การบินไทย Q1 กำไร 10,093 ล้านบาท โต 2.8% กางแผนรับมือวิกฤติพลังงาน
การบินไทย ไตรมาส 1/69 กำไร 10,093 ล้านบาท โต 2.8% ต้นทุนน้ำมันและค่าใช้จ่ายดำเนินงานลดลง บุ๊กรายได้พิเศษ รายได้รวมหด 1.2% เหลือ 51,029 ล้านบาท ปริมาณเที่ยวบิน ขนส่งผู้โดยสารชะลอ เปิด 6 แผนรับมือสงครามตะวันออกกลาง วิกฤติพลังงาน
วันที่ 14 พ.ค.2569 บมจ.การบินไทย (THAI) ประกาศผลการดำเนินงานไตรมาส 1 ปี 2569 มีกำไรสุทธิ 10,107 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.7% จากปีก่อน
โดยเป็นกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่ 10,093 ล้านบาท คิดเป็นกำไรต่อหุ้น 0.36 บาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ 0.35 บาท ขณะที่ EBITDA อยู่ที่ 17,548 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 819 ล้านบาท หรือ 4.9%
มีรายได้รวม (ไม่รวมรายการที่เกิดขึ้นครั้งเดียว) ทั้งสิ้น 51,029 ล้านบาท ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 596 ล้านบาท หรือ 1.2% สาเหตุหลักจากปริมาณการผลิตและปริมาณการขนส่งที่ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน
อย่างไรก็ตาม รายได้จากผู้โดยสารเฉลี่ยต่อหน่วย (รวมค่าธรรมเนียมชดเชยค่าน้ำมัน และค่าเบี้ยประกันภัย ไม่รวมค่าน้ำหนักส่วนเกิน) ยังสามารถรักษาระดับใกล้เคียงกับปีก่อน แม้ว่าจะได้รับผลกระทบจากการแข็งค่าของเงินบาท ซึ่งสะท้อนถึงประสิทธิภาพในการบริหารด้านราคาและโครงสร้างรายได้
มีค่าใช้จ่ายรวม (ไม่รวมรายการที่เกิดขึ้นครั้งเดียว) 37,282 ล้านบาท ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 1.8% จากค่าน้ำมันเครื่องบินลดลงตามปริมาณการผลิตที่ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน และการแข็งค่าของเงินบาท ถึงแม้ว่าราคาน้ำมันเฉลี่ยปรับเพิ่มขึ้นเล็กน้อย
รวมทั้งค่าใช้จ่ายในส่วนที่แปรผันตามปริมาณการผลิตและ/หรือปริมาณการขนส่ง จำนวนเที่ยวบิน และผู้โดยสารที่ลดลง ส่งผลให้บริษัทฯ มีกำไรจากการดำเนินงานก่อนต้นทุนทางการเงิน (ไม่รวมรายการที่เกิดขึ้นครั้งเดียว) 13,747 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.6% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และมีอัตรากำไรจากการดำเนินงาน (EBIT Margin) อยู่ที่ 26.9%
มีต้นทุนทางการเงิน จำนวน 2,987 ล้านบาท ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 494 ล้านบาท และมีรายการที่เกิดขึ้นครั้งเดียวสุทธิเป็นรายได้ 1,088 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักจากกำไรจากการยกเลิกสัญญาเช่าเครื่องบิน ผลกำไรจากการวัดมูลค่าตราสารอนุพันธ์ และผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศสุทธิ ส่งผลให้ไตรมาสที่ 1 ปี 2569 บริษัทฯ มีกำไรสุทธิ 10,107 ล้านบาท ในขณะที่ปีก่อนมีกำไรสุทธิ 9,839 ล้านบาท และมี EBITDA 17,548 ล้านบาท
ณ วันที่ 31 มีนาคม 2569 บริษัทมีเครื่องบินที่ใช้ทำการบินทั้งสิ้น 80 ลำ มีอัตราการใช้ประโยชน์ของเครื่องบินเฉลี่ย 13.8 ชั่วโมงต่อลำต่อวัน และขนส่งผู้โดยสารรวมทั้งสิ้น 4.18 ล้านคน
มีปริมาณการผลิตด้านผู้โดยสาร (ASK) เท่ากับ 17,389 ล้านที่นั่ง-กิโลเมตร ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 1.9% ปริมาณการขนส่งผู้โดยสาร (RPK) เท่ากับ 14,453 ล้านคน-กิโลเมตร ลดลง 2.2% ส่งผลให้อัตราส่วนการบรรทุกผู้โดยสาร (Cabin Factor) เฉลี่ย 83.1% ใกล้เคียงกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่อยู่ที่ 83.3%
ณ วันที่ 31 มีนาคม 2569 บริษัทมีสินทรัพย์รวมจำนวน 324,542 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2568 จำนวน 20,483 ล้านบาท หรือ 6.7%
มีหนี้สินรวมจำนวน 235,920 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2568 จำนวน 7,773 ล้านบาท หรือ 3.4% มีส่วนของผู้ถือหุ้นจำนวน 88,622 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2568 จำนวน 12,710 ล้านบาท หรือ 16.7%
มีเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดรวมสินทรัพย์ทางการเงินหมุนเวียนอื่น ณ วันที่ 31 มีนาคม 2569 รวมทั้งสิ้นจำนวน 132,320 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากการดำเนินกิจการ 8,760 ล้านบาท จาก ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2568
ในคำอธิบายงบการเงินของการบินไทยที่แจ้งตลาดหลักทรัพย์ฯ ระบุว่าจากความไม่แน่นอนของสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์และข้อพิพาทระหว่างประเทศ บริษัทฯ ได้ติดตามสถานการณ์ดังกล่าวอย่างใกล้ชิด และดำเนินมาตรการบริหารจัดการเชิงรุก เพื่อลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อผลการดำเนินงาน อาทิ
- การบริหารต้นทุนเชื้อเพลิง การทำประกันความเสี่ยงราคาน้ำมันตามนโยบายบริษัทฯ ปรับปรุงประสิทธิภาพการใช้น้ำมัน และติดตามแนวโน้มราคาน้ำมันอย่างสม่ำเสมอ เพื่อปรับแผนการดำเนินงานให้สอดคล้องกับสถานการณ์
- การบริหารเครื่อข่ายเส้นทางบิน โดยปรับแผนเส้นทางบินและความถี่เที่ยวบินให้เหมาะสมกับความ ต้องการเดินทางของผู้โดยสาร
- การบริหารรายได้โดยปรับราคาบัตรโดยสารให้สอดคล้องกับความต้องการเดินทางในแต่ละช่วงเวลา มุ่งเน้นตลาดที่มีศักยภาพสูง และมีความเสี่ยงต่ำมากขึ้น
- การควบคุมค่าใช้จ่ายอย่างเข้มงวด รวมถึงชะลอหรือระงับโครงการลงทุนที่ไม่เร่งด่วน
- การบริหารสภาพคล่อง โดยรักษาระดับเงินสดและสภาพคล่องให้อยู่ในระดับที่เพียงพอรองรับความไม่แน่นอน และบริหารเงินสดอย่างใกล้ชิด
- การติดตามสถานการณ์และบริหารเชิงรุก โดยติดตามสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์อย่างใกล้ชิดและประเมินผลกระทบอย่างต่อเนื่อง จัดทำ Stress Test และ Scenario Analysis เพื่อเตรียมความพร้อมในหลายกรณี เพื่อปรับแผนธุรกิจอย่างทันท่วงที