Unilever ประกาศหยุดรับพนักงานทั่วโลก 3 เดือน ผลกระทบสงครามตะวันออกกลาง
Unilever ประกาศหยุดรับพนักงานทั่วโลก อย่างน้อย 3 เดือน เพื่อรับมือผลกระทบจากสงครามตะวันออกกลางที่ทำให้ต้นทุนพลังงานพุ่งและการค้าโลกหยุดชะงัก
วันที่ 31 มีนาคม 2569 เวลา 15.31 น. สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า บริษัท Unilever ผู้ผลิตสินค้าอุปโภคบริโภคระดับโลก ประกาศระงับการรับพนักงานใหม่ทั่วโลกทุกตำแหน่งเป็นเวลาอย่างน้อย 3 เดือน โดยให้เหตุผลว่าได้รับผลกระทบจากความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่กำลังขยายวงกว้าง ตามบันทึกภายในบริษัทที่สำนักข่าว Reuters ได้รับ
ในบันทึกภายในที่ส่งถึงพนักงานเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาUnilever ระบุว่า การหยุดรับพนักงานจะมีผลทันที โดยบริษัทกำลังเผชิญความท้าทายสำคัญ จากสงครามอิหร่านที่ดำเนินมาเป็นเวลากว่า 1 เดือน
ปัจจุบันบริษัททั่วโลกตั้งแต่สายการบินไปจนถึงค้าปลีกกำลังเร่งปรับตัวเพื่อรับมือผลกระทบจากสงครามอิหร่าน ซึ่งทำให้การค้าทั่วโลกติดขัด และก่อให้เกิดการหยุดชะงักของอุปทานน้ำมันและก๊าซที่รุนแรงที่สุดในประวัติศาสตร์ ส่งผลให้ต้นทุนพลังงานพุ่งสูง และเริ่มกระทบต่ออุตสาหกรรมอื่น ๆ เช่น อุตสาหกรรมเคมีและพลาสติกที่ต้องใช้พลังงานสูงในการผลิต
ฟาเบียน การ์เซีย หัวหน้าธุรกิจผลิตภัณฑ์ดูแลส่วนบุคคลของ Unilever ระบุในบันทึกว่า สถานการณ์เศรษฐกิจมหภาคและภูมิรัฐศาสตร์ โดยเฉพาะความขัดแย้งในตะวันออกกลาง จะสร้างความท้าทายอย่างมากในช่วงไม่กี่เดือนข้างหน้า ดังนั้นฝ่ายบริหารจึงตัดสินใจระงับการรับพนักงานใหม่ทั่วโลกในทุกระดับตำแหน่ง โดยจะมีผลอย่างน้อย 3 เดือน
Unilever ซึ่งมีสำนักงานใหญ่ในลอนดอน เป็นเจ้าของแบรนด์สินค้าอุปโภคบริโภคจำนวนมากทั่วโลก แม้ว่าบริษัทจะผลิตสินค้าในประเทศที่จำหน่ายเป็นส่วนใหญ่ แต่บริษัทต้องซื้อวัตถุดิบ เช่น เคมีภัณฑ์ อาหาร บรรจุภัณฑ์ และวัตถุดิบอื่น ๆ ซึ่งล้วนต้องใช้พลังงานจำนวนมากในการผลิต ทำให้ต้นทุนเพิ่มขึ้นตามราคาพลังงาน
บริษัท ระบุในแถลงการณ์ว่า เนื่องจากสภาพแวดล้อมภายนอกมีความไม่แน่นอน บริษัทจึงตัดสินใจหยุดการรับพนักงานใหม่ชั่วคราว และจะปรับแผนตามสถานการณ์ต่อไป
ทั้งนี้การหยุดรับพนักงานครั้งนี้เกิดขึ้นเพิ่มเติมจากโครงการลดต้นทุนที่ Unilever เริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2567 ซึ่งมีเป้าหมายลดค่าใช้จ่ายประมาณ 800 ล้านยูโรภายใน 3 ปี และคาดว่าจะกระทบตำแหน่งงานประมาณ 7,500 ตำแหน่งทั่วโลก ส่วนใหญ่เป็นพนักงานสำนักงาน
จำนวนพนักงานของ Unilever ปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 96,000 คน ลดลงจากประมาณ 149,000 คนในปี 2563 ขณะที่บริษัทเผชิญปัญหายอดขายเติบโตช้าหลังการระบาดของโควิด-19
นอกจากนี้บริษัทยังอยู่ระหว่างการเจรจาขายธุรกิจอาหารให้กับบริษัท McCormick & Company ซึ่งอาจเป็นการปรับโครงสร้างธุรกิจครั้งใหญ่ภายใต้การบริหารของซีอีโอ Fernando Fernandez โดยคาดว่าผู้ถือหุ้นของ Unilever จะยังถือหุ้นส่วนใหญ่ในบริษัทใหม่
อ้างอิง : www.reuters.com