โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เปลี่ยน “เรื่องหนักใจ” ให้เป็น “ตัวเบา” : เคล็ดลับจูนระบบเผาผลาญที่คนอยากผอมควรรู้

The Better

อัพเดต 16 มี.ค. เวลา 01.30 น. • เผยแพร่ 16 มี.ค. เวลา 00.25 น. • THE BETTER
บทความ นพ.กรณ์ ปองจิตธรรม

วันนี้จะขอเปลี่ยนเรื่องหนักหนักที่เขียนเป็นประจำเป็นเรื่องเบาๆ แต่เกี่ยวกับความหนักนะครับ

!!!ทำไมพยายามลดน้ำหนักแทบตาย แต่ผลลัพธ์กลับนิ่งสนิทจนน่าหนักใจ? ปัญหานี้มักไม่ใช่เพราะพยายามไม่พอ แต่เป็นเพราะยังไม่เข้าใจ "กลไกความหนัก" ของร่างกายตัวเอง การถอดรหัสความลับที่จะเปลี่ยนจากเรื่องหนักๆ ให้กลายเป็นเรื่องเบาๆ มีหัวใจสำคัญที่ต้องทำความเข้าใจดังนี้

1. หนักแคลอรี่: บริหารงบพลังงานให้เป็น

ก้าวแรกที่พลาดกันบ่อยคือการคำนวณพลังงานที่ร่างกายต้องการไม่เป็น การรู้จักค่า TDEE (Total Daily Energy Expenditure) หรือพลังงานทั้งหมดที่ร่างกายใช้ใน 1 วัน จะทำให้เราวางแผนการกินได้อย่างแม่นยำเหมือนการบริหารงบประมาณ

*** ขั้นตอนคำนวณ TDEE (วิธีมาตรฐาน)

Step 1 : หา BMR ก่อน

สูตรที่แม่นและนิยมที่สุดคือ
Mifflin-St Jeor Equation

ผู้ชาย BMR = (10 × น้ำหนัก kg) + (6.25 × ส่วนสูง cm) − (5 × อายุ) + 5

ผู้หญิง BMR = (10 × น้ำหนัก kg) + (6.25 × ส่วนสูง cm) − (5 × อายุ) − 161

ความหมาย

• น้ำหนัก → ยิ่งมาก ใช้พลังงานพื้นฐานมาก

• ส่วนสูง → ตัวใหญ่ขึ้น เผาผลาญเพิ่ม

• อายุ → อายุมาก metabolism ลดลง

Step 2 : เอา BMR ไปคูณ Activity Factor

นี่คือการแปลงจาก “พลังงานพื้นฐาน” เป็น “พลังงานใช้จริงทั้งวัน” ตามระดับกิจกรรม:

* นั่งทำงาน ไม่ค่อยขยับ: คูณ 1.2

* ออกกำลังกายเบา 1–3 วัน/สัปดาห์: คูณ 1.375

* ออกกำลังกายปานกลาง 3–5 วัน/สัปดาห์: คูณ 1.55

* ออกกำลังกายหนัก 6–7 วัน/สัปดาห์: คูณ 1.725

* นักกีฬา/งานใช้แรงมาก: คูณ 1.9

สูตรสุดท้าย: TDEE = BMR times text{Activity Factor}

เครื่องมือช่วยคำนวณ (App แนะนำ):

* TDEE Calculator: สำหรับคำนวณงบพลังงานโดยไม่ต้องกดเครื่องคิดเลขเอง

* MyFitnessPal หรือ FatSecret: สำหรับบันทึกอาหารไทยเพื่อเช็กว่ากินเกินงบที่ตั้งไว้หรือไม่

2. หนักออกกำลังกาย: ยิ่งแรง ยิ่งเสี่ยง หรือ ยิ่งลด?

การออกกำลังกายที่ดีคือการรักษาอัตราการเต้นของหัวใจให้อยู่ใน Fat Burn Zone (60-70% ของ Max HR) เพื่อดึงไขมันสะสมออกมาใช้ได้มากที่สุด

* Max HR คืออะไร: คืออัตราการเต้นของหัวใจสูงสุดที่ร่างกายรับได้ใน 1 นาที คำนวณคือ 220 - text{อายุ}

* ⚠️ คำเตือน: การโหมออกกำลังกายที่แรงเกินไปจะกระตุ้นฮอร์โมนความเครียด ทำให้ร่างกายอักเสบเรื้อรัง ระบบภูมิคุ้มกันต่ำลง และเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคหลอดเลือดและหัวใจ

3. หนักการพักผ่อน: นอนน้อยคือศัตรูตัวฉกาจ

การนอนไม่พอส่งผลโดยตรงต่อฮอร์โมนความหิวและความอิ่ม นอกจากนี้ร่างกายจะหลั่ง Growth Hormone ออกมาช่วยเผาผลาญไขมันเฉพาะตอนที่หลับลึกเท่านั้น การอดนอนจึงเป็นการสั่งให้ร่างกายสะสมไขมันโดยไม่รู้ตัว

4. เทคนิคเบาแรงด้วย IF (Intermittent Fasting)

การทำ IF เช่น สูตร 16/8 (กิน 8 ชม. งด 16 ชม.) ช่วยให้ระดับอินซูลินในเลือดลดต่ำลงเป็นเวลานานพอที่ร่างกายจะเริ่มดึง "ไขมันเก่า" ออกมาใช้เป็นพลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

5. จูนเครื่องยนต์: รถตุ๊กตุ๊ก vs รถสปอร์ต

พันธุกรรมทำให้ระบบเผาผลาญแต่ละคนต่างกัน บางคนเผาผลาญไวเหมือนรถสปอร์ต บางคนประหยัดพลังงานเก่งเหมือนรถตุ๊กตุ๊ก

* วิธีแก้: เน้นการเล่นเวทเทรนนิ่งเพื่อเพิ่มมวลกล้ามเนื้อ เพราะกล้ามเนื้อคือเตาเผาพลังงานชั้นดี ยิ่งมีกล้ามเนื้อมาก เครื่องยนต์ตุ๊กตุ๊กก็จะค่อยๆ พัฒนาการเผาผลาญให้สูงขึ้นได้ในระยะยาว

สรุป: การลดน้ำหนักที่ยั่งยืนคือการสมดุลความหนักให้พอดี ทั้งการกินตามงบ TDEE การออกกำลังกายให้ถูกโซน และการพักผ่อนที่มีคุณภาพ เพื่อเปลี่ยนร่างให้ "เบาสบาย" อย่างยั่งยืน

Korn Pongjitdham, M.D.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...