โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

เมียหลวงช็อก! หอบทะเบียนสมรสร้องสื่อ ผัวพากิ๊กนอนทับที่ในบ้าน

Amarin TV

อัพเดต 21 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 21 ชั่วโมงที่ผ่านมา
เมียหลวงช็อก! หอบทะเบียนสมรสร้องสื่อ ผัวพากิ๊กนอนทับที่ในบ้าน หลักฐานคาตา แม่ผัวยังให้ท้าย

เมียหลวงช็อก! หอบทะเบียนสมรสร้องสื่อ ผัวพากิ๊กนอนทับที่ในบ้าน หลักฐานคาตา แม่ผัวยังให้ท้าย

เมื่อช่วงสายของวันที่ 30 เมษายน 2569 ทางด้านนางนัน (สงวนนามสกุล) ได้นำใบทะเบียนสมรสพร้อมกับคลิปวิดีโอขณะที่สามีอยู่กับกิ๊ก และคลิปวิดีโอที่ทางกิ๊กสาวแอบเดินมาหาร่วมหลับกับสามีที่บ้านพัก หรือคลิปวิดีโอที่กิ๊กสาวนอนอยู่ภายในที่นอนในบ้านพักของตัวเอง

โดยทางด้านคุณนัน เผยกับผู้สื่อข่าวว่าได้แต่งงานกับทางด้านสามีพร้อมทั้งจดทะเบียนสมรสจากนั้นก็มีลูกด้วยกัน 2 คน เป็นลูกชายวัย 9 ขวบและลูกชายวัย 2 ขวบ 8 เดือน หลังจากที่มีลูกด้วยกัน 2 คน ก็คุยกันทางด้านสามีว่าจะมาซื้อบ้านอยู่ จากนั้นก็ได้มาซื้อบ้านอยู่ ซึ่งเป็นบ้านหลังที่เกิดเหตุ จากนั้นก็มีปัญหาทะเลาะกันบ้างในเรื่องของค่าใช้จ่าย เนื่องจากว่าทางตนไม่ได้ทำงานเป็นแค่แม่บ้านและเลี้ยงลูก ช่วงก่อนที่จะเกิดเรื่อง ตนมีธุระที่จะต้องกลับไปทำที่ต่างจังหวัด ประมาณเกือบเดือน ซึ่งก็มีเพื่อนบ้านหลายคนโทรไปถามตนลักษณะเดียวกันว่าเลิกกับสามีแล้วเหรอ ซึ่งตนก็ตอบว่ายังรักกันดียังไม่ได้เลิก ลูกคนโตอยู่กับสามี ส่วนลูกคนเล็กตนพามาทำธุระด้วย

โดยทางเพื่อนบ้านก็ยังพูดว่าให้กลับมาดูลูกด้วยสงสารลูก ซึ่งก็ทำให้ตนรู้สึกเอะใจ โดยก่อนหน้านั้นทางแฟนของตนได้โทรมาหา แต่ตนก็ได้บอกพ่อและแม่ของตนว่าไม่ให้รับโทรศัพท์ จากนั้นตนก็พาลูกแอบกลับมาที่บ้าน ก็ปรากฏว่าเห็นแค่ลูกนอนอยู่ที่บ้านคนเดียว ส่วนตัวแฟนนั้นหาไม่เจอ ด้วยความสงสัยจึงเดินไปที่บ้านของผู้หญิงคนดังกล่าว ก็ไปเจอรองเท้าสามีวางไว้อยู่บริเวณหน้าบ้านของผู้หญิงคนนั้น ตนจึงตัดสินใจเคาะประตูหน้าต่างห้องนอน จากนั้นจึงได้ยินเสียงเปิดประตูห้องออกมาแล้วก็เห็นสามีของตนเปิดประตูหน้าบ้านออกมา หลังจากนั้นตนก็โวยวาย และเรียกให้ผู้หญิงที่อยู่ในบ้านออกมาคุยกัน ทางด้านแฟนตนให้ตนเงียบๆและกลับไปคุยกับที่บ้าน จากนั้นทางผู้หญิงและแฟนของตนก็มาพูดคุยตกลงกันที่บ้านของตนว่าให้ทั้งสองคนเลิกคบหากัน ซึ่งทางด้านแฟนตนและผู้หญิงคนนั้นก็ยินยอมรับปากว่าจะเลิกคบกัน

แต่หลังจากนั้นทางด้านแฟนตนก็ยังมีการแอบโทรศัพท์และแชตคุยกันกับผู้หญิงคนนั้นอยู่ ตนก็ให้แฟนเรียกผู้หญิงคนนั้นมาคุยตกลงกันอีกครั้ง โดยตนบอกว่าหากยังไม่เลิกคบกันตนจะฟ้อง ซึ่งทางผู้หญิงคนนั้นก็เถียงตนกลับมาว่าอยากจะฟ้องก็ฟ้องไปเลย แต่ถ้าหากไม่เลิกไม่หย่ากัน ทางผู้หญิงคนนั้นจะฟ้องกลับ และตนก็บอกผู้หญิงคนนั้นว่าให้กลับบ้านไปก่อน แต่ผู้หญิงคนนั้นเขาไม่ยอมกลับจะพาแฟนของตนกลับไปบ้านด้วยให้ได้ จนแฟนตนต้องบอกให้ผู้หญิงคนนั้นกลับบ้านไปก่อน เขาถึงยอมกลับ

จากนั้นตนก็คุยกันทางด้านแฟนว่าจะเอายังไงกัน เพราะตนยังหวังว่าอยากจะอยู่กับแฟนยังอยากจะอยู่กันแบบครอบครัว เพราะว่าตนก็มีลูกด้วยกันแล้ว 2 คน บ้านก็ร่วมสร้างร่วมซื้อด้วยกัน ซึ่งทางแฟนตนบอกว่าจะเลือกทางตน เลือกครอบครัว ซึ่งตอนเช้าทางแฟนของตนก็โทรไปบอกกับทางผู้หญิงคนนั้นว่าทางแฟนจะเลิกยุ่งกับผู้หญิงคนนั้น โดยทางผู้หญิงคนนั้นก็ตอบกลับมาว่า โอเค

แต่พอหลังจากนั้นช่วงประมาณต้นเดือนมีนาคมที่ผ่านมา แฟนของตนเริ่มมีอาการป่วย ทางแม่ย่าและพ่อปู่มาที่บ้าน ตนก็ทำกับข้าวให้ทาน พอรุ่งเช้าทางสามีเก็บเสื้อผ้าใส่กระเป๋า ซึ่งตนก็ไม่รู้ว่าเขาจะไปไหน โดยทางด้านแฟนของตนบอกว่าแม่จะไปรักษาตัวและสะเดาะเคราะห์ ที่จังหวัดมหาสารคาม โดยตนก็จะพาลูกชายทั้งสองไปด้วย แต่ทางแม่ย่าไม่ยินยอมให้ไป และยังพูดว่าไม่ไว้ใจแม่ย่าเหรอ ตนจึงยอมให้ทางแฟนพร้อมพ่อปู่แม่ย่าไป แต่ในใจของตนก็สงสัยและรู้สึกทะแม่งๆ

จากนั้นตนจึงได้เปิดดูไทม์ไลน์โทรศัพท์ของสามีที่แชร์มาในโทรศัพท์ของตน ปรากฏว่ารถของแฟนตนที่ไปนั้นได้มีการแวะเข้าไปภายในหมู่บ้านแห่งหนึ่ง ตนจึงได้ video call ไปหาแฟนหลายสาย แต่ทางแฟนไม่รับ

จนกระทั่งแฟนรับ ตนจึงถามว่าถึงไหนกันแล้ว โดยทางแฟนของตนมีลักษณะสายตาล่อกแล่กไม่มีความสุข ปกติหากรับโทรศัพท์มักจะยิ้มและถามหาลูกตลอด ตนจึงบอกแฟนว่าขอดูเบาะหลังหน่อย โดยทางแฟนของตนก็ทำลักษณะให้ดูแค่แป๊บเดียว แต่ไม่ให้ดูอีกฝั่งหนึ่งของรถ ซึ่งบริเวณเบาะหลังมีแม่ย่าของตนนั่งอยู่ และทางแม่ย่าก็บ่นด่าตนว่าจะอะไรนักหนาเดี๋ยวจะให้พ่อปู่ด่าตน แล้วก็บอกให้ทางแฟนของตนวางสาย ทางแฟนของตนก็วางสายไป ซึ่งก่อนที่จะวางสาย ตนก็บอกให้แฟนแพลนโทรศัพท์ไปฝั่งคนขับ แต่ทางแฟนของตนก็ไม่ยอม และในขณะนั้นทางแม่ย่าของตนก็ตะโกนด่าตนมาตลอดเวลา จนกระทั่งแฟนผมตนวางสายไป ซึ่งลักษณะดังกล่าวยิ่งทำให้ตนเริ่มสงสัยมากขึ้น

จนกระทั่งตนเปิดดูไทม์ไลน์โทรศัพท์ของแฟนตนอีกครั้ง ก็พบว่าเส้นทางที่แฟนตนจะไปทำการรักษานั้นไม่ได้ไป กลับเลี้ยวรถไปอีกเส้นทางหนึ่ง โดยพบว่ารถได้ไปจอดอยู่ที่ห้างแห่งหนึ่ง ซึ่งใกล้กับบ้านเกิดของทางผู้หญิงคนนั้น จากนั้นตนก็โทรศัพท์ไป เนื่องจากว่าแฟนของตนปิดเน็ต แต่ทางแฟนของตนไม่ได้รับ จนกระทั่งแฟนของตนโทรกลับมา ตนก็ได้ยินเสียงผู้หญิงคนนั้นอยู่ข้างๆ โดยแฟนของตนทำตาล่อกแล่ก เหมือนจะบอกผู้หญิงคนนั้นว่าคุยโทรศัพท์อยู่

จนพอที่จะเริ่มมั่นใจแล้ว ตนจึงตัดสินใจว่าจะพาลูกไปตามแฟน ในระหว่างที่จะไปตามนั้น ตนก็พยายามโทรหาแฟนแต่แฟนก็ปิดเน็ตจึงไม่สามารถที่จะเช็กไทม์ไลน์ได้ ซึ่งตอนที่เขาปิดเน็ตนั้น ตนคิดว่าทางแฟนของตนน่าจะอยู่ที่บ้านของผู้หญิงคนนั้น

จนกระทั่งแฟนของตนเปิดเน็ตก็พบว่าไทม์ไลน์ปรากฏอยู่ที่วัดแห่งหนึ่งแถบๆสารคาม และตนก็โทร video call ไป แฟนของตนก็แพลนกล้องให้ตนดูว่าอยู่ที่วัดและบอกตนว่าจะนอนอยู่ที่วัด เพื่อรักษาตัวและแก้เคล็ดสะเดาะเคราะห์

ตนก็ตัดสินใจว่าจะไป โดยบอกลูกว่าจะพาไปเที่ยว โดยปักหมุดเดินทางไปที่วัดที่แฟนของตนไปรักษาตัว พอขับรถไปถึงก็ไม่พบแฟน จึงได้สอบถามชาวบ้านที่อยู่ในวัดเขาก็บอกว่ามาจริง แต่กลับไปนานแล้ว มากันหลายคนมีผู้หญิงหน้าตาดีพอสมควร ผู้ชายเดินขากะเผลกขาไม่ดีมีไม้ค้ำ มีคนแก่มาด้วย

จากนั้นตนจึงตัดสินใจตามไปบ้านผู้หญิงคนนั้น โดยออกจากวัดประมาณ 6 โมงกว่าๆ โดยซื้อข้าวซื้ออะไรให้ลูกกินในรถ บวกด้วยความเป็นห่วงแฟนเนื่องจากเขาไม่สบาย ก็อยากจะไปดูแล และบวกกับความสงสัย พอขับรถไปถึงหมู่บ้านของผู้หญิงคนนั้นประมาณทุ่มกว่าๆ ตนก็ไปจอดถามชาวบ้านที่อยู่ภายในหมู่บ้าน โดยบอกชื่อนามสกุลไปเขาก็บอกว่ามีนามสกุลนี้แต่เขาไม่ได้อยู่นะ จากนั้นชาวบ้านก็ได้พูดขึ้นมาเองว่าไม่ใช่ไปเอาผัวเขามาอีกแล้วเหรอ ตนจึงบอกเขาไปว่าตนมาถามหาแฟนกลับบ้าน ชาวบ้านก็บอกว่าให้ไปตามเส้นทางนั้น โดยในใจของตนก็ไม่อยากจะให้เป็นจริงอย่างที่ชาวบ้านเขาพูด

พอไปถึงบ้านก็พบว่าอยู่กันทุกคน ไม่ว่าจะเป็นพ่อปู่แม่ย่า แฟนของตนที่นั่งอยู่ข้างผู้หญิงคนนั้น ตนทั้งรู้สึกตกใจและโมโห ตนก็พูดขึ้นมาว่าทำไมทุกคนรวมหัวโกหกตนแบบนี้ พร้อมทั้งจับโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายคลิป ซึ่งในขณะที่ถ่ายคลิปอยู่นั้นทางแม่ย่าของตนก็มีการดุด่าตนตลอดเวลา และลุกขึ้นมาลักษณะที่จะตบปากตน ทั้งแฟนตนก็ยอมรับว่าผู้หญิงคนนั้นเป็นเมียของเขาอีกคนนึงที่จะต้องดูแล

ซึ่งตอนนั้นตนก็ถามทางแม่ย่าและทางแฟนว่าไม่สงสารตนบ้างเหรอ ไม่สงสารลูกบ้างเหรอ ตนก็เป็นผู้หญิงคนนึง จากนั้นทางแม่ของฝั่งผู้หญิงได้ถือมีดออกมาลักษณะที่จะทำร้ายตน ทางพ่อจึงให้ทางผู้หญิงคนนั้นมาดึงมีดออกจากทางแม่ของผู้หญิง ซึ่งช่วงนั้นตนไม่ได้บันทึกคลิปไว้ หลังจากนั้นตนจึงได้ถามแฟนตนว่าจะกลับพร้อมกับตนไหม แต่ทางแฟนของตนตอบกลับมาว่า ไม่กลับจะเลือกทางนี้แล้ว ชึ่งตอนนั้นลุูกคนเล็กของตนก็ร้องตลอด ตนจึงถามแฟนของตนอีกรอบว่าจะกลับพร้อมตนไหม แฟนของตนก็ตอบกลับมาว่า ไม่กลับยังไงก็ไม่กลับ

ตนจึงตัดสินใจพาลูกทั้งสองกลับ โดยลูกคนโตหลังจากที่เห็นเหตุการณ์ก็ร้องไห้ พร้อมกับพูดกับตนว่า ผู้หญิงแก่ๆคนนั้นจะมาเข้ามาทำร้ายแม่นะแม่ จากนั้นตนจึงพาลูกไปตั้งหลักที่บ้านต่างจังหวัด ซึ่งหลังจากนั้นทางแฟนของตนก็ไม่เคยโทรมาสอบถามสารทุกข์สุขดิบเกี่ยวกับตนและลูกเลย

จากนั้นก็มีการพูดคุยกับทางสามีว่าให้ตนมาเก็บข้าวของออกจากบ้าน หากจะมาวันไหนให้บอกล่วงหน้า แต่ตนไม่ได้บอก เดินทางมาพร้อมกับแม่และญาติๆช่วงค่ำของวันที่ 28 มาถึงบ้านที่อำเภอศรีมหาโพธิตอนตี 5 ของวันที่ 29 เมษายนที่ผ่านมา พอมาถึงบ้านประตูก็ล็อก แต่ตนก็สามารถเข้าไปในบ้านได้ สักพักทางแฟนของตนก็เปิดประตูออกมาถามตัวว่าอะไร โดยตอนนั้นตนไม่คิดว่าทางผู้หญิงคนนั้นจะมานอนที่บ้านของตน พอแฟนของตนไปเข้าห้องน้ำตนจึงเปิดประตูห้องนอนและเปิดไฟก็พบว่าผู้หญิงคนนั้นนอนในห้องนอน โดยพยายามเอาผ้าห่มคลุมหัวไว้ ตนก็ดึงผ้าห่มออกมา ก็ถามว่าทำไมไม่นอนที่บ้านตัวเอง ผู้หญิงคนนั้นก็ไม่ตอบโต้อะไรได้แต่นั่งอยู่ในที่นอน

สุดท้ายตนอยากจะวิงวอนทนายมาช่วยเหลือตน เพราะตนไม่มีรายได้ไม่มีเงิน ไม่รู้ว่าจะต้องใช้ค่าใช้จ่ายเท่าไหร่ ตนเป็นเพียงแม่บ้าน มีหน้าที่เลี้ยงลูกดูแลบ้าน เงินทุกบาททุกสตางค์สามีของตนเป็นตนดูแลหมด ตอนนี้สามีตนมีคนใหม่ เขาผลักไสไล่ส่งตนพร้อมกับลูก จึงอยากจะวอนสื่อวอนพี่ทนายเข้ามาช่วยให้ความเป็นธรรมตนด้วย ที่ผ่านมาแฟนของตนทำอะไรตนไว้บ้างทั้งพ่อแม่ของเขารู้เห็นเป็นใจกันทั้งหมด ไม่เคยเห็นตนและหลานๆในสายตาของพวกเขาเลย วอนอยากให้ท่านท่านช่วยตนหน่อย อย่างน้อยๆตนก็อยากจะทวงสิทธิ์ที่ตนมีตามกฎหมาย ที่ตอนนี้ก็คือใบจดทะเบียนสมรสตามกฎหมาย ตนมีสิทธิ์เรียกร้องอะไรได้บ้าง ที่ผ่านมา 10-11 ปี ไม่มีความหมายเลยเหรอ ลูกก็มีด้วยกัน 2 คนแล้ว สุดท้ายเจอผู้หญิงคนใหม่จะทิ้งให้ตนไปแบบนี้เลยเหรอ

ทั้งนี้ทางคุณนัน บอกว่า แฟนของตนทำงานที่บริษัทแห่งหนึ่ง ซึ่งเป็นบริษัทยานยนต์ชื่อดังภายในนิคมอุตสาหกรรมโรจนะ ปราจีนบุรี ส่วนกิ๊กสาว ทำงานที่โรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่งริมถนน 304 พื้นที่อำเภอศรีมหาโพธิ จังหวัดปราจีนบุรี

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...