โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

‘ภัทรพงษ์’ จี้ ‘อนุทิน’ ประกาศเขตภัยพิบัติ ‘ฝุ่นพิษ’ ภาคเหนือ ชี้ลมหายใจประชาชนรอไม่ได้

เดลินิวส์

อัพเดต 27 มีนาคม 2569 เวลา 21.34 น. • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เดลินิวส์
‘ภัทรพงษ์’ จี้ ‘อนุทิน’ ประกาศเขตภัยพิบัติ ‘ฝุ่นพิษ’ ภาคเหนือ พร้อมยกระดับภัยโดยด่วน ชี้ลมหายใจประชาชนรอไม่ได้ ยิ่งช้ายิ่งเสี่ยงมะเร็งปอด

เมื่อวันที่ 27 มี.ค. นายภัทรพงษ์ ลีลาภัทร์ สส.เชียงใหม่ พรรคประชาชน โพสต์เฟซบุ๊กว่า ผมขอเรียกร้องให้รัฐบาลดำเนินการประกาศเขตภัยพิบัติกรณี PM2.5 กับภาคเหนือตอนบนโดยด่วน ยกเลิกเกณฑ์ปัจจุบันที่เขียนจากคนในห้องแอร์ และประกาศภัยพิบัติเป็นภัยระดับ 3 ให้ รมว.มหาดไทย นั่งหัวโต๊ะบัญชาการ พร้อมตั้งแผนการจัดการเร่งด่วนทั้งการจัดการที่ต้นตอของฝุ่นภายในประเทศ และการลดผลกระทบทางสุขภาพของประชาชน โดยใช้งบฉุกเฉินจากเงินทดรองราชการโดยทันที ภาพถ่ายทางอากาศของเชียงใหม่ในวันนี้ ฝุ่นพิษ PM2.5 หนักมาก แต่ทุกคนรู้ไหม หนักขนาดนี้ ยังไม่เข้าเกณฑ์ประกาศเขตภัยพิบัติ เพราะรัฐบาลตั้งเกณฑ์ไว้ว่าค่า PM2.5 เฉลี่ย 24 ชั่วโมง ต้องมากกว่า 125 มคก./ลบ.ม. ต่อเนื่องกันเกิน 5 วันถึงจะประกาศได้

นายภัทรพงษ์ ระบุว่า นี่ขนาดปรับมาแล้ว รัฐบาลที่แล้วตั้งไว้สูงถึง 150 มคก./ลบ.ม. ช่างเป็นเกณฑ์ที่เขียนจากคนห้องแอร์ที่ไม่เคยมาเผชิญปัญหาจริงๆ ทั้งที่ในส่วนนี้ ผมเคยเสนอให้มีการปรับลดลงมานานแล้ว คือ ปรับเป็นสองขั้น หากค่า PM2.5 เกิน 75 ติดต่อสามวันให้เป็นขั้นแรกใช้เกณฑ์ป้องกันยับยั้งภัยในการดำเนินการ และหากเกิน 120 สามวันถือเป็นขั้นที่สองใช้เกณฑ์ภัยพิบัติในการเข้าช่วยเพิ่มเติม ประกาศไปแล้วได้อะไร จังหวัดจะสามารถเข้าถึงเงินฉุกเฉินที่เอามาช่วยจัดการที่ต้นตอ ค่าจ้างแรงงาน ค่าน้ำมันเชื้อเพลิงของคนดับไฟป่า และสามารถเอาจัดการที่ปลายทางกับกลุ่มเปราะบางในการจัดซื้อหน้ากากอนามัยหรือมุ้งสู้ฝุ่น ทำห้องปลอดฝุ่นให้กลุ่มเปราะบาง โดยเฉพาะเด็กเล็กและผู้ป่วยติดเตียงได้ ไม่ใช่ทุกคนที่จะมีบ้านติดแอร์พร้อมเครื่องฟอกอากาศนะครับ

นายภัทรพงษ์ ย้ำว่า ซึ่งปัญหาในตอนนี้กระทบทั้งภาคเหนือตอนบนอย่างรุนแรง ผมขอเรียกร้องให้รัฐบาลประกาศเขตภัยพิบัติในภาคเหนือตอนบน ยกระดับภัยเป็นระดับ 3 ให้รัฐมนตรีมหาดไทยนั่งหัวโต๊ะเป็นผู้บัญชาการ และให้แต่ละกระทรวงดำเนินการตามภารกิจภัยพิบัติ กระทรวงสาธารณสุขจัดการเรื่องการรับมือผลกระทบสุขภาพ กระทรวง พม. ชี้เป้าจัดการเรื่องแผนที่เสี่ยงกลุ่มเปราะบาง กระทรวงทรัพยากรฯ จัดการที่ต้นตอไฟป่าโดยใช้งบจากเงินทดรองราชการของจังหวัด และให้กระทรวงกลาโหมเข้าช่วยจัดการส่วนนี้ด้วย (กระทรวงทรัพยากรฯ ไม่มีงบฉุกเฉินก้อนนี้ แต่กระทรวงอื่นๆ มีครบ) ทั้งหมดนี้ต้องจัดการโดยด่วน ลมหายใจของประชาชนรอไม่ได้ ยิ่งช้าเรายิ่งเพิ่มความเสี่ยงมะเร็งปอดให้กับประชาชน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...