ไฟเขียวตั้ง ‘กองทุนเพื่อการสงเคราะห์และฟื้นฟูผู้ประสบสาธารณภัย’ ลดขั้นตอนเบิกเยียวยา
เมื่อวันที่ 21 เม.ย. ที่ทำเนียบรัฐบาล น.ส.รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจําสํานักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า สืบเนื่องจากภัยพิบัติธรรมชาติเป็นปัญหาที่ทําให้ประชาชนเดือดร้อน และกระบวนการเยียวยา จัดสรรเงินเพื่อช่วยเหลือประชาชน เป็นเรื่องจําเป็น แต่ที่ผ่านมาติดปัญหาข้อกฎหมายหลายอย่าง ทําให้การดูแลเรื่องนี้ยังไม่มีประสิทธิภาพ ครม.จึงเห็นชอบหลักการจัดตั้งกองทุนเพื่อการสงเคราะห์และฟื้นฟูผู้ประสบสาธารณภัย ซึ่งจะอยู่ในกฎหมาย ว่าด้วยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย
น.ส.รัชดา กล่าวต่อว่า โดย “แก้ไขเพิ่มเติม” พ.ร.บ.ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พ.ศ. 2550 เพื่อให้การสงเคราะห์ ช่วยเหลือ เยียวยา และฟื้นฟูผู้ประสบสาธารณภัยเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพดำเนินการได้อย่างต่อเนื่องไม่ติดขัด เนื่องจาก พ.ร.บ.ดังกล่าวเป็นกฎหมายหลักที่ใช้มากว่า 18 ปี ถือเป็นกฎหมายหลักและเครื่องมือสำคัญ ที่กำหนดบทบาทและอำนาจรัฐในการจัดการสาธารณภัยให้มีประสิทธิภาพและเป็นเอกภาพ แต่ปัจจุบันภัยพิบัติเกิดถี่และรุนแรงขึ้น แม้รัฐมีการช่วยเหลือผ่านงบกลาง แต่ข้อจำกัดด้านงบประมาณทำให้การเยียวยาล่าช้า และที่ผ่านมาเรื่องการบรรเทาสาธารณภัยยังไม่เป็นเอกภาพ เพราะปัจจุบันภัยพิบัติทางธรรมชาติเกิดขึ้นถี่และรุนแรง ดังนั้นจะต้องมีการพัฒนาระบบการจ่ายเงินช่วยเหลือเยียวยา ทําให้รวดเร็วขึ้น โดยกองทุนดังกล่าว เพื่อทําให้มีแหล่งเงินสําหรับการสงเคราะห์ ช่วยเหลือเยียวยาและฟื้นฟูผู้ประสบสาธารณภัย รวมถึงกองทุนนี้จะช่วยลดขั้นตอนเบิกจ่ายเงินในการช่วยเหลือเยียวยา ซึ่งจะเป็นหลักประกันต่อเนื่องในทางด้านการคลัง
น.ส.รัชดา กล่าวอีกว่า ความเดือดร้อนในช่วงน้ำท่วม 8 จังหวัดภาคใต้ ที่ผ่านมา ทางกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ได้ดําเนินการจ่ายเงินค่าปลงศพผู้เสียชีวิตจากเหตุอุทกภัยเมื่อปีที่แล้ว ซึ่งยังมีอีกจํานวนหนึ่งที่ญาติยังหาศพไม่เจอ และญาติผู้เสียชีวิตยังตกลงกันไม่ได้ ว่าจะให้ใครเป็นผู้รับค่าปลงศพ โดยข้อมูลตรงนี้ยังไม่ได้ส่งให้ ปภ. ซึ่งเวลาที่ ปภ.จะตัดบัญชีได้ครบกําหนด แต่รัฐบาลตั้งใจดูแลครอบครัวผู้เสียชีวิต จึงได้มีมติขยายเวลาจ่ายเงินค่าปลงศพออกไปจากเดิมที่สิ้นสุดไปแล้วในเดือนมีนาคม ขยายไปถึงวันที่ 8 มิ.ย.นี้ จึงขอให้ครอบครัวผู้เสียชีวิตเร่งประสานกับ ปภ.จังหวัดของท่าน.