โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ดาวโจนส์ปิดร่วง 793 จุด เข้าสู่โซนปรับฐาน หลังวิกฤตตะวันออกกลางลากยาว

efinanceThai

เผยแพร่ 29 มี.ค. เวลา 23.16 น.

ดาวโจนส์ปิดร่วง 793 จุด เข้าสู่โซนปรับฐาน หลังวิกฤตตะวันออกกลางลากยาว

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -30 มี.ค. 69 6:16: น.

ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ร่วงแรงในวันศุกร์ (27 มี.ค.) โดยดัชนีทั้งสามปิดที่ระดับต่ำสุดในรอบกว่า 7 เดือน ขณะที่ดัชนีดาวโจนส์เข้าสู่ภาวะปรับฐาน เนื่องจากสงครามในตะวันออกกลางที่ยืดเยื้อมาหนึ่งเดือนยังคงกดดันความต้องการเข้าถือสินทรัพย์เสี่ยง

ดัชนีดาวโจนส์ปิดที่ 45,166.64 จุด ลดลง 793.47 จุด (-1.73%), ดัชนี S&P 500 ปิดที่ 6,368.85 จุด ลดลง 108.31 จุด (-1.67%) และดัชนีแนสแดค ปิดที่ 20,948.36 จุด ลดลง 459.72 จุด (-2.15%)

ดัชนีดาวโจนส์, S&P 500 และแนสแดคปรับตัวลดลงต่อเนื่องเป็นสัปดาห์ที่ 5 ซึ่งเป็นช่วงขาลงที่ยาวนานที่สุดในรอบเกือบ 4 ปี โดยดาวโจนส์ลดลงกว่า 10% จากระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์เมื่อวันที่ 10 ก.พ. บ่งชี้ว่า เข้าสู่โซนปรับฐานเรียบร้อยแล้ว ก่อนหน้านี้ดัชนีแนสแดคเข้าสู่การปรับฐานไปแล้ว ขณะที่ Russell 2000 ซึ่งเป็นดัชนีแรกที่ส่งสัญญาณนี้เข้าสู่การปรับฐานไปเมื่อสัปดาห์ก่อน

ดัชนี CBOE Volatility Indexซึ่งเป็นมาตรวัดความกลัวของวอลล์สตรีท เพิ่มขึ้น 3.61 จุด ปิดที่ 31.05 ซึ่งเป็นระดับปิดสูงสุดนับตั้งแต่วันที่ 21 เม.ย. 2025

ตลาดแทบไม่ตอบรับหลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์เผยว่า จะให้เวลาอิหร่านอีก 10 วันเพื่อเปิดช่องแคบฮอร์มุซ มิฉะนั้นจะต้องเผชิญกับการทำลายโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน หลังอิหร่านปฏิเสธข้อเสนอของสหรัฐฯ ในการยุติสงคราม

มาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ ระบุว่า สหรัฐฯ สามารถบรรลุเป้าหมายในอิหร่านได้โดยไม่จำเป็นต้องใช้กองกำลังภาคพื้นดิน และคาดว่า ปฏิบัติการจะสิ้นสุดภายในไม่กี่สัปดาห์ แม้จะมีการส่งกำลังเพิ่มเติมเข้าสู่ภูมิภาคในช่วงที่ผ่านมาก็ตาม

ราคาน้ำมันดิบสหรัฐปิดเพิ่มขึ้น 5.46% ที่ระดับ 99.64 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่น้ำมันดิบเบรนท์เพิ่มขึ้น 4.22% ปิดที่ 112.57 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล อย่างไรก็ตาม เมื่อเทียบรายสัปดาห์ ราคายังแทบไม่เปลี่ยนแปลง

การพุ่งขึ้นของราคาน้ำมัน รวมถึงสินค้าอื่น ๆ เช่น ปุ๋ย เนื่องจากผลของสงครามอิหร่าน ได้กระตุ้นความกังวลที่เงินเฟ้อจะขยับสูงขึ้น และลดความคาดหวังที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) และธนาคารกลางอื่น ๆ จะสามารถปรับลดอัตราดอกเบี้ยลง

นักลงทุนในตลาดการเงินคาดการณ์ว่า การปรับลดดอกเบี้ยของเฟดจะไม่เกิดขึ้นในปีนี้ จากเดิมก่อนเกิดความขัดแย้ง ตลาดคาดว่าจะมีการลดอัตราดอกเบี้ย 2 ครั้ง อีกทั้งยังประเมินว่ามีโอกาสประมาณ 25% ที่จะมีการปรับขึ้นดอกเบี้ยอย่างน้อย 0.25% ในการประชุมเดือนต.ค.

แอนนา พอลสัน ประธานเฟด สาขาฟิลาเดลเฟีย ยอมรับถึงความเสี่ยงต่อเศรษฐกิจจากสงคราม แต่ไม่ได้ระบุอย่างชัดเจนถึงผลกระทบต่อนโยบายการเงินในระยะสั้น

เคน โพลคารี หุ้นส่วนและหัวหน้านักกลยุทธ์ตลาดของ SlateStone Wealth กล่าวว่า ภาพรวมตลาดมีทิศทางลบอย่างชัดเจน และเข้าสู่ภาวะปรับฐานแล้ว แม้จะเป็นโอกาสการลงทุนในระยะยาว แต่ยังมีความเป็นไปได้ที่ตลาดจะปรับตัวลงต่ออีกประมาณ 15-20%

สำหรับข้อมูลเศรษฐกิจที่รายงานล่าสุด ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคจากมหาวิทยาลัยมิชิแกน เดือนมี.ค. ลดลงมาอยู่ที่ 53.3 ชะลอลงจากระดับ 56.6 ในเดือนก.พ. และต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะอยู่ที่ 54.0

ภาพรวมหุ้นรายตัว-รายอุตสาหกรรม

- หุ้นขนาดใหญ่กดดันดัชนี S&P 500 โดยเฉพาะหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี นำโดยหุ้น Nvidia ที่ลดลง 2.2% ขณะที่ Amazon ร่วงลง 4%

- หุ้นกลุ่มซอฟต์แวร์เผชิญแรงขายรอบใหม่ โดยดัชนีหุ้นซอฟต์แวร์และบริการของ S&P 500 ปิดที่ระดับต่ำสุดนับตั้งแต่วันที่ 6 พ.ย. 2023

- หุ้นกลุ่มสินค้าฟุ่มเฟือยร่วงลง 3.1% ปิดลบมากที่สุดในบรรดาหุ้น 11 กลุ่มที่คำนวณในดัชนี S&P 500 โดยได้รับแรงกดดันจากหุ้น Carnival ที่ร่วงลง 4.3% หลังปรับลดคาดการณ์กำไรทั้งปี ขณะที่หุ้น Norwegianร่วงลง 6.9%

ภาพรวมปริมาณการซื้อขาย

- ปริมาณการซื้อขายในตลาดหุ้นสหรัฐฯ อยู่ที่ 18,130 ล้านหุ้น ต่ำกว่าค่าเฉลี่ย 20,400 ล้านหุ้น ในช่วง 20 วันทำการที่ผ่านมา

- ตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์กมีจำนวนหุ้นลบมากกว่าหุ้นบวก ในสัดส่วน 3.38 ต่อ 1 หุ้น

- ตลาดหลักทรัพย์แนสแดคมีจำนวนหุ้นลบมากกว่าหุ้นบวก ในสัดส่วน 3.62 ต่อ 1 หุ้น

- ดัชนี S&P 500 มีหุ้นทำจุดสูงสุดใหม่ในรอบ 52 สัปดาห์ จำนวน 22 ตัว และจุดต่ำสุดใหม่ 27 ตัว ขณะที่ดัชนีแนสแดคมีหุ้นทำจุดสูงสุดใหม่ 25 ตัว และจุดต่ำสุดใหม่ 355 ตัว

ที่มา Reuters

รายงาน โดย Supak Hopuengju เรียบเรียง โดย Supak Hopuengju
อีเมล์. supak@efinancethai.com
ดูข่าวต้นฉบับ

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...