WHA อ้าแขนรับอิเล็ก ลั่นไทยพื้นที่ปลอดภัย
#WHA #ทันหุ้น – WHA มองไทยศักยภาพสูง รับการลงทุนยักษ์เทคโนโลยีหลังรัฐบาลเชิญบริษัทยักษ์ใหญ่ลงทุนไทย เชื่อเป็นฐานต่อยอดได้ทั้งแนวกว้างและลึก ชี้การลงทุนดาต้าเซ็นเตอร์ช่วยดึงดูดกลุ่มชิป ชูเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ปลอดภัย หวังสงครามซาเห็นปรากฏการณ์เงินลงทุนเข้าประเทศ ย้ำเป้ารายได้รวมปีนี้โต 10%ตามแผน
นางสาวจรีพร จารุกรสกุล ประธานคณะกรรมการบริหาร และประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ WHA เปิดเผยกับ “ทันหุ้น” ว่า มองเห็นโอกาสเชิงบวกของทั้งประเทศไทยและธุรกิจนิคมอุตสาหกรรมหลังจากตัวแทนรัฐบาลไทยได้ทาบทามบริษัทเทคโนโลยีขั้นสูงในสหรัฐอเมริกาเข้ามาลงทุนในประเทศไทยปูทางสู่การสร้างร่วมมือระยะยาวกับบรรดาบริษัทชั้นนำในอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ระดับต้นน้ำ
@เชื่อมั่นประเทศไทย
นางสาวจรีพร เชื่อมั่นว่า ประเทศไทยมีศักยภาพและความพร้อมระดับสูงด้านโครงสร้างต่างๆ เพื่อเป็นส่วนสำคัญในห่วงโซ่อุปทานเซมิคอนดักเตอร์ของโลก โดยปัจจุบันมีผู้ประกอบการรายใหญ่ชั้นนำของโลกเข้ามาตั้งฐานการผลิตอยู่แล้ว และในแง่ความพร้อมของ WHA กลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมายไม่ได้จำกัดเพียงแค่ชิป แต่รวมถึงกลุ่ม PCB และชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ ซึ่งมีการเข้ามาลงทุนอย่างต่อเนื่องเป็นเวลานาน
ปัจจัยบวกสำคัญที่กระตุ้นดีมานด์ในอุตสาหกรรมชิป คือ การเติบโตของเทคโนโลยี AI และกลุ่ม Hyperscaler ที่เข้ามาลงทุนในด้าน Data Center การขยายตัวของโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลเหล่านี้ส่งผลโดยตรงต่อการดึงดูดห่วงโซ่อุปทานที่เกี่ยวข้องอื่นอีกด้วย เอื้อให้เข้ามาตั้งฐานผลิตเพิ่มขึ้นหรือขยายกำลังการผลิตเดิมเพื่อตอบโจทย์ความต้องการในภูมิภาค
@พื้นที่อันปลอดภัย
ขณะที่ประเทศไทยถือเป็นพื้นที่ปลอดภัย หรือSafe Zone เชิงยุทธศาสตร์ ท่ามกลางความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ โดยกรณีความวุ่นวายในตะวันออกกลาง กลายเป็นปัจจัยที่ส่งเสริมให้ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มีความโดดเด่น คาดการณ์น่าจะเห็นทิศทางของเม็ดเงินลงทุนไหลเข้าสู่ภูมิภาคนี้มากขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ในช่วงที่ความรุนแรงสงครามอิหร่านกับสหรัฐอเมริกามีทีท่าผ่อนปรนระหว่างกันลงบ้างแล้ว หลังจากช่วงที่มีความไม่แน่นอนได้ส่งผลให้การตัดสินใจลงทุนชะลอตัวลงบ้างในระยะสั้น
@รายได้รวมโต 10%
สำหรับ WHA ภาพรวมทุกกลุ่มธุรกิจ รวมถึงแนวโน้มยอดขายและดีมานด์จากลูกค้ายังอยู่ในเกณฑ์ดี มีการเจรจาเพื่อเพิ่มลูกค้าอย่างต่อเนื่อง แต่ยอมรับว่ายังต้องเฝ้าระวังปัจจัยแวดล้อม ได้แก่ ต้นทุนการก่อสร้าง และต้นทุนพลังงาน เป็นต้น เหล่าเกี่ยวเนื่องกับสถานการณ์สงครามในช่วงครึ่งปีหลัง อย่างไรก็ดีในแง่รายได้ของปี 2569 ยังประเมินจะทำได้ตามแผนงาน
อนึ่ง WHA เปิดเผยก่อนหน้านี้ว่า แผนธุรกิจปี 2569 ตั้งเป้ารายได้เติบโต10% มาอยู่ที่20,000 ล้านบาท งบลงทุนรวมปีนี้กำหนดไว้ที่16,500 ล้านบาท แบ่งเป็นเพื่อธุรกิจโลจิสติกส์ 3,700 ล้านบาท, โมบิลิตี้600 ล้านบาท, นิคมอุตสาหกรรม9,000 ล้านบาท, สาธารณูปโภคและพลังงาน2,900 ล้านบาท และ ดิจิทัล300 ล้านบาท
@ รัฐดึงดูดชิปเข้าไทย
ก่อนหน้านี้ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้นำทีมไทยแลนด์ เยือนกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ประเทศสหรัฐอเมริกา และหารือแผนการลงทุนกับบริษัทชั้นนำในอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ 3 รายสำคัญ ประกอบด้วย บริษัทPhononic ผู้ผลิตชิปควบคุมอุณหภูมิ (Cooling Chip) ที่เลือกใช้ไทยเป็นฐานการผลิตหลักผ่านการร่วมทุนกับบริษัทในประเทศไทย 3 ราย โดยได้รับคัดเลือกให้เป็นผู้ผลิตชิ้นส่วนสำหรับระบบประมวลผลของNVIDIA อย่างเป็นทางการ ขณะนี้กำลังเตรียมย้ายฐานการผลิตวัสดุเซมิคอนดักเตอร์ต้นน้ำจากสหรัฐฯ มายังไทยเพิ่มเติมภายในปี2570
GlobalFoundries ผู้ผลิตชิปอันดับ 5 ของโลก มีความเชี่ยวชาญด้านการผลิตชิปเฉพาะทาง เช่น ชิปสำหรับระบบสื่อสารไร้สาย ระบบอิเล็กทรอนิกส์ในยานยนต์และเครื่องใช้ไฟฟ้า ระบบจัดการพลังงาน และการเชื่อมต่อข้อมูลด้วยแสงสำหรับAI Data Center โดยบริษัทมองว่าประเทศไทยมีความพร้อมหลายด้าน รวมทั้งการเป็นฐานที่ตั้งของอุตสาหกรรมที่ต้องใช้ชิปจำนวนมาก เช่น ยานยนต์ไฟฟ้า อิเล็กทรอนิกส์ และData Center โดยรองนายกฯ ได้เชิญชวนให้บริษัทพิจารณาลงทุนสร้างโรงงานชิปต้นน้ำ(Wafer Fabrication) แห่งต่อไปในไทย จากเดิมที่มีอยู่แล้วใน 3 ประเทศคือ สหรัฐอเมริกา เยอรมนี และสิงคโปร์
Teradyne ผู้ผลิตเครื่องจักรและอุปกรณ์ทดสอบเซมิคอนดักเตอร์แบบอัตโนมัติ(ATE) อันดับ 1 ของโลก รวมทั้งเป็นผู้นำด้านระบบออโตเมชั่นและหุ่นยนต์ ครองส่วนแบ่งตลาดการทดสอบชิปประมวลผลขั้นสูงกว่า 50% มีลูกค้าหลัก เช่น Intel, Qualcomm, Texas Instruments, ADI, IBM และ Samsung ขณะนี้มีสำนักงานภูมิภาคและศูนย์บริการลูกค้าในประเทศไทย และมีแผนว่าจ้างผู้ผลิตและใช้ชิ้นส่วนในไทยเพิ่มเติม
นอกจากการพบปะรายบริษัทแล้วยังได้หารือกับ “สมาคมอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ของโลก (SEMI)” ซึ่งเชื่อมโยงผู้ประกอบการตลอดห่วงโซ่อุปทานอุตสาหกรรมชิป มีสมาชิกกว่า 4,000 บริษัททั่วโลก