โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

หรือเพื่อไทยจะทิ้ง กทม.? หลังมีกระแสข่าวไม่ส่ง ผู้ว่าฯ-สก.ลงแข่ง

The Momentum

อัพเดต 1 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 1 วันที่แล้ว • THE MOMENTUM

หลังจากการเลือกตั้งใหญ่เป็นที่สิ้นสุดแล้ว ประเทศไทยมีรัฐบาลชุดใหม่เป็นที่เรียบร้อย แต่ในสนามการเมืองท้องถิ่น (ที่ดูเหมือนเป็นการแข่งขันระดับชาติ) อย่างการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (ผู้ว่าฯ กทม.) และการเลือกตั้งสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (สก.) เป็นอีกสนามที่คนต่างจับตาอยู่ไม่น้อย ซึ่งการเลือกตั้งรอบนี้คาดว่าจะเกิดขึ้นในวันที่ 28 มิถุนายน 2569

ในส่วนของตัวผู้ว่าฯ กทม.มีความเป็นไปได้สูงที่ ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม.คนปัจจุบัน น่าจะลงแข่งเป็นซีซันที่ 2 หลังจากมีการเปิดเพจ Facebook ‘เพื่อนชัชชาติ’ อย่างเป็นทางการไปเมื่อวันที่ 17 เมษายนที่ผ่านมา

ซึ่งการเลือกตั้งคราวนี้มีคู่แข่งหน้าใหม่หลายคนที่ประกาศลงแข่งชิงด้วย ไม่ว่าจะเป็น มัลลิกา บุญมีตระกูล อดีต สส.พรรคประชาธิปัตย์ ที่จะลงแข่งขันในนามอิสระ หรือ เต้-มงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ อดีตแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคทางเลือกใหม่ ที่มาพร้อมกับแคมเปญล้ำหน้าอย่าง ‘กรุงเทพบินได้’

การแข่งขันครั้งนี้ยังมีคู่แข่งคนสำคัญที่เป็นพรรคการเมืองครองพื้นที่กรุงเทพฯ อย่าง ‘พรรคประชาชน’ ที่มีฐานเสียงในเขตเมืองเข้มแข็ง สังเกตได้จากจำนวน สก.และ สส.ในการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านๆ มา แต่ถึงแม้ว่าจะมีฐานที่เข้มแข็ง แต่อย่างไรด้วยกระแสของชัชชาติฟีเวอร์ในปี 2565 ทำให้พรรคก้าวไกล (ณ เวลานั้น) ไม่สามารถส่ง วิโรจน์ ลักขณาอดิศร ขึ้นเป็นผู้ว่าฯ กทม.ได้

ย้อนกลับดูผลการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.ในปี 2565 ที่ชัชชาติคว้าอันดับ 1 มาได้ด้วยคะแนนเสียงท่วมท้นกว่า 1.3 ล้านเสียง ทิ้งห่างจากผู้สมัครลำดับที่ 2 อย่าง เอ้-สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์(พรรคประชาธิปัตย์) ที่ได้คะแนนเพียง 2.5 แสนเสียง และผู้สมัครลำดับที่ 3 วิโรจน์ที่ได้ 2.5 แสนเสียง

ขณะที่การเลือกตั้ง สก.ทั้ง 50 เขตของกรุงเทพฯ ในปี 2565 ปรากฏว่า พรรคเพื่อไทยสามารถครองแชมป์มาได้ด้วยจำนวน สก.ทั้งหมด 20 คน ส่วนพรรคก้าวไกลได้ 14 คน พรรคประชาธิปัตย์ได้ 9 คน กลุ่มรักษ์กรุงเทพ (ของ พลตำรวจเอก อัศวิน ขวัญเมือง) ได้ 3 คน พรรคไทยสร้างไทยและพรรคพลังประชารัฐได้พรรคละ 2 คน

ทั้งนี้จากการเลือกตั้งครั้งนั้นมีการประเมินว่า พรรคเพื่อไทยได้ตัดสินใจหลีกตำแหน่งผู้ว่าฯ กทม.ให้กับชัชชาติ เพื่อไม่ให้มีการตัดคะแนนของกันและกัน จึงลงแข่งในสนาม สก.เท่านั้น

อย่างไรก็ตาม จากสภาพการณ์ที่ชัชชาติไม่มีทีม สก.เป็นของตัวเองจึงทำให้การทำงานตลอด 4 ปีที่ผ่านมาไม่สามารถขับเคลื่อนงานได้อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย เนื่องจากบทบาทหน้าที่หลักๆ ของ สก.จะประกอบไปด้วยการพิจารณาการใช้จ่ายประจำปี เสนอข้อบัญญัติ รวมถึงตรวจสอบการทำงานและการบริหารราชการของผู้ว่าฯ กทม.

ทว่ามาในการเลือกตั้งกรุงเทพฯ ที่ใกล้จะถึงนี้มีการรายงานข่าวทำนองว่า พรรคเพื่อไทยจะ ‘ไม่ส่ง’ คนลงสมัคร ทั้งผู้ว่าฯ และ สก. เนื่องจากขาดแกนนำในพื้นที่ รวมไปถึงความพ่ายแพ้ในสนามการเมืองแห่งนี้ในการเลือกตั้งทั่วไปครั้งที่ผ่านมา จึงอาจมองว่าการลงแข่งครั้งนี้อาจเป็นการลงทุนที่ไม่คุ้มค่า

โดย จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ออกมาให้เหตุผลในการไม่ส่งผู้ว่าฯ กทม.ครั้งนี้ เมื่อวานนี้ (20 เมษายน 2569) เป็นเพราะต้องการให้ความสำคัญกับการเมืองระดับชาติหรือการเมืองภาพใหญ่เสียมากกว่า อย่างไรก็ตามการส่ง สก.ลงสมัครหรือไม่นั้นจะมีการพิจารณาอีกรอบ

อย่างไรก็ตาม จากความคลุมเครือของพรรคเพื่อไทย ก็เกิดปรากฏการณ์ที่นักการเมืองในสังกัดพรรคออกมาเปิดหน้าให้การสนับสนุนชัชชาติ เช่น พลภูมิ วิภัติภูมิประเทศ อดีตผู้สมัคร สส.กรุงเทพฯ (เขตบึงกุ่ม) พร้อมด้วยภรรยา ชญาดา วิภัติภูมิประเทศ สก.เขตคันนายาว ที่ประกาศตัวสนับสนุนชัชชาติในกลุ่ม คนทำงาน กทม. (Bangkok Possible)

หรือกรณีของ ดร.สุรจิตต์ พงษ์สิงห์วิทยา ประธานสภากรุงเทพฯ สก.เขตลาดกระบัง พรรคเพื่อไทย ก็ออกมาประกาศตัวให้การสนับสนุนนโยบายของชัชชาติ ในนาม Better Bangkok เช่นกัน

จึงเป็นที่น่าสนใจว่าในการเลือกตั้งท้องถิ่นสนามเมืองหลวงครั้งนี้ จะมีพรรคเพื่อไทยเข้าโต๊ะลงแข่งด้วยหรือไม่ เพราะปฏิเสธไม่ได้ว่า สก.ถือเป็นอีกหนึ่งสนามทางการเมืองที่มีความใกล้ชิดกับความเป็นอยู่ของประชาชนมากที่สุด (อาจมากกว่า สส.เสียด้วยซ้ำ)

ดังนั้นหากพรรคเพื่อไทยประเมินแล้วเห็นว่า สนามนี้เป็นการลงทุนที่ไม่คุ้มค่า สุ่มเสี่ยงต่อการแพ้การเลือกตั้งก็อาจจะหลีกไม่ลงแข่ง เพื่อเปิดโอกาสให้นักการเมืองในสังกัดลงในนามอิสระสนับสนุนทีมของชัชชาติได้อย่างเต็มที่เหมือนที่ทำมาในครั้งการเลือกตั้งปี 2565 ที่ผ่านมา

แต่หากพรรคเพื่อไทยเห็นว่า ‘การเลือกตั้ง สก.’ เป็นสนามที่มีความสำคัญ แม้การเลือกตั้งทั่วไปจะไม่มี สส.แม้แต่คนเดียว แต่การส่งผู้สมัคร สก.มีความสำคัญ เพราะเป็นการรักษาฐานเสียงในเมืองใหญ่แห่งนี้ที่มีอยู่ พรรคเพื่อไทยก็อาจจะตัดสินใจลงแข่งขันก็เป็นได้

ทั้งนี้คาดว่าความชัดเจนตรงนี้น่าจะออกมาในวันที่ 24 เมษายนนี้ที่พรรคเพื่อไทยจะมีการประชุมสามัญประจำปี 2569 ถึงทิศทางการเมืองและโครงสร้างภายในพรรคเพื่อไทยต่อไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...