'พัฒนา' พร้อมรื้อระบบสปสช.-ไม่หวั่นงานเยอะแม้ไม่มีรมช.
‘พัฒนา’ พร้อมรื้อระบบสปสช.-ไม่หวั่นงานเยอะแม้ไม่มีรมช.
เมื่อวันที่ 30 เมษายน ที่ กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ภายการแถลงมอบนโยบาย พ.ศ.2569-2573 ว่า นโยบายรอบนี้แตกต่างจากรอบก่อน โดย “7 Plus 1” คือการน้อมนำพระราชดำริของทุกพระองค์มาสืบสานและต่อยอด ส่วนอีก 7 ข้อเป็นภาพรวมการดำเนินงานที่สำคัญ สิ่งที่แตกต่างหลักคือ เราจะให้น้ำหนักกับ การแก้ปัญหาเชิงโครงสร้าง มากขึ้น โดยอาจอยู่ในสัดส่วน 75:25 หรือ 80:20 ขณะที่อีก 20–25% เป็น “Quick Win” ที่สามารถดำเนินการได้ทันที ต่างจากรอบก่อนที่เน้น Quick Win เป็นหลัก
ผู้สื่อข่าวถามถึงนโยบาย “รักษาทุกที่” จะดำเนินการอย่างไร และงบประมาณจะเพียงพอหรือไม่ นายพัฒนา กล่าวว่า การดูแลประชาชนให้เข้าถึงบริการสุขภาพได้ทุกที่ เป็นภารกิจสำคัญของกระทรวงสาธารณสุขและรัฐบาล ยอมรับว่าระบบ บุคลากร และกระบวนการยังต้องปรับปรุงเพิ่มเติม เพื่อให้ทำได้จริง 100% แต่เราได้วางเป้าหมายไว้แล้ว เชื่อว่าในระยะเวลา 4 ปี จะเห็นผลเป็นรูปธรรม หนึ่งในเครื่องมือสำคัญคือ ระบบข้อมูลสุขภาพดิจิทัล (Personal Health Record) ที่จะช่วยให้แพทย์เข้าถึงข้อมูลผู้ป่วย เช่น ประวัติการรักษา โรคประจำตัว การแพ้ยา ทำให้วินิจฉัยได้เร็วขึ้น ลดความซ้ำซ้อน และช่วยประหยัดงบประมาณ
ถามต่อว่านโยบายนี้ครอบคลุมเฉพาะโรงพยาบาลรัฐ ในระบบปฐมภูมิหรือไม่ นายพัฒนา กล่าวว่า เบื้องต้นต้องทำให้สถานพยาบาลในสังกัดกระทรวงทำได้ก่อน แต่ในระยะยาว เราไม่อยากให้มีข้อยกเว้น เพียงแต่ต้องดำเนินการเป็นขั้นตอนตามความพร้อมของระบบ
ผู้สื่อข่าวถามถึงแผนปฏิรูปกองทุนสุขภาพ โดยเฉพาะสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) นายพัฒนา กล่าวว่า เรามองว่าทุกกองทุน รวมถึงกองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ยังมีพื้นที่ให้ปรับปรุง ทั้งในด้าน ธรรมาภิบาล (Governance) และประสิทธิภาพการบริหาร เราต้องรับฟังเสียงจากสังคม และปรับโครงสร้างให้กระชับขึ้น เพื่อให้การตัดสินใจเร็วขึ้น และตอบสนองประชาชนได้ดีขึ้น ส่วนจะต้องรื้อระบบคณะกรรมการต่างๆ หรือไม่นั้น ตนเคารพวาระและบทบาทของคณะกรรมการทุกท่าน แต่ก็ยอมรับว่ามีบางส่วนที่สามารถปรับปรุงได้ สิ่งสำคัญคือทำอย่างไรให้ระบบบริหาร รวดเร็ว มีประสิทธิภาพ และทันต่อความคาดหวังของประชาชน ขณะเดียวกัน หากมีความจำเป็นก็สามารถแก้กฎหมายได้ แต่ไม่ใช่ทุกเรื่องต้องแก้กฎหมาย บางเรื่องสามารถปรับในระดับการบริหารได้ก่อน หลักการคือ กฎหมายใดที่ไม่ทันสมัยหรือไม่สอดคล้องกับสถานการณ์ ก็ต้องปรับให้เหมาะสม
ผู้สื่อข่าวถามถึงเนวคิดบังคับนักท่องเที่ยวทำประกันสุขภาพ มีความคืบหน้าอย่างไร นายพัฒนา กล่าวว่า การมีแนวคิดให้ นักท่องเที่ยวซื้อประกันสุขภาพแบบบังคับ (Mandatory) เพื่อป้องกันภาระค่าใช้จ่ายของประเทศ อัตราเบี้ยประกันจะไม่สูง และไม่เป็นภาระ แต่ช่วยสร้างความมั่นคงในการดูแลรักษาเมื่อเกิดเหตุเจ็บป่วย
ผู้สื่อข่าวถามต่อถึงปัญหาผู้ไม่มีสิทธิรักษาในพื้นที่ชายแดน เช่น รพ.อุ้มผาง จะมีทางออกอย่างไร นายพัฒนา กล่าวว่า อย่าง รพ.อุ้มผาง เป็นปัญหาที่ซับซ้อนเกี่ยวข้องกับสถานะบุคคล เช่น ผู้รอพิสูจน์สัญชาติ ระยะสั้นต้องบริหารงบประมาณให้เพียงพอ โดยเฉพาะพื้นที่ชายแดน ส่วนระยะยาวต้องประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อให้บุคคลเข้าสู่ระบบสิทธิรักษา
ผู้สื่อข่าวว่ามีแนวคิดตั้งกองทุนรองรับภาระสุขภาพข้ามชาติหรือไม่ นายพัฒนา กล่าวว่า ประเทศไทยมีระบบสาธารณสุขที่เข้มแข็ง เราสามารถใช้จุดแข็งนี้ในการเจรจากับนานาชาติ เพื่อขอการสนับสนุนงบประมาณจากองค์กรระหว่างประเทศได้
เมื่อถามว่าด้วยภาระงานที่เยอะ การทำงานโดยไม่มีรัฐมนตรีช่วย มีผลกระทบหรือไม่ นายพัฒนา กล่าวว่า ไม่เป็นปัญหา เรามีทีมผู้บริหารและบุคลากรทางการแพทย์ที่เข้มแข็ง พร้อมขับเคลื่อนงาน บทบาทของรัฐมนตรีคือเป็น “หัวหมู่ทะลวงฟัน” เปิดทางแก้ปัญหาให้ระบบเดินหน้าได้
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ‘พัฒนา’ พร้อมรื้อระบบสปสช.-ไม่หวั่นงานเยอะแม้ไม่มีรมช.
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th