โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

คดีลอบยิง”กมลศักดิ์” การเมืองชายแดนใต้ 3 จังหวัด13สส.

INN News

อัพเดต 2 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 2 วันที่แล้ว • INN News

3 จังหวัดชายแดนใต้ เป็นพื้นที่ที่คนไทยมักได้ยินข่าวเกี่ยวกับเหตุการณ์ความไม่สงบอยู่เป็นระยะ โดยพื้นที่หลักประกอบด้วยจังหวัดปัตตานี ยะลา และนราธิวาส รวมถึงบางอำเภอของจังหวัดสงขลาตั้งอยู่ใต้สุดของประเทศ ติดชายแดนมาเลเซีย มีลักษณะโดดเด่นด้านวัฒนธรรมมลายู การใช้ภาษามลายูในการสื่อสาร การนับถือศาสนาอิสลาม รัฐบาลต้องจัดงบประมาณก้อนโต จำนวนมหาศาลมาแก้ปัญหา แต่กว่า 20 ปีสถานการณ์ก็ยังไม่ดีขึ้น ถือเป็นพื้นที่พิเศษ ในบริบทความมั่นคง

โดยรากเหง้าของปัญหา 3 จังหวัดชายแดนใต้ มาจาก ประวัติศาสตร์การปกครองในอดีต แนวคิดแบ่งแยกดินแดนของกลุ่มติดอาวุธบางกลุ่ม ความแตกต่างด้านศาสนา ภาษา และวัฒนธรรม รวมถึงปัญหาความไม่ไว้วางใจระหว่างรัฐกับประชาชนบางส่วน ซึ่งรัฐบาลจะต้องพยายามเดินหน้าแก้ปัญหากันต่อไป แม้จะไม่ดีขึ้น แต่ก็ต้องไม่ให้แย่ลงกว่าที่เป็นอยู่

ในบริบทการเมือง 3 จังหวัดชายแดนใต้ ซึ่งมีลักษณะพิเศษ มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ในอดีต มีกลุ่ม"วาดะ" เป็นเจ้าถิ่น ยึดครองพื้นที่ทางการเมืองไว้เกือบท้งหมด โดยสู้กับพรรคประชาธิปัตย์ แต่ระยะหลัง กลุ่มวาดะเดิมและทายาท แตกไปอยู่กับหลายพรรค ทั้งกับ ประชาชาติ ที่มี "วันมูหะมัดนอร์ มะทา"เป็นผู้นำสูงสุด "ตระกูลโต๊ะมีนา" ไปอยู่กับกล้าธรรม และกลุ่มของนัจมุดดิน อูมา ช่วยงานภูมิใจไทย ทำให้การต่อสู้ทางการเมืองเข้มข้นยิ่งขึ้นโดยผลการเลือกตั้ง 8 ก.พ.ที่ผ่านมา 13 เก้าอี้ สส.ยะลา 3 คน ปัตตานี และ นราธิวาส จังหวัดละ 5 คน พรรคภูมิใจไทย คว้าชัยได้มากที่สุด 5 คน ส่วนประชาชาติ เจ้าของพื้นที่เดิม ได้เท่ากับ กล้าธรรม พรรคละ 4 ที่นั่ง

สส.ชายแดนใต้ 3 จังหวัด หากแยกเป็นโซนพื้นที่ ยะลา ทั้งจังหวัด ยังคงเป็นการยึดครองของ"ประชาชาติ"อย่างเหนียวแน่น ส่วน "ปัตตานี" สีน้ำเงินยึดพื้นที่ส่วนใหญ่ไปครอง 4 เขต แบ่งให้"กล้าธรรม" 1 ที่นั่งส่วน "นราธิวาส" กล้าธรรม ครองพื้นที่ใหญ่ และมี"ประชาชาติ" กับ "ภูมิใจไทย" แบ่งไป พรรคละ 1 ที่นั่ง มองในภาพรวม 13 สส.ชายแดนใต้ เป็นฝ่ายรัฐบาล ถึง 9 คน ในทางการเมือง หากจะมีการผลักดันโครงการ หรือนโยบายอะไรเพื่อแก้ปัญหาในพื้นที่ก็คงไม่ยากเย็นนัก หากต้องการทำจริงๆ

จากคดีลอบยิง"กมลศักดิ์ ลีวาเมาะ" สส.นราธิวาส เขต 5 ในช่วงแรกมีเพียง สส.จากพรรคประชาชาติ ต้นสังกัดของ "กมลศักดิ์"เท่านั้น โดยมี "พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง" หัวหน้าพรรค เป็นผู้นำแสดงจุดยืนพยายามเรียกร้องความเป็นธรรม เร่งรัดเจ้าหน้าที่ติดตามจับกุมขบวนการลอบสังหารครั้งนี้ และเมื่อความจริงปรากฏ คนร้ายเป็นอดีตทหารเรือ มีการใช้รถของ กอ.รมน.เป็นยานพาหนะในวันก่อเหตุ บรรดาสส.จังหวัดชายแดนใต้ จึงได้สลายสีเสื้อของพรรค มาแสดงพลังร่วมกันที่สภานำโดย "ซาการียา สะอิ" จากภูมิใจไทย และ "อามินทร์ มะยูโซะ" จากกล้าธรรม เพื่อเรียกร้องความเป็นธรรม และไม่เห็นด้วยกับการใช้ความรุนแรงในพื้นที่

ก่อนตามติดมาด้วย "ดราม่า" แม่ทัพภาค 4 ปิดไมค์ตอบคำถาม "ถ้าเป็นผมไม่ปล่อยให้รอดหรอก ถ้าผมทำนะ" และพาดพิง"ปอเนาะ ตาดีกา" จนเกิดกระแสต่อต้านอย่างหนักเรียกร้องให้ย้ายออกจากพื้นที่และมีการเมืองเข้าไปผสมโรงร่วมกดดัน โดยเฉพาะจาก "รอมฏอน ปันจอร์" สส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาชน สายชายแดนใต้ ที่ถูกมองว่าเป็นคนละฝั่งกับรัฐบาล และฝ่ายความมั่นคงอยู่แล้ว ทำให้สถานการณ์ 3 จังหวัด ตึงเครียดยิ่งขึ้น แม้"อนุทิน ชาญวีรกุล"นายกรัฐมนตรี ลงพื้นที่เป็นกาวใจ แม่ทัพภาค 4 ยอมขอโทษแล้ว แต่ก็ยังเป็นที่ไม่พอของคนในพื้นที่

ดังนั้น คดี"ลอบสังหาร"สส.กมลศักดิ์"ที่ตามจับกุมกลุ่มผู้ก่อเหตุ ได้ 4 จาก คนแล้ว แต่ยังสาวไปไม่ถึงตัวผู้บงการ และเป็นดึง กอ.รมน.มาเกี่ยวข้องด้วย จึงถูกโยงเข้ากับนโยบายแก้ปัญหา 3 จังหวัดไปโดยปริยายหากไม่มีคำตอบที่คนในพื้นที่พอใจ ก็อาจกลายเป็นเชื้อไฟชั้นดี ที่จะทำให้ชายแดนใต้เปลี่ยนไปอีกครั้ง ทั้งในแง่ความมั่นคง และการเมืองในอนาคต

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

LINE Official Account : @innnews

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...