท่องเที่ยว รวบอดีตข้าราชการกรมการปกครอง เจ้าของรีสอร์ตริมทะเล ซุกชาวบังคลาเทศ-เมียนมา 22 คน รอส่งต่อมาเลเซีย

เมื่อเวลาประมาณ 16.30 น.วันที่ 8 เม.ย.2569 พล.ต.ต.ชูธเรศ ยิ่งยงดำรงสกุล ผบก.ตม. 6, พ.ต.อ.ศุภโชค หยงสตาร์ พ.ต.อ.ภาณุภาคยณ์ จิตต์ประยูรตี รอง ผบก.ตม.6 พ.ต.อ.สรธรรศจ์ เอี่ยมละออ ผกก.ตม.จว.สงขลา พร้อม พ.ต.ท.พงษ์ศิริ พิทักษ์ สว.ตม.จว.สงขลา นำกำลังตำรวจ ไปตรวจสอบที่รีสอร์ตแห่งหนึ่ง ต.นาทับ อ.จะนะ จ.สงขลา หลังสายข่าวแจ้งว่า มีการนำพาแรงงานหลบหนีเข้าเมืองผิดกฎหมาย มาพักไว้ในรีสอร์ตดังกล่าว

จากการตรวจสอบ พบว่ารีสอร์ตดังกล่าวปิดบริการ แต่ทางเจ้าหน้าที่ได้กลิ่นเหม็นอับ และได้ยินเสียงคนพูดคุยกันเป็นภาษาต่างประเทศ ดังเล็ดรอดออกมาจากอาคารร้างภายในรีสอร์ต เมื่อเปิดผ้าใบที่กางปิดกั้นอยู่ พบทางเดินแคบ เมื่อเดินเข้าไปในห้อง ก็ต้องตกใจ เพราะพบชาวต่างประเทศ นั่งแออัดกันอยู่ในความมืด ภายในห้อง จำนวน 22 คน เป็นชาย สัญชาติบังคลาเทศ 21 คน และหญิง 1 คน สัญชาติเมียนมา อายุตั้งแต่ 20-46 ปี จึงแจ้งขอกำลังเสริม

ก่อนนำตัวทั้งหมด ออกมาจากห้อง ซึ่งทันทีที่ออกมาได้ มีการทวงถามโทรศัพท์ โดยแจ้งว่า ถูกเจ้าของรีสอร์ตยึดไว้ ตำรวจจึงสอบถามจากนายกฤติเดช อายุ 66 ปี เจ้าของรีสอร์ต แต่นายกฤติเดช ปฏิเสธว่าไม่รู้เห็น ตำรวจจึงค้นหาในห้องพักนายกฤติเดช พบโทรศัพท์ชาวบังคลาเทศ 16 เครื่อง ถูกเก็บไว้ในกล่องพัสดุขนาดเล็ก 2 ใบ แล้วซุกซ่อนไว้ใต้เตียงนอน นายกฤติเดช ถึงกับหน้าถอดสี ยอมจำนนด้วยหลักฐาน และในห้องพัก ก็ยังพบชุดข้าราชการสีกากี แขวนอยู่ข้างฝาผนัง 1 ตัว

จากการสอบถามนายกฤติเดช ยังให้การปฏิเสธว่า ตนเพิ่งกลับมาที่รีสอร์ตแห่งนี้ และไม่รู้ว่า มีชาวต่างชาติมาหลบซ่อนอยู่ในรีสอร์ตได้อย่างไร ส่วนโทรศัพท์ที่ตำรวจยึดได้ ก็คาดว่า คนขับรถนำพาชาวบังคลาเทศ ไปแอบไว้ในห้องพักของตน ที่ไม่ได้ล็อกกุญแจ แล้วหลบหนีไป ซึ่งระหว่างการค้นในรีสอร์ต นายกฤติเดช มีสีหน้าเคร่งเครียดตลอดเวลา

ทั้งนี้ตำรวจชุดจับกุม ควบคุมตัวผู้ต้องหาไปสอบสวนที่ สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง จ.สงขลา นายกฤติเดช เจ้าของรีสอร์ต ให้การปฏิเสธว่า ไม่มีส่วนรู้เห็นกับการนำพาแรงงานหลบหนีเข้าเมืองกลุ่มนี้มาพักอาศัย แต่ตำรวจไม่ปักใจเชื่อ เพราะอาคารร้างหลังนี้ มีทางเข้า-ออก แค่ 2 ทาง และต้องผ่านกลางรีสอร์ตเท่านั้น

ขณะที่แรงงานชาวบังคลาเทศ ให้การผ่านล่ามว่า พวกตนต้องการไปทำงานที่ประเทศมาเลเซีย โดยต้องจ่ายค่าเดินทางให้นายหน้าคนละ 700,000 ธากา หรือ ประมาณ 180,000 บาท จากนั้นก็เดินทางด้วยเครื่องบินจากประเทศบังคลาเทศ มายังประเทศกัมพูชา และเมื่อวันที่ 4 เม.ย.69 เดินเท้าข้ามชายแดนผ่านช่องธรรมชาติ ที่ จ.สระแก้ว แล้วมีคนมารับนำพาไปพักที่โรงแรมแห่งหนึ่ง 2 วัน จากนั้น ก็มีรถมารับเป็นทอดๆ

กระทั่งช่วงตี 5 วันที่ 8 เม.ย. รถกระบะตู้ทึบ นำพามาส่งไว้ที่รีอร์ตแห่งหนี้ แล้วคนขับลงจากรถไปพูดคุยกับนายกฤติเดช ก่อนจะนำพาเข้าไปอยู่ในห้องในอาคารร้างในรีสอร์ต คนขับรถ แจ้งกับชาวบังคลาเทศว่า โทรศัพท์ทั้งหมด อยู่ที่นายกฤติเดช

เบื้องต้นตำรวจแจ้งข้อหานายกฤติเดช ในข้อหาให้ที่พักพิงซ่อนเร้น หรือช่วยเหลือด้วยประการใดๆ แก่คนต่างด้าวที่เดินทางเข้ามาผิดกฎหมาย เพื่อให้พ้นจากการจับกุมของพนักงานเจ้าหน้าที่ ส่วนชาวบังคลาเทศและเมียนมา แจ้งข้อหา เป็นคนต่างด้าวเดินทางเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต ก่อนนำตัวทั้งหมดส่งพนักงานสอบสวน สภ.ควนมีด ดำเนินคดีต่อไป

สำหรับ นายกฤติเดช อายุ 66 ปี เจ้าของรีสอร์ต จากการตรวจสอบพบว่า เป็นอดีตข้าราชการฝ่ายปกครอง และฝ่ายความมั่นคง ในพื้นที่มานานหลายปี อาทิ รองผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจสงขลา ,ปลัดอำเภอนาหม่อม,ปลัดอำเภอเทพา , ปลัดอำเภอหาดใหญ่ , ผู้บังคับกองร้อย อส.จังหวัดสงขลา , ผู้ช่วยป้องกันจังหวัดสงขลา , หัวหน้ากลุ่ม พัฒนาระบบการรักษาความปลอดภัย ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้, และไปเกษียณอายุราชการที่กรมการปกครอง

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : รวบอดีตข้าราชการกรมการปกครอง ซุกต่างด้าว 22 คน รอส่งต่อมาเลเซีย

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...