กู้เพื่อเปลี่ยนผ่าน
บทบรรณาธิการ
ในการประชุมคณะรัฐมนตรี เมื่อ 21 เม.ย.นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยสั่งการให้ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กับสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ศึกษารายละเอียดหากจะต้องมีการออก พ.ร.ก.กู้เงิน รวมถึงขยายเพดานหนี้สาธารณะ
รายงานข่าวเปิดเผยว่า นายเอกนิติแสดงความเห็นที่ประชุม ครม.ว่า หากจะดำเนินการออก พ.ร.ก.กู้เงินอยู่ในวิสัยที่สามารถดำเนินการได้ เนื่องจากขณะนี้เกิดวิกฤตโลกและวิกฤตพลังงานที่มีผลกระทบไปทั่วโลก อย่างไรก็ตามการที่นายกฯ สั่งการให้ศึกษาเรื่อง พ.ร.ก.กู้เงินนั้น ขณะนี้ยังไม่ได้มีการตัดสินใจว่าจะมีการกู้หรือไม่ แต่ถือเป็นการเตรียมการ หากเกิดวิกฤตจะสามารถดำเนินการได้ทันที
กระแสข่าวระบุว่า มีแนวคิดในการออก พ.ร.ก.กู้เงิน 5 แสนล้านบาท เป้าหมายเพื่อเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตน้ำมัน และเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน อันเป็นผลจากการสู้รบระหว่างสหรัฐอเมริกา อิสราเอล กับอิหร่าน ซึ่งทำให้เกิดวิกฤตการณ์พลังงานและผลกระทบทางเศรษฐกิจแพร่กระจายไปทั่วโลก
ซึ่ง นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ เคยระบุเป็นวิกฤตที่หนักกว่าครั้งการระบาดของโควิด -19และครั้งนี้อาจมีการขยายเพดานหนี้ จาก 70% เป็น 75%
เพื่อเปิดพื้นที่ทางการคลังรองรับการกู้เงิน ก่อนหน้านี้ในปี 2564 ขณะเกิดวิกฤตโควิด-19รัฐบาลพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ขยายเพดานหนี้สาธารณะจากไม่เกิน 60% ของจีดีพี เพิ่มเป็นไม่เกิน 70 ของ GDP เพื่อออก พ.ร.ก.กู้เงิน
ขณะที่ความเห็นทั่วไป มีนักวิชาการทักท้วงว่า การกู้เงินโดยปรับเพดานหนี้สาธารณะควรเป็นทางเลือกสุดท้ายเพราะอาจส่งผลกระทบต่อมุมมองการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ ซึ่งประเทศไทยถูกปรับลดอันดับในรอบที่ผ่านมา หากถูกปรับลดลงอีกอาจจะเป็นปัญหา
วิกฤตพลังงานที่เกิดขึ้นจากความขัดแย้งดังกล่าว กระทั่งบัดนี้สถานการณ์ยังผันผวนไม่มีข้อยุติหรือทางออกที่ชัดเจนมีผลต่อราคาพลังงาน ค่าไฟฟ้า วัตถุดิบในการผลิตสินค้าและราคาสินค้า ทำให้การครองชีพของประชาชนมีปัญหา ในระยะสั้นการประคับประคองกลุ่มเปราะบางเป็นเรื่องจำเป็นที่ต้องดำเนินการเร่งด่วน ขณะที่ในระยะยาวการเปลี่ยนผ่านทางด้านพลังงาน หรือ Energy Transformation จากสภาพที่พึ่งพาน้ำมันและก๊าซธรรมชาติสูงมาก เป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ และต้องลงมือทำโดยเร็ว การกู้เงินจำนวนมากที่จะต้องดำเนินการด้วยการออก พ.ร.ก. และปรับเพดานหนี้ หากนำมาใช้ช่วยเหลือกลุ่มเปราะบางและผลักดันการเปลี่ยนผ่านพลังงานเพื่อคนส่วนใหญ่ในสังคม
ซึ่งจะต้องมีการเปลี่ยนแปลงการใช้พลังงานในวิถีชีวิตและชีวิตประจำวัน และมีค่าใช้จ่ายในการเปลี่ยนผ่านอยู่ไม่น้อย หากดำเนินการใน 2 ประเด็นนี้อย่างจริงจังและรวดเร็วจะเป็นการแก้ปัญหาที่คุ้มค่า และมีผลทางบวกต่ออนาคตของประเทศ
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : กู้เพื่อเปลี่ยนผ่าน
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net