โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“ตี๋ตี๋-ป๋อ” เปิดใจลึกซึ้ง! จากคู่พาร์ทเนอร์สู่ Safe Zone ของกันและกัน เผยเบื้องหลังรอยยิ้มที่แลกมาด้วยความกดดันและการปลดล็อกตัวเอง

daradaily

อัพเดต 2 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 1 วันที่แล้ว

“ตี๋ตี๋-ป๋อ” ยอมรับเคยเครียดกับคอมเมนต์ จากวันที่ไม่มั่นใจ สู่เซฟโซนของกันและกัน

เบื้องหลังรอยยิ้มและพลังสดใส “ตี๋ วันพิชิต-ป๋อ ศุภการ” เปิดใจแบบลึกซึ้งผ่านรายการ Woody Talk ถึงอีกด้านของทั้งคู่ความสัมพันธ์ มิตรภาพ ที่หลายคนอาจไม่เคยรู้มาก่อน และเรื่องแรงกดดัน การรับมือกับ Feedbackด้านลบ รวมถึงช่วงเวลาที่คอยเป็นSafe Zone ให้กันและกัน

ความฝันที่ได้มีโอกาสทำสิ่ง ๆ นี้เกิดขึ้นแล้ว รู้สึกยังไงบ้าง ?

ตี๋ตี๋ วันพิชิต : รู้สึกว่าเกินความคาดหมายไปแบบเยอะมาก ๆ เพราะว่าตอนแรกมันก็มีความคาดหวังในระดับหนึ่งที่แบบว่าเราอยากแบบ famous ขึ้นนิดหนึ่ง ดีใจมาก ๆ เลยที่ผลตอบรับขนาดนี้

ตี๋ตี๋ วันพิชิต : ดีใจที่ซีรีส์พาเรามาได้ไกลขนาดนี้ แล้วก็เป็นเรื่องแรกของพวกเราด้วยที่ได้รับบทนำ แล้วคนชอบด้วย

ความสุขที่ได้รับจากคนรอบข้างอะไรที่ได้ฟังแล้วมันชื่นใจ คำพูดแบบไหนบ้าง ?

ป๋อ ศุภการ : ผมว่าน่าจะเป็นการที่เขาบอกว่าเราทำให้เขาผ่านเรื่องแย่ ๆ ในแต่ละวันไปได้

ตี๋ตี๋ วันพิชิต : เคยมีเหตุการณ์ครั้งหนึ่งเป็นงาน private talk พี่คนที่เข้ามาเขาเป็นมีทั้ง 2 แบบเลย มีทั้งคนที่เป็นหมอจิตแพทย์กับคนที่เป็นผู้ป่วย คนที่เป็นหมอเขาก็พูดว่า ตอนแรกไม่รู้จักตี๋ป๋อเลย แต่ว่ารู้จักได้เพราะว่าคนไข้ คนไข้เอาพวกเรา 2 คนไปนั่งดู เหมือนเป็นกำลังใจให้เขา แล้วเขาก็ไปคุยกับคุณหมอคนนี้ รู้สึกว่าเราทำให้เขายิ้มได้มากขึ้น

ถ้าถอดตัวเองออกมาเป็นคนดู อะไรในคาแรคเตอร์ของ 2 คนนี้ที่ทำให้คนที่ทุกข์อยู่กับชีวิตดูแล้วเบาลง อะไรในเรื่องนี้คือจุดที่ทำให้รู้สึกฮีลมากขึ้น ?

ป๋อ ศุภการ : ผมว่ามันเป็นคาแรคเตอร์ที่ connect กับคน ทั้งในความสัมพันธ์ทั้งกลุ่มเพื่อน ต่าง ๆแล้ว ซึ่งตัวของด้วงเอง ทุกคนหลาย ๆคนอยากจะเจอในชีวิตจริง

ตี๋ตี๋ วันพิชิต : ใช่ เพราะว่าด้วงเป็นแบบนิสัยดีมาก ธงเขียวมาก green flag สุด ๆ แล้วก็คือเขาเรียกได้ว่ากรมป่าไม้เลย

แล้วแฟนของเขา ต่างจากเขาที่เป็นgreen flag ยังไง ?

ป๋อ ศุภการ : ต่างกันเยอะเลย เพราะว่าฉินจะเป็นคนที่มีปมมาตั้งแต่เด็กแล้วก็มาปลดล็อกอะไรต่าง ๆ ได้เพราะด้วง

represent บางเรื่องของสังคมจริง ๆไหม คือมีคนเข้ามาแล้วเราบอกเขาrelate ได้กับคาแรคเตอร์นี้ เขาrelate ได้กับปัญหา ?

ป๋อ ศุภการ : ที่จริงผมมีอดีตเหมือนกันที่อาจจะคล้าย ๆ กับฉิน ในเรื่องของการ perform บนเวที โดนคอมเมนต์ว่าคุณไม่มีความเป็นศิลปินต่าง ๆ น่าจะเหมือนที่ฉินโดน ก็เลยรู้สึกว่าพอมีอะไรมาปลดล็อก อย่างในเรื่องก็อาจจะเป็นด้วงที่แบบเข้ามาปลดล็อกเรา ก็ทำให้เรามั่นใจขึ้น

อะไรปลดล็อกชีวิตจริง ?

ป๋อ ศุภการ : น่าจะเป็นเพื่อน ๆ ถ้าชีวิตจริงป๋อน่าจะเป็นโอกาสครั้งสุดท้ายที่เราไม่ได้แล้ว ถ้าเราเสียตรงนี้ไปเราจบ แล้วมันมี 1 อาทิตย์ที่ผมอยู่กับวงทั้งอาทิตย์แล้วซ้อมทั้งวันทั้งคืนแล้วก็อยู่ ๆ ก็ปลดล็อกได้ ในเรื่องของการ Express เมื่อก่อนผมเป็นคนแบบนิ่งมาก ๆ คือเวลา perform คือแบบหน้าเดียว ปลดล็อกเรื่องนี้น่าจะประมาณ 3 ปี คืออยู่กับสิ่งนี้ประมาณ9 ปีแล้ว เพิ่งมาปลดล็อกได้ประมาณ 3 ปีที่แล้ว

ตี๋ตี๋ วันพิชิต : ตลอดมาเขาจะเล่าเรื่องราววัยเด็กให้ฟังว่าเขาเคยเป็นเทรนนีมา คือเขาสู้มาตลอด

มีบางเรื่องไหมที่ก็ยังทำไปเรื่อย ๆ ทั้งๆ ที่อาจจะยังไม่เห็นอะไร ?

ป๋อ ศุภการ : เอาจริงการเป็นศิลปินตอนแรกผมก็ไม่เห็นเหมือนกัน เพราะว่าตอนแรกเข้ามาด้วยความที่อยากเป็นนักแสดง โอกาสมันมาทางศิลปินมาตลอดทั้งค่ายแรก ที่ค่ายแรกผมก็เทรนไปประมาณ 6 เดือนไม่ผ่านการประเมิน พัฒนาช้าเกินไปก็จบ แล้วก็ทำนู่นนี่ ทำวง ไปร้องคอรัสให้วงหนึ่งระหว่างนั้น แล้วก็มีอีกค่ายหนึ่งติดต่อมา ติดต่อมาให้ไปออดิชั่นแล้วก็ไปดูเราก็รู้สึกมีเต้นด้วย สิ่งที่เราไม่เคย ไม่เคยคิดว่าเราจะทำมาก่อนทั้งชีวิตเพราะรู้สึกว่าไม่น่ารอดกับสิ่งนี้ ยิ่งกว่าร้องเพลงอีก ก็เข้าไป audition ไม่คิดว่าจะผ่าน เพราะว่าตอน audition จำได้ว่าร้องไปสองประโยค ลืมเนื้อหมดเลย เต้นก็ยืนนิ่ง ๆ เต้นไม่เป็น ออกมาจากห้องออดิชั่นบอกแม่เลยว่ากลับเถอะ ไม่น่ารอด ไม่น่าผ่านหรอก แต่สรุปผ่านเฉย แต่ระหว่างการเทรนก็ได้อันดับล่างสุดมาตลอดเลย รู้ว่าเราอ่อนสุด มันจะมีตารางซ้อมของค่ายอยู่แล้วแล้วก็ไปเรียนเพิ่มเองด้วยเพราะรู้สึกว่าตามเพื่อนไม่ทัน

อะไรคือพลังงานที่ทำให้เรา push ตัวเองขึ้นมาได้เรื่อย ๆ ในวันที่มันอาจจะไม่เหลือกำลังใจ ?

ป๋อ ศุภการ : ส่วนหนึ่งก็เพราะรู้สึกว่าทำมาขนาดนี้ อยากสู้ให้มันสุด ไหน ๆเราก็เลือกแล้ว ผมว่ามันคือสิ่งที่เราชอบ แต่ตอนทำอาจจะยังไม่ได้มีความสุข

ตี๋ตี๋ วันพิชิต : แต่ตี๋ว่าทุกวันนี้มันเปลี่ยนไปเยอะมาก เพราะว่าด้วยสังคมเมื่อก่อนเขาอยู่กับการแข่งขันมาตลอด แต่ว่าทุกวันนี้มันอยู่ที่ความพยายามของเขาล้วน ๆ เลยมากกว่า วันแรกที่เจอจะนิ่ง ๆ แต่เรารู้สึกว่าเขาน่าแกล้งตัวขาว ๆ ใส่เสื้อเชิ้ตมา หน้าสดเลย เขาเป็นคนที่มาจากบอยแบรนด์ด้วย ก็เลยรู้สึกว่าน่าเข้าไปทำความรู้จัก น่าไปแกล้ง

อยากแกล้งตั้งแต่วันแรกที่เจอ ?

ตี๋ตี๋ วันพิชิต : แค่อยากแกล้งเฉย ๆ

ป๋อ ศุภการ : เขาชอบแกล้งคนอื่น เอาจริง

ตี๋ตี๋ วันพิชิต : จริง ๆ ชอบแกล้งคนอื่นแต่ว่าเป็นคนที่เราอยากอยากคุยด้วยไม่เป็นกับทุกคนที่ครั้งแรกเราจะแกล้งเลย เขาก็งง ๆ จะมีท่าประจำที่ดึงหัวดึงผม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...