ได้ข้อสรุป รัฐสั่งรื้อย้าย บ้านทรงไทย-ประติมากรรมวัวชน ปรับพื้นที่สีเขียว เดินหน้าดำเนินคดีตามกฎหมาย
ได้ข้อสรุป รัฐสั่งรื้อย้ายบ้านทรงไทย-ประติมากรรมวัวชน ปรับเป็นพื้นที่สีเขียว เดินหน้าดำเนินคดีตามกฎหมาย
เมื่อวันที่ 20 เมษายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่าได้ข้อสรุปรื้อย้ายบ้านทรงไทยและประติมากรรมวัวชนที่เอกชนทำการปรับพื้นที่และติดตั้งบริเวณที่ดินที่ติดป้อมเมืองสงขลาเก่าหมายเลข 9 ซึ่งอยู่ในเขตโบราณสถานเมืองสงขลาเก่าส่วนการดำเนินคดีความผิดตามมาตรา 10 พรบ.โบราณสถานนั้นพนักงานสอบสวนได้ดำเนินการตามขั้นตอนแล้ว
นายสังคม เกิดก่อ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา ในฐานะประธานคณะทำงานติดตามการแก้ไขปัญหาการบุกรุกพื้นที่โบราณสถานเมืองสงขลาเก่า เรียกประชุมคณะทำงานซึ่งประกอบด้วยส่วนราชการที่เกี่ยวข้องหารือกรณีภาคเอกชนซึ่งเป็นนักธุรกิจใหญ่ได้ทำการปรับพื้นที่บนที่ดินตั้งอยู่ติดป้อมเมืองสงขลาเก่าหมายเลข 9 อำเภอสิงหนครจังหวัดสงขลาโดยไม่ได้รับอนุญาตจากอธิบดีกรมศิลปากรตามข้อกฎหมายกำหนด โดยในที่ประชุมมีตัวแทนเครือข่ายภาคประชาชนที่ให้ความสนใจในเรื่องนี้เข้าร่วมรับฟังและได้มีการหารือกันในวงกว้าง
ด้านนายดุสิต ทุมมากรณ์ ผู้อำนวยการสำนักศิลปากรที่ 11 สงขลา กล่าวว่า ได้ข้อสรุปที่จะให้ทำการรื้อย้ายบ้านทรงไทยรวมถึงประติมากรรมวัวชนออกไปจากพื้นที่ดังกล่าวและทำการฟื้นฟูปรับให้เป็นพื้นที่สีเขียวเช่นเดิมส่วนในพื้นที่อื่นๆที่มีการปรับปรุงโดยไม่ได้อยู่ในเขตโบราณสถานนั้นเอกชนสามารถดำเนินการพัฒนาตามที่ตั้งใจเอาไว้ โดยเอกชนซึ่งเป็นผู้ดำเนินการติดตั้งบ้านทรงไทยและประติมากรรมวัวชนยินยอมที่จะปฏิบัติตามเนื่องจากมีเป้าหมายที่ต้องการพัฒนาให้เกิดการท่องเที่ยวในพื้นที่
อย่างไรก็ตามได้เน้นย้ำในมาตรการป้องกันเพื่อให้ประชาชนที่ครอบครองเอกสารสิทธิ์ที่ดินแต่อยู่ในเขตโบราณสถานทราบว่า ก่อนที่จะดำเนินการใดๆจะต้องแจ้งให้ทางกรมศิลปากรรับทราบเพื่อให้มีการพัฒนาให้สอดรับกับโบราณสถานเพื่อไม่ให้มีการถูกดำเนินคดีในอนาคต ส่วนในเรื่องการดำเนินคดีตามความผิดตามมาตรา 10 พรบ.โบราณสถานฯนั้นพนักงานสอบสวน สภ.สิงหนคร จังหวัดสงขลายืนยันว่าได้มีการดำเนินการตามขั้นตอนไม่ได้มีการยกเว้นหรือละเลยแต่อย่างใด
นอกจากการดำเนินคดีความผิดตาม พรบ.โบราณสถานฯแล้วจากการตรวจสอบของกรมธนารักษ์พบว่าโฉนดที่ดินบางส่วนของเอกชนรายนี้ยังตั้งอยู่ในที่ดินราชพัสดุตามที่กรมธนารักษ์ได้ขึ้นทะเบียนเอาไว้จึงเตรียมที่จะเข้าร้องทุกข์กล่าวโทษดำเนินคดีกับเอกชนรายดังกล่าวด้วย
ทางด้านนายราม วสุธนภิญโญ ผู้อำนวยการสำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดสงขลา ได้ให้ข้อเสนอแนะว่า ในทางกฎหมาย เอกชนยังคงมีกรรมสิทธิ์ในที่ดินตามเอกสารสิทธิ์โดยสมบูรณ์ แต่จะถูกจำกัดสิทธิ์บางประการในการใช้ประโยชน์ตามที่กฎหมายกำหนด ซึ่งต้องได้รับอนุญาตจากกรมศิลปากรควบคู่กันไป ทั้งนี้ เพื่อป้องกันปัญหาความขัดแย้งในระยะยาว จึงเสนอให้กรมที่ดินดำเนินการระบุข้อความสลักหลังโฉนดหรือเอกสารสิทธิ์ให้ชัดเจนว่าเป็นพื้นที่ที่มีข้อจำกัดในการใช้ประโยชน์
พร้อมกันนี้ ได้เสนอให้หน่วยงานท้องถิ่นและกรมศิลปากรเพิ่มความเข้มงวดในการแจ้งเงื่อนไขและแนวเขตโบราณสถานให้เจ้าของที่ดินรับทราบก่อนการอนุญาตดำเนินการใด ๆ เพื่อลดผลกระทบจากการบุกรุกโบราณสถานโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ตลอดจนส่งเสริมกระบวนการมีส่วนร่วมของภาคประชาชนในการดูแลรักษามรดกทางวัฒนธรรมของเมืองเก่าสงขลาให้คงอยู่อย่างยั่งยืน
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ได้ข้อสรุป รัฐสั่งรื้อย้าย บ้านทรงไทย-ประติมากรรมวัวชน ปรับพื้นที่สีเขียว เดินหน้าดำเนินคดีตามกฎหมาย
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th