ค้าปลีกกีฬาเดือด! ซูเปอร์สปอร์ตอัดฉีดงบยกเครื่องแบรนด์ เจาะกลุ่ม Gen Z ทั่วประเทศ
บมจ.ซี อาร์ ซี สปอร์ต กางแผนซูเปอร์สปอร์ต ดัน ‘Move to a New Height’ หลังครองส่วนแบ่งตลาด 25% สูงสุดในธุรกิจค้าปลีกกีฬา ทุ่ม 200 ล้านรีโนเวท 10 สาขา รับเทรนด์สุขภาพโต ขยายพอร์ตแบรนด์ดังระดับโลก เน้นสร้างรายได้จากสินค้า Private Label ตามแผน '3-3-3' ดันยอดออนไลน์โต 30%
3 เมษายน 2569 - ซูเปอร์สปอร์ต (Supersports) ในเครือเซ็นทรัล รีเทล (CRC) ประกาศทิศทางธุรกิจปี 2569 มุ่งสู่การเป็น "ผู้นำค้าปลีกกีฬาแห่งอาเซียน" ด้วยงบลงทุนกว่า 200 ล้านบาท หลังโชว์ผลประกอบการ 2 ปีที่ผ่านมาเติบโตเฉลี่ย 5% ต่อปี ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยของอุตสาหกรรม โดยปัจจุบันครองส่วนแบ่งการตลาดอันดับ 1 ในไทยที่ระดับ 25% มียอดจำหน่ายรองเท้าสูงถึง 3 ล้านคู่ต่อปี
ยุทธศาสตร์หลักในปี 2569 จะมุ่งเน้นการยกระดับโครงสร้างธุรกิจผ่าน 3 แกนสำคัญ คือ การขยายเครือข่ายร้านค้าให้ครอบคลุมทั่วประเทศ (Integrated Sports Ecosystem) การรีเฟรชภาพลักษณ์แบรนด์เพื่อเจาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ (Brand Positioning) และการสร้างชุมชนผู้รักกีฬาในระดับมหภาค (Community & Society) เพื่อรับกระแส "Sports Era" และการจัดมหกรรมกีฬาระดับโลกที่จะเกิดขึ้นต่อเนื่อง
นายอเล็กซองต์ อัมเบล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ซี อาร์ ซี สปอร์ต จำกัด วิเคราะห์สถานการณ์ตลาดว่า “2 ปีที่ผ่านมา นับเป็นความท้าทายอุตสาหกรรมค้าปลีกกีฬา ท่ามกลางภาวะกำลังซื้อที่ยังฟื้นตัวไม่เต็มที่และการแข่งขันในด้านการทำตลาด… แต่อย่างไรก็ตาม ในภาพรวมอุตสาหกรรมยังมีทิศทางที่สดใส จากไลฟ์สไตล์รักสุขภาพ ซึ่งไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการออกกำลังกาย แต่กลายเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตคนเมืองยุคใหม่”
สำหรับการปรับตัวของหน้าร้าน บริษัทเตรียมรีโนเวท 10 สาขาทั่วประเทศให้เป็น "Store 3.0" ภายในสิ้นปีนี้ ซึ่งเป็นโมเดลร้านค้าที่เน้นประสบการณ์อินเทอร์แอคทีฟ (Interactive) โดยมีต้นแบบคือ "เซ็นทรัลเวิลด์ แฟลกชิพสโตร์" ที่มุ่งสู่การเป็น The Best Multi-Brand Sports Store in Southeast Asia นอกจากนี้ยังเตรียมอัปเกรดแพลตฟอร์ม E-commerce เพื่อดันยอดขายออนไลน์ให้เติบโตขึ้น 30%
ด้านการบริหารพอร์ตสินค้า นายเล็น เลิศสุมิตรกุล ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโสฝ่ายกลยุทธ์ เปิดเผยว่า บริษัทจะใช้ 3 กลยุทธ์เพื่อขับเคลื่อนรายได้ ประกอบด้วย :
- Store Transformation: พลิกโฉมพื้นที่ขายเดิมและเตรียมเปิดตัว New Retail Store รูปแบบใหม่
- Brand Expansion: ขยายลิขสิทธิ์แบรนด์ระดับโลก อาทิ HEAD และ FILA อย่างเต็มรูปแบบ รวมถึงการคว้าลิขสิทธิ์สโมสรฟุตบอลใหม่
- Private Label Strategy: เพิ่มสัดส่วนสินค้าแบรนด์ของตัวเอง (Private Label) เช่น Energetics และ PRO TOUCH ในคุณภาพพรีเมียมแต่ราคาเข้าถึงง่าย เพื่อขยายฐานลูกค้าในวงกว้าง
ในแง่ของข้อมูลเชิงลึก พบว่ากลุ่มสินค้าที่เติบโตโดดเด่นที่สุดคือ Racket Sports (เทนนิสและแบดมินตัน) ที่โตถึง 26% ตามด้วยกลุ่มฟุตบอลและกิจกรรมเอาท์ดอร์ที่ขยายตัว 10% สะท้อนถึงพฤติกรรมผู้บริโภคที่แยกเซกเมนต์ชัดเจนขึ้น
“เรามุ่งมั่นขับเคลื่อน Sports Industry ให้เติบโตทั้งในระดับประเทศ และภูมิภาคเพื่อตอกย้ำบทบาทผู้นำ Sports Retailer อันดับ 1 ของไทย โดย Supersports จะเป็นแพลตฟอร์มศูนย์กลางที่เชื่อมต่อทุกภาคส่วนใน Sports Ecosystem ทั้งลูกค้าทุกเจเนอเรชัน ทุกไลฟ์สไตล์ พาร์ทเนอร์ทางธุรกิจ รวมไปถึงชุมชน และสังคม”
นอกจากมิติทางธุรกิจ ซูเปอร์สปอร์ตยังรุกการตลาดเชิงรุกผ่าน Community-Driven Marketing โดยในปีที่ผ่านมามีการจัดกิจกรรมกว่า 331 งาน เข้าถึงผู้ร่วมงานกว่า 300,000 คน พร้อมปรับปรุงการสื่อสารสู่กลุ่ม Gen Z ด้วยแนวคิด "Motivation-Based Segmentation" หรือการแบ่งกลุ่มลูกค้าตามแรงจูงใจในการเล่นกีฬาแทนการแบ่งตามเพศหรืออายุ เพื่อนำเสนอสินค้าและบริการได้ตรงจุด (Personalization) มากยิ่งขึ้น
ยุทธศาสตร์ "Move to a New Height" นี้ไม่เพียงแต่เป็นการขยายสาขา แต่ยังรวมถึงการสร้างความเท่าเทียมในวงการกีฬาและการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน (Sustainability) โดยมุ่งลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและลดขยะพลาสติกจากกิจกรรมทางการตลาด ซึ่งถือเป็นมาตรฐานใหม่ของอุตสาหกรรมค้าปลีกกีฬาที่ต้องการสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสังคมในระดับประเทศ