ชาวบ้านบุกยื่นย้ายเจ้าอาวาส ปมกีดกันพระต่างวัดร่วมพิธีศพ
ตัวแทนชาวบ้านและศิษย์ “หลวงพ่อโปร่ง โชติโก” ร้องเจ้าคณะจังหวัดชุมพร ตรวจสอบกรณีเจ้าอาวาสวัดถ้ำพรุตะเคียน อ้างกฎวัดห้ามพระต่างวัดร่วมอาสนะสวดมาติกาในงานฌาปนกิจ ทั้งที่เจ้าภาพนิมนต์มาเอง หวั่นสร้างความแตกแยกในชุมชน พร้อมยื่น 5 ข้อเรียกร้อง ขอหาทางออกลดความขัดแย้งระหว่างวัดกับชาวบ้าน
14 พฤษภาคม 2569 - นายวิโรจน์ พัฒน์เจริญ น้องชายผู้เสียชีวิต พร้อมญาติและตัวแทนชมรมศิษย์หลวงพ่อโปร่ง โชติโก เดินทางเข้าพบ พระครูบัณฑิตธรรมธาดา รักษาการเจ้าคณะจังหวัดชุมพร และ น.ส.บุศรา ขาวจัตุรัส ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดชุมพร เพื่อยื่นหนังสือขอให้ตรวจสอบข้อเท็จจริง กรณีเกิดเหตุพระสงฆ์ร่วมสวดมาติกาบังสุกุลในงานฌาปนกิจไม่ได้
เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นในงานฌาปนกิจศพ นายเสริม พัฒน์เจริญ โดยทางญาติได้นิมนต์พระสงฆ์จำนวน 25 รูป ประกอบด้วย พระจากวัดถ้ำพรุตะเคียน 15 รูป และพระจากวัดเขาเจดีย์อีก 10 รูป ซึ่งอยู่ในอำเภอปะทิวเช่นเดียวกัน เพื่อร่วมประกอบพิธีสวดมาติกาบังสุกุลตามประเพณี
อย่างไรก็ตาม ระหว่างพิธี กลับมีการสั่งห้ามพระจากวัดเขาเจดีย์ขึ้นนั่งบนอาสนะที่จัดเตรียมไว้ โดยอ้างว่าเป็น “ข้อตกลงของทางวัด” ทำให้ญาติและชาวบ้านที่มาร่วมงานเกิดความไม่พอใจ และมองว่าไม่เหมาะสมกับวิถีพุทธที่เคยปฏิบัติร่วมกันมา
ตัวแทนญาติผู้เสียชีวิตและกลุ่มศิษย์หลวงพ่อโปร่ง โชติโก ได้ยื่นข้อเรียกร้องต่อเจ้าคณะจังหวัดจำนวน 5 ข้อ เพื่อให้ตรวจสอบว่าเข้าข่ายขัดหลักพุทธศาสนาหรือไม่ ประกอบด้วย
1. พระพุทธเจ้าเคยมีคำสอนห้ามพระต่างวัดนั่งสวดร่วมกันหรือไม่
2. การกระทำดังกล่าวผิดหลักคำสอนข้อใดหรือไม่
3. คณะสงฆ์จังหวัดจะมีแนวทางแก้ปัญหาอย่างไร
4. หากพบว่าไม่เหมาะสม จะมีมาตรการดำเนินการอย่างไร
5. ขอให้นิมนต์เจ้าอาวาสไปจำพรรษาที่อื่น และแต่งตั้งพระที่เป็นกลางมาดูแลวัดแทน เพื่อลดความขัดแย้งระหว่างวัดกับชุมชน
กลุ่มชาวบ้านระบุว่า วัดถ้ำพรุตะเคียนเติบโตขึ้นจากบารมีของ “หลวงพ่อโปร่ง โชติโก” หรือ พระครูโสตถยาธิคุณ รวมถึงแรงศรัทธาของชาวบ้านที่ช่วยกันพัฒนาวัดมาตลอด แต่บรรยากาศในปัจจุบันกลับทำให้เกิดการแบ่งฝ่ายในชุมชน แม้แต่พระลูกศิษย์สายเดียวกันจากวัดอื่นก็ยังถูกกีดกัน
“พวกเราต้องการพระที่ทำหน้าที่ด้วยความเป็นกลาง และรักษาศรัทธาของชาวบ้าน ไม่ใช่ออกกฎที่ทำให้คนรู้สึกแตกแยก” ตัวแทนชาวบ้านกล่าว
ด้าน น.ส.บุศรา ขาวจัตุรัส ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดชุมพร เปิดเผยว่า ได้รับหนังสือร้องเรียนไว้แล้ว พร้อมยอมรับว่าเป็นเรื่องละเอียดอ่อนและอยู่ในความสนใจของประชาชน โดยจะเร่งประสานผู้ปกครองสงฆ์ตรวจสอบข้อเท็จจริง เพื่อหาแนวทางให้วัดและชุมชนกลับมาอยู่ร่วมกันได้อย่างเหมาะสมต่อไป