โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทิสโก้ มอง 2 หุ้นเครื่องดื่มชูกำลัง CBG-OSP ต้นทุนเพิ่ม แต่ยังเติบโต

ทันหุ้น

อัพเดต 01 เม.ย. เวลา 07.28 น. • เผยแพร่ 01 เม.ย. เวลา 07.28 น.

#ทันหุ้น-บล.ทิสโก้ ได้ออกบทวิเคราะห์ 2 หุ้นเครื่องดื่มชูกำลังได้แก่หุ้นบริษัท คาราบาวกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ CBG และบริษัท โอสถสภา จำกัด (มหาชน) หรือ OSP โดยประเมินว่าสงครามในตะวันออกกลาง ได้ส่งผลกระทบทำให้ต้นทุนเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตามมองภาพรวมธุรกิจยังมีการเติบโต ส่วนหนึ่งได้รับผลบวกจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ เช่น โครงการคนละครึ่งที่จะกลับมา จะช่วยเพิ่มกำลังซื้อ ดังนั้นจึงแนะนำซื้อหุ้นทั้ง 2 บริษัทดังกล่าว

ฝ่ายวิจัยทิสโก้ โดยได้ปรับลดประมาณการกำไรปี 2569-2570 ของ CBG ลง 4% และ 3% ตามลำดับ เพื่อสะท้อนผลกระทบจากต้นทุนพลังงานและบรรจุภัณฑ์ที่คาดว่าจะเร่งตัวขึ้นตั้งแต่ไตรมาส 2/69 เป็นต้นไป โดยคาดกำไรสุทธิปี 2569 เพิ่มขึ้น 11% YoY โดยหากไม่รวมรายการพิเศษการตั้งด้อยค่าในบริษัท คาราบาว โฮลดิ้งส์ (ฮ่องกง) จำนวน 518 ล้านบาท คาดกำไรหลักจะลดลง 9% YoY จากคาดรายได้ส่งออกลดลง 28% YoY จากผลกระทบกัมพูชาเต็มปี แม้ว่าคาดยอดขายเมียนมาร์และเวียดนามเพิ่มขึ้น 10% และปีถัดไปคาดการส่งออกเพิ่มขึ้นได้ 10% YoY จากฐานใหม่ คาดกลุ่มเครื่องดื่มพลังงานในประเทศเติบโตปีละ 5% จากฐานสูงในปีที่ผ่านมา

ภาพรวมของบริษัทยังมีปัจจัยหนุนจากความต้องการในตลาดที่คาดว่าจะฟื้นตัว โดยเฉพาะจากการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ เช่น โครงการ “คนละครึ่ง” ที่คาดว่าจะกลับมา ซึ่งจะช่วยเพิ่มกำลังซื้อในประเทศ โดยเฉพาะในกลุ่มเครื่องดื่มที่มีความยืดหยุ่นสูงต่อการเปลี่ยนแปลงของรายได้ (income elasticity). นอกจากนี้ผลกระทบจากอากาศ
ร้อนในปีนี้คาดว่าจะช่วยส่งเสริมการเติบโตของธุรกิจเครื่องดื่มอีกด้วย

กลยุทธ์การลงทุน ได้ปรับเพิ่มคำแนะนำในหุ้น CBG เป็นซื้อ จากเดิมแนะนำถือ พร้อมทั้งปรับราคาเป้าหมายใหม่อยู่ที่ 49 บาท ซึ่งสะท้อนการรวมผลกระทบจากต้นทุนที่เพิ่มขึ้นและสถานการณ์สงครามไว้แล้ว ราคาหุ้นปัจจุบันซื้อขายที่ PER 14.9 เท่า ซึ่งต่ำกว่าค่าเฉลี่ยระยะยาวและยังคงมีส่วนลดเมื่อเทียบกับกลุ่มอุตสาหกรรม ขณะที่คาดว่า Dividend Yield ปี 2569 จะอยู่ที่ประมาณ 3.8% ซึ่งเป็นระดับที่น่าสนใจและช่วยลดความเสี่ยงจาก downside ในการลงทุน

ในส่วนของหุ้น OSP ฝ่ายวิจัยทิสโก้ ปรับลดประมาณการกำไรปี 2569–2570 ลง 7% และ 9% ตามลำดับ เพื่อสะท้อนผลกระทบจากต้นทุนพลังงานและบรรจุภัณฑ์ที่คาดว่าจะเร่งตัวขึ้นตั้งแต่ไตรมาส 2/69 เป็นต้นไป โดยต้นทุน packaging คิดเป็นสัดส่วนราว 30% ของต้นทุนรวม ขณะที่ต้นทุนพลังงานและค่าขนส่งอยู่ที่ประมาณ 2% และ 5% ตาม
ลำดับ

จากการวิเคราะห์ sensitivity พบว่า ทุกการเปลี่ยนแปลงของ gross margin +/-1% จะส่งผลต่อกำไรสุทธิประมาณ +/-7% ภายใต้สมมติฐานใหม่ คาดกำไรหลักปี 2569 เติบโต 4% YoY มาอยู่ที่ 3.6 พันล้านบาท โดยมีแรงขับเคลื่อนหลักจากกลุ่มเครื่องดื่ม โดยเฉพาะเครื่องดื่มชูกำลังที่คาดว่าจะเติบโตจากการเพิ่มส่วนแบ่งตลาดของ M-150 ผ่านการออกสินค้าใหม่และการขยายช่วงราคา (10, 12 และ 15 บาท) ส่งผลให้รายได้กลุ่มเครื่องดื่มคาดเติบโต 2% ในปี 2569 และ 4% ในปี 2570 ขณะที่กลุ่ม Personal Care คาดเติบโตเฉลี่ย 5% ต่อปี

นอกจากนี้ คาดค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยมีแนวโน้มลดลงจากการทยอยชำระคืนเงินกู้ ขณะที่ SG&A ควบคุมได้ใกล้เคียงเดิมจากการบริหารต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ

ภาพรวมยังคงมีปัจจัยสนับสนุนจากฝั่ง demand โดยเฉพาะมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ เช่น โครงการลักษณะ “คนละครึ่ง” ที่มีแนวโน้มกลับมา ซึ่งจะช่วยหนุนกำลังซื้อในประเทศ โดยเฉพาะสินค้าในกลุ่มเครื่องดื่มที่มีความยืดหยุ่นต่อรายได้ (income elasticity) ค่อนข้างสูง ควบคู่กับผลกระทบจากสภาพอากาศที่ร้อนจัดในปีนี้หนุนธุรกิจกลุ่มเครื่องดื่ม

กลยุทธ์การลงทุนได้ปรับเพิ่มคำแนะนำเป็นซื้อในหุ้น OSP จากเดิมแนะนำถือ พร้อมทั้งให้ราคาเป้าหมายใหม่ที่ 19.00 บาท ขณะที่คาด Dividend Yield ปี 2569อยู่ที่ประมาณ 5.4% ซึ่งอยู่ในระดับน่าสนใจและช่วยจำกัด downside ของราคา ปัจจัยหนุนในระยะถัดไปมาจากการขยายตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะ CLMV และอินโดนีเซีย รวมถึงโอกาสในการเข้าสู่ตลาดจีนในอนาคต

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...