โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

รู้จัก “เกาะคาร์ก” จุดยุทธศาสตร์น้ำมันของอิหร่านที่สหรัฐฯ เลี่ยงโจมตี

ฮั่วเซ่งเฮง

อัพเดต 16 มี.ค. เวลา 12.08 น. • เผยแพร่ 16 มี.ค. เวลา 11.58 น.

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐอเมริกา กล่าวเมื่อวันศุกร์ (13 มี.ค.) ว่า กองกำลังทหารของสหรัฐฯ ได้เปิดปฏิบัติการโจมตีอย่างหนักบนเกาะคาร์ก (Kharg Island) ซึ่งเป็นสถานีส่งออกน้ำมันหลักของอิหร่าน โดยแม้ว่ากองกำลังทหารของสหรัฐฯ เจตนาละเว้นการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำมันบนเกาะแห่งนี้ แต่ปธน.ทรัมป์เตือนว่า การแทรกแซงใด ๆ ต่อการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ไม่ว่าจะกระทำโดยอิหร่านหรือฝ่ายใดก็ตาม จะทำให้เขา "กลับมาพิจารณาเรื่องการโจมตีเกาะคาร์กในทันที" ซึ่งส่งสัญญาณว่า ยังมีความเป็นไปได้ที่รัฐบาลทรัมป์จะโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานบนเกาะคาร์กในอนาคต

สถานการณ์ที่คุมเชิงกันอยู่ในขณะนี้ได้ทำให้ความสนใจของทั่วโลกมุ่งเป้าไปที่เกาะคาร์ก ซึ่งเป็นยุทธศาสตร์ทางตอนเหนือของอ่าวเปอร์เซีย และเป็นจุดจัดการการส่งออกน้ำมันดิบส่วนใหญ่ของอิหร่าน โดยสำนักข่าวซินหัวได้นำเสนอข้อเท็จจริงสำคัญเกี่ยวกับเกาะคาร์ก และวัตถุประสงค์ที่ชัดเจนของสหรัฐฯ ในการโจมตีเกาะแห่งนี้

ทำไมเกาะคาร์กจึงมีความสำคัญ?

เกาะคาร์กตั้งอยู่ห่างจากชายฝั่งตะวันตกเฉียงเหนือของอ่าวเปอร์เซียของอิหร่านประมาณ 25 กิโลเมตร ตัวเกาะมีความยาวประมาณ 6 กิโลเมตร และกว้าง 3 กิโลเมตร บนเกาะประกอบด้วยถังเก็บน้ำมัน ท่อส่งน้ำมัน และท่าเทียบเรือน้ำลึกที่ช่วยให้เรือบรรทุกน้ำมันขนาดใหญ่ หรือ Supertankers สามารถบรรทุกน้ำมันดิบได้ ทำให้เกาะคาร์กกลายเป็นสถานที่ที่สามารถจัดการการส่งออกน้ำมันดิบของอิหร่านได้มากถึง 90% ในขณะที่พื้นที่ชายฝั่งส่วนใหญ่แห่งอื่น ๆ ของอิหร่านตื้นเกินไปสำหรับเรือบรรทุกน้ำมันขนาดใหญ่

เกาะคาร์กทำหน้าที่เป็นสถานีส่งออกน้ำมันหลักของอิหร่านมาตั้งแต่ทศวรรษ 1960 ซึ่งในเวลานั้น โครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานถูกสร้างขึ้นด้วยการมีส่วนร่วมของบริษัทน้ำมันสัญชาติอเมริกัน หลังจากนั้นอิหร่านได้ขยายและปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา กระทั่งในปัจจุบัน น้ำมันดิบที่ขนส่งจากเกาะคาร์กถือเป็นแหล่งรายได้หลักของรัฐบาลอิหร่าน

แม้จุดอ่อนของเกาะคาร์กคือการที่โครงสร้างพื้นฐานหลายอย่างถูกสร้างขึ้นอย่างหนาแน่นและไม่มีที่กำบัง ซึ่งทำให้เสี่ยงต่อการถูกโจมตี แต่การที่เกาะคาร์กมีมูลค่าทางยุทธศาสตร์มาอย่างยาวนาน ทำให้อิหร่านป้องกันเกาะนี้อย่างแน่นหนาและมีการติดตั้งฐานทัพทหารไว้บนเกาะแห่งนี้ ด้านโมฮัมหมัด บาเกอร์ กาลีบาฟ ประธานรัฐสภาอิหร่าน กล่าวเมื่อวันพฤหัสบดี (12 มี.ค.) ว่า การรุกรานเกาะต่าง ๆ ของอิหร่าน จะทำให้อิหร่านหมดความอดทนโดยสิ้นเชิง

ทำไมสหรัฐฯ จึงยกเว้นการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำมันบนเกาะคาร์ก?

ผู้สังเกตการณ์กล่าวว่า การที่สหรัฐฯ ตัดสินใจไม่โจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำมันบนเกาะคาร์ก อาจส่งสัญญาณถึงยุทธศาสตร์ที่กว้างขึ้นของสหรัฐฯ โดยสำนักข่าวฟาร์ส (Fars News Agency) ของอิหร่าน ยืนยันเมื่อวันเสาร์ (14 มี.ค.) ว่า การโจมตีของสหรัฐฯ พุ่งเป้าไปที่ฐานทัพ และโครงสร้างพื้นฐานสำหรับเฮลิคอปเตอร์ โดยไม่แตะต้องพื้นที่ที่เป็นโครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำมัน

นักวิเคราะห์ได้ให้เหตุผลที่เป็นไปได้หลายประการ ดังนี้

1. "หลีกเลี่ยงภาวะวิกฤตด้านพลังงาน" เนื่องจากการกระทำใด ๆ ที่ขัดขวางการส่งออกจากเกาะคาร์กอาจส่งผลให้ราคาน้ำมันโลกพุ่งสูงขึ้น ซึ่งจะยิ่งทำให้เงินเฟ้อสูงขึ้นและทำให้เศรษฐกิจทั่วโลกเผชิญความเสี่ยง และอาจทำให้ความเสียหายนั้นย้อนกลับมายังสหรัฐฯ เอง

2. "รักษาทรัพย์สินที่อาจเข้ายึด" นักวิเคราะห์ด้านพลังงานบางรายมองว่า สหรัฐฯ อาจต้องการรักษาโครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำมันของอิหร่านให้คงสภาพเดิม เผื่อว่าผู้นำอิหร่านชุดปัจจุบันถูกโค่นลง นอกจากนี้ สหรัฐฯ อาจมองทรัพย์สินด้านพลังงานของอิหร่านว่าเป็นรางวัลจากสงครามที่อาจได้รับ มากกว่าจะเป็นเป้าหมายทางทหาร

3. "จำกัดกระแสตีกลับภายในอิหร่าน" การโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของพลเรือนอาจกระตุ้นให้ประชาชนชาวอิหร่านหันมาสนับสนุนรัฐบาลของตนเองแทนที่จะทำให้อ่อนแอลง โดยรายงานข่าวจากสื่อสหรัฐฯ ระบุว่า สหรัฐฯ ได้ยับยั้งไม่ให้อิสราเอลทำการโจมตีคลังเก็บพลังงานของอิหร่านด้วยเหตุผลนี้เช่นกัน

4. "ลดการตอบโต้ภายในภูมิภาค" เจ้าหน้าที่อิหร่านเตือนว่า หากภาคพลังงานของอิหร่านถูกโจมตี ก็จะผลักดันให้อิหร่านโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำมันและก๊าซทั่วตะวันออกกลางที่มีความเชื่อมโยงกับสหรัฐฯ หรือชาติพันธมิตร

กองกำลังสหรัฐฯ จะยึดเกาะคาร์กหรือไม่?

สื่อบางแห่งของสหรัฐฯ รายงานว่า รัฐบาลสหรัฐฯ กำลังประเมินแนวทางต่าง ๆ ในการยึดเกาะคาร์ก แม้นักวิเคราะห์จะเน้นย้ำถึงความเสี่ยงของการกระทำดังกล่าวก็ตาม

ผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงกล่าวว่า การยึดเกาะคาร์กจะทำให้การส่งออกน้ำมันของอิหร่านเป็นอัมพาต และอาจทำให้สหรัฐฯ มีอำนาจต่อรองในการเจรจา อย่างไรก็ตาม เนื่องจากเกาะตั้งอยู่ใกล้ชายฝั่งอิหร่าน กองกำลังสหรัฐฯ ที่ยกพลขึ้นบกจึงอาจตกเป็นเป้าการโจมตีด้วยขีปนาวุธ โดรน และกองกำลังทางเรือของอิหร่าน ทำให้การโจมตีแบบยกพลขึ้นบกจากทะเลมีความเสี่ยงสูงกว่าการโจมตีทางอากาศอย่างมาก

เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ กล่าวว่า เรือยกพลขึ้นบก USS Tripoli ได้ถูกส่งไปยังตะวันออกกลางพร้อมกับหน่วยนาวิกโยธินเคลื่อนที่เร็วชุดที่ 31 ซึ่งโดยทั่วไปประกอบด้วยนาวิกโยธินประมาณ 2,200 นาย พร้อมด้วยอากาศยาน MV-22 Osprey, เฮลิคอปเตอร์ และเครื่องบินขับไล่ F-35 โดยเมื่อรวมกับหน่วยสนับสนุน อาจมีกำลังพลได้ถึงประมาณ 5,000 นาย

ด้านเจ้าหน้าที่เพนตากอนเปิดเผยกับสำนักข่าว Fox News ว่า การส่งกองกำลังครั้งนี้เป็นการขยายทางเลือกทางทหาร และหน่วยดังกล่าวพร้อมสำหรับปฏิบัติการภาคพื้นดินหากได้รับคำสั่ง

เจพีมอร์แกนเตือน วิกฤตราคาน้ำมันอาจรุนแรงขึ้น หากสหรัฐฯ ยึดเกาะคาร์ก

ธนาคารเจพีมอร์แกน (JP Morgan) เปิดเผยในรายงานเมื่อวันที่ 9 มี.ค.ว่า การส่งออกน้ำมันของอิหร่านจะหยุดชะงักและปริมาณการผลิตของประเทศจะลดลงครึ่งหนึ่ง หากสหรัฐฯ และอิสราเอลเข้ายึดท่าเรือบนเกาะคาร์ก ซึ่งสถานการณ์ดังกล่าวจะกระตุ้นให้อิหร่านตอบโต้ด้วยการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานน้ำมันในภูมิภาค

ข้อมูลของเจพีมอร์แกนระบุว่า ในช่วงไม่กี่วันก่อนที่สหรัฐฯ และอิสราเอลจะเปิดปฏิบัติการทางอากาศโจมตีอิหร่านในวันที่ 28 ก.พ.นั้น ทางการอิหร่านได้เร่งส่งออกน้ำมันจากเกาะคาร์กจนเกือบแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ โดยมีการบรรทุกน้ำมันมากกว่า 3 ล้านบาร์เรลต่อวันในช่วงวันที่ 15-20 ก.พ. ซึ่งคิดเป็นเกือบ 3 เท่าของอัตราการส่งออกปกติที่ประมาณ 1.3-1.6 ล้านบาร์เรลต่อวัน

ความจุในการจัดเก็บน้ำมันบนเกาะคาร์กคาดว่าอยู่ที่ประมาณ 30 ล้านบาร์เรล และจากข้อมูลของบริษัทที่ปรึกษาด้านพลังงาน Kpler ระบุว่า ปัจจุบันมีน้ำมันดิบสำรองอยู่บนเกาะแห่งนี้ประมาณ 18 ล้านบาร์เรล ซึ่งเทียบเท่ากับการส่งออกประมาณ 10-12 วันภายใต้สภาวะปกติ

อดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ ต่างก็หลีกเลี่ยงโจมตีเกาะคาร์ก

ในช่วงที่เกิดวิกฤตตัวประกันอิหร่านเมื่อปี 2522 จิมมี คาร์เตอร์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ในเวลานั้น ได้ประกาศคว่ำบาตรอิหร่าน แต่หลีกเลี่ยงการสั่งโจมตีเกาะคาร์ก กระทั่งโรนัลด์ เรแกน ได้สืบทอดตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ในช่วงที่เกิดสงครามเรือบรรทุกน้ำมันระหว่างอิหร่าน-อิรักในช่วงทศวรรษ 1980 ก็ได้ให้ความสำคัญกับการปกป้องการเดินเรือ โดยมุ่งเป้าเฉพาะเรือและฐานยิงขีปนาวุธของอิหร่าน แต่ไม่แตะต้องเกาะคาร์ก

ที่มา : สำนักข่าวอินโฟเควสท์
ภาพ : ABC News

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...