โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

เปิดงบแบงก์ใหญ่ Q1 ปี 69 “ใครรอด-ใครร่วง” เกมใหม่ยุคดอกเบี้ยขาลง เร่งดันรายได้มิใช่ดอกเบี้ย

Thairath Money

อัพเดต 21 เม.ย. เวลา 11.45 น. • เผยแพร่ 21 เม.ย. เวลา 10.44 น.
ภาพไฮไลต์

หุ้นธนาคารขนาดใหญ่ทยอยรายงานงบไตรมาส 1 ปี 2569 สะท้อนภาพรวมธุรกิจการเงินที่เจอแรงกดดันจากทิศทางดอกเบี้ยนโยบายขาลง รวมถึงหลายศูนย์วิจัยยังคาดว่าปีนี้ สินเชื่อในระบบแบงก์ไทยอาจติดลบเป็นปีที่ 3 ซึ่งปัจจัยเหล่านี้อาจกระทบรายได้ “ดอกเบี้ยสุทธิ” ของบางธนาคารให้ชะลอตัวลง

ท่ามกลางปัจจัยลบแต่ทำไมกำไรสุทธิของแบงก์ใหญ่เหล่านี้ยังเติบโต? มาเจาะลึกแหล่งรายได้ของแต่ละธนาคารขนาดใหญ่ในไทยกัน

KBANK กำไร 14,667 ล้านบาท โต 6.35%

ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KBANK รายการผลประกอบการต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยว่า ผลการดําเนินงานไตรมาส 1 ปี 2569 เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) มีกําไรสุทธิส่วนที่เป็นของธนาคารจํานวน 14,667 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.35%

แม้ว่าเครื่องยนต์ที่สร้างรายได้หลักอย่างรายได้ดอกเบี้ยสุทธิอยู่ที่ 31,957 ล้านบาท จะลดลง 9.79%YoY จากการปรับลดอัตราดอกเบี้ย และเงินให้สินเชื่อที่ลดลง 1.10%จากสิ้นปีก่อน แต่ส่วนที่ทำให้กำไรแบงก์ยังเติบโตมาจาก รายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ย ซึ่งอยู่ที่ 17,564 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 28.42%YoY มาจาก

  • รายได้จากธุรกิจ Wealth (บริหารความมั่งคั่ง) ให้ลูกค้า และค่านายหน้าจากการซื้อขายหลักทรัพย์ที่เติบโตในช่วงต้นปี
  • รายได้จากการลงทุนที่เกิดจากการทํากําไร ในภาวะตลาดที่เอื้ออํานวย
  • ผลการดําเนินงานการบริการประกันภัยที่ดีขึ้น

อย่างไรก็ตามในภาพรวม “กําไรสุทธิ” ไตรมาส 1 ปี 2569 นี้ยังยังไม่สะท้อนผลกระทบจากสถานการณ์ ความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่เกิดขึ้นช่วงปลายไตรมาสแรก และตามที่สถานการณ์มีแนวโน้มยืดเยื้อ เพิ่มความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ ส่งผลให้เกิดความเสี่ยงต่อผลการดําเนินงานในอนาคต

BAY กำไร 8,618 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14.4%

ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) หรือ BAY รายงานว่าในไตรมาส 1/2569 มีกําไรสุทธิจํานวน 8,618 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14.4%YoY มีปัจจัยหลักมาจากการเติบโตอย่างแข็งแกร่งของรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ และการขยายตัวอย่างต่อเนื่องของรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ย

ทั้งนี้ รายได้ดอกเบี้ยสุทธิอยู่ที่ 28,831 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14.3%YoY ส่วนหนึ่งมาจากการปรับโครงสร้างต้นทุนทางการเงิน ค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยลดลง รวมถึงมีผลดีจากการรวมพอร์ตสินเชื่อที่มีอัตราผลตอบแทนสูงของ TIDLOR ซึ่งช่วยลดผลกระทบจาก การลดอัตราดอกเบี้ย และเงินให้สินเชื่อของธนาคารที่ยังติดลบ 1.2% เมื่อเทียบกับสิ้นปีก่อน

ส่วนรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ย อยู่ที่ 14,024 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 18.4%YoY ปัจจัยหลักมาจากการเติบโตอย่างแข็งแกร่งของรายได้ค่าธรรมเนียม และบริการสุทธิจากทั้งการดําเนินงานตามปกติของธุรกิจและการรวมงบการเงินของ TIDLOR

SCB กำไร 10,195 ล้านบาท ลดลง 18.5%

บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) หรือ SCB ยานแม่ของธนาคารไทยพาณิชย์ ประกาศผลกําไรสุทธิประจําไตรมาส 1 ปี 2569 อยุ่ที่ 10,195 ล้านบาท ลดลง 18.5%YoY สาเหตุหลักเพราะรายได้ดอกเบี้ยสุทธิอยู่ที่ 26,781 ล้านบาท ลดลง 13.7%YoY

สาเหตุหลักก็เพราะ NIM หรือส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิที่ปรับลดลงพร้อมๆ กับการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายรวม 4 ครั้งในปี 2568 และอีก 1 ครั้งในเดือนกุมภาพันธ์ 2569 ขณะที่เงินให้สินเชื่อยังเติบโตที่ 3.4% จากสิ้นปีที่ผ่านมา มาจากการเติบโตของสินเชื่อธุรกิจขนาดใหญ่และสินเชื่อเคหะ

ขณะที่รายได้ค่าธรรมเนียมและอื่น ๆ มีจํานวน 11,962 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 17.7% YoY จากการขยายตัวของรายได้ค่าธรรมเนียมในทุกหมวดหลัก นําโดยธุรกิจการบริหารความมั่งคั่ง รายได้ค่าธรรมเนียมที่เกี่ยวข้องกับการให้สินเชื่อและธุรกรรมทางการ เงินที่เติบโตอย่างสม่ำเสมอ และรายได้ค่าธรรมเนียมอื่น ๆ ที่ได้รับแรงหนุนจากกิจกรรมที่เพิ่มขึ้นในธุรกิจวาณิชธนกิจและตลาดทุน

นอกจากนี้ รายได้จากการลงทุนและการค้ามีจํานวน 568 ล้านบาท ลดลง 66.5%YoY จากการลดลงของกําไรจากพอร์ต การลงทุนของธนาคารและของบริษัท เอสซีบี เท็นเอกซ์ จํากัด

KTB กำไร 12,437 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.2%

ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KTB รายงานว่าธนาคารมีกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของธนาคารเท่ากับ 12,437 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.2% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน สะท้อนประสิทธิภาพการดำเนินงานและการเติบโตอย่างมีคุณภาพ บริหารคุณภาพสินทรัพย์อย่างระมัดระวัง ท่ามกลางความท้าทายทางเศรษฐกิจทั้งในและต่างประเทศ

โดยสินเชื่อรวมขยายตัว 2.4% เทียบกับสิ้นปี 2568 จากสินเชื่อภาครัฐ ธุรกิจขนาดใหญ่ และรายย่อยเพื่อที่อยู่อาศัย รวมถึงการบริหารพอร์ตสินเชื่ออย่างรอบคอบสอดคล้องกับภาวะเศรษฐกิจ เพื่อรักษาสมดุลระหว่างความเสี่ยงและผลตอบแทน โดยธนาคารมีอัตราผลตอบแทนสุทธิต่อสินทรัพย์ที่ก่อให้เกิดรายได้ (NIM) เท่ากับ 2.48% ภายใต้แรงกดดันจากดอกเบี้ยขาลง และการลดดอกเบี้ยผ่านมาตรการเชิงป้องกันเพื่อช่วยเหลือ ลูกหนี้อย่างต่อเนื่อง

ขณะเดียวกันมุ่งเพิ่มสัดส่วนรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยเพื่อเสริมความยั่งยืนของรายได้ ทั้งนี้ รายได้ค่าธรรมเนียมเติบโต 13.9% โดยมีแรงสนับสนุนหลักจากธุรกิจ Wealth และมีการขยายตัวของธุรกิจตลาดเงินตลาดทุนตามภาวะตลาด

ซึ่งรวมถึงการรับรู้รายได้จากการปรับมูลค่ายุติธรรมสำหรับเงินลงทุน รายได้จากเงินปันผล การเพิ่มขึ้นของส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนตามวิธีส่วนได้เสีย อีกทั้งรายได้จากหนี้สูญรับคืนจากการบริหารจัดการ NPL และทรัพย์สินรอการขายซึ่งเป็น Recovery Engine ที่ธนาคารให้ความสำคัญ

BBL กำไร 10,994 ล้านบาท ลดลง 12.9%

ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BBL เปิดเผยว่า ธนาคารและบริษัทย่อยในไตรมาส 1 ปี 2569 มีกำไรสุทธิ 10,994 ล้านบาท ลดลง 12.9%YoY สาเหตุเพราะรายได้จากการดำเนินงานลดลง โดยรายได้ดอกเบี้ยสุทธิอยู่ที่ 27,976 ล้านบาทปรับลดลง 12.3%YoY ตามการปรับลดอัตราดอกเบี้ยของธนาคาร ส่งผลให้ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิหรือ NIM อยู่ที่ 2.49%

ขณะที่รายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยอยู่ที่ 12,832 ล้านบาท ลดลง 6.6%YoY ส่วนใหญ่จากกำไรสุทธิจากเงินลงทุนและค่าธรรมเนียมการอำนวยสินเชื่อ ขณะที่รายได้จากเงินปันผลและค่าธรรมเนียมที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจหลักทรัพย์เพิ่มขึ้น

นอกจากนี้ ไตรมาส 1 ปี 2569 ธนาคารพิจารณาตั้งผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นจำนวน 9,003 ล้านบาท ภายใต้หลักความระมัดระวังอย่างต่อเนื่องเพื่อรองรับความท้าทายทางเศรษฐกิจที่เพิ่มขึ้น ส่วนภาพรวมเงินให้สินเชื่ออยู่ที่ 2,661,368 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.0% จากสิ้นปีก่อน ส่วนใหญ่จากสินเชื่อลูกค้าธุรกิจรายใหญ่

อ่านข่าวหุ้น และการลงทุน กับ Thairath Money ได้ที่

https://www.thairath.co.th/money/investment

ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้

https://www.facebook.com/ThairathMoney

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เปิดงบแบงก์ใหญ่ Q1 ปี 69 “ใครรอด-ใครร่วง” เกมใหม่ยุคดอกเบี้ยขาลง เร่งดันรายได้มิใช่ดอกเบี้ย

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : www.thairath.co.th
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...