ผลวิจัยเมืองนอก เปิด 10 งานเสี่ยงโดน AI แทนที่สูง และ 10 อาชีพรายได้น่าห่วง
ผลวิจัยเผย 10 อาชีพเสี่ยงตกงานเพราะ AI และ 10 อาชีพที่ AI ยังแทนไม่ได้ แต่รายได้น้อย
เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) กำลังกลายเป็นตัวเปลี่ยนเกมของตลาดแรงงานโลกอย่างรวดเร็ว โดย New York Post รายงานอ้างอิงงานวิจัยจากมหาวิทยาลัยทัฟส์ (Tufts University) ระบุว่า มีแรงงานในสหรัฐอเมริกามากกว่า 9 ล้านตำแหน่ง ที่เสี่ยงถูก AI เข้ามาแทนที่ภายในช่วง 2-5 ปีข้างหน้า
รายงานดังกล่าวใช้ได้ดัชนีความเสี่ยงด้านงานจาก AI ในสหรัฐฯ หรือ American AI Jobs Risk Index เพื่อประเมินความเสี่ยงของอาชีพเกือบ 800 ตำแหน่ง พร้อมชี้ให้เห็นว่า งานที่ต้องใช้ทักษะด้านความคิด วิเคราะห์ และความรู้เฉพาะทาง กลับกลายเป็นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบมากขึ้น ซึ่งแตกต่างจากความเชื่อเดิมที่มองว่า AI จะมาแทนที่เฉพาะงานซ้ำๆ เท่านั้น
AI ไม่ได้แทนแค่งานง่าย แต่รุกงานทักษะสูง
บาสการ์ ชากราโวตี คณบดีฝ่ายธุรกิจระดับโลกจากมหาวิทยาลัยทัฟส์ ระบุว่า AI กำลังก้าวข้ามจากงานพื้นฐานไปสู่การทำงานเชิงวิเคราะห์และเชิงความคิด ซึ่งเป็นหัวใจของอาชีพรายได้สูงในปัจจุบัน
เขาชี้ว่า คนทำงานในอนาคตจำเป็นต้องมีทั้งความรู้เฉพาะด้าน ทักษะคิดเชิงวิพากษ์ และความเข้าใจการใช้ AI เพื่อเพิ่มศักยภาพการทำงาน หากไม่สามารถปรับตัวได้ อาจตกอยู่ในกลุ่มเสี่ยงถูกแทนที่
10 อาชีพเสี่ยงสูงสุด ถูก AI แทนที่
- นักออกแบบเว็บและอินเทอร์เฟซดิจิทัล
- นักพัฒนาเว็บไซต์
- สถาปนิกฐานข้อมูล
- โปรแกรมเมอร์คอมพิวเตอร์
- นักวิทยาศาสตร์ข้อมูล
- ผู้เชี่ยวชาญด้านความเสี่ยงทางการเงิน
- นักรายงานศาลและผู้พิมพ์คำบรรยายสด
- นักวิเคราะห์ความปลอดภัยข้อมูล
- ผู้ดูแลฐานข้อมูล
- เจ้าหน้าที่เวชระเบียน
กลุ่มอาชีพเหล่านี้ล้วนมีจุดร่วมคือ การทำงานกับข้อมูล การวิเคราะห์ และการใช้ระบบดิจิทัล ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ AI สามารถเรียนรู้และพัฒนาได้อย่างรวดเร็ว
iStockphoto
อาชีพที่ AI ยังแทนไม่ได้ กลับเป็นงานรายได้น้อย
ในทางกลับกัน งานที่มีความเสี่ยงต่ำกลับเป็นงานใช้แรงงานหรือมีสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา เช่น งานก่อสร้าง งานเหมือง หรือแรงงานบริการ ซึ่ง AI ยังเข้าถึงได้ยาก
- คนงานติดตั้งหลังคา
- คนงานเหมือง
- พนักงานดูแลผู้ป่วย
- ช่างพ่นสีและควบคุมเครื่องจักร
- ช่างไฟเบอร์กลาส
- ผู้ช่วยศัลยแพทย์
- พนักงานควบคุมเครื่องจักรใต้ดิน
- ช่างหล่อและขึ้นรูปวัสดุ
- นักนวดบำบัด
- พนักงานโรงงานแปรรูปเนื้อสัตว์
รายงานระบุว่า งานลักษณะนี้มีโอกาสถูกแทนที่น้อยกว่า 1% และสะท้อนให้เห็นว่า งานที่เศรษฐกิจให้ค่าตอบแทนน้อย กลับเป็นงานที่ AI ยังไม่สามารถทดแทนได้ง่าย
นอกจากนี้ รายงานยังชี้ให้เห็นถึงมิติทางภูมิศาสตร์ โดยระบุว่าเมืองที่เป็นศูนย์กลางทางเทคโนโลยีและเมืองมหาวิทยาลัยจะเป็นพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุด ซึ่งแรงกดดันจากการถูกแย่งงานนี้อาจนำไปสู่ความขัดแย้งทางการเมืองระหว่างรัฐบาลท้องถิ่นที่พยายามออกกฎหมายควบคุม AI กับรัฐบาลกลางที่มีแนวทางแตกต่างออกไป
ทางรอดของแรงงานยุค AI
แม้แนวโน้มจะดูน่ากังวล แต่รายงานชี้ชัดว่า คนทำงานที่สามารถใช้ AI เป็นเครื่องมือเสริมศักยภาพ จะยังคงมีบทบาทในตลาดแรงงาน โดยเฉพาะผู้ที่พัฒนาทักษะใหม่อย่างต่อเนื่อง
การเรียนรู้การทำงานร่วมกับ AI มากกว่าการแข่งขันกับ AI อาจเป็นกุญแจสำคัญของการอยู่รอดในยุคที่เทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว