ส่องสถิติ 12 ประเทศ ขึ้นราคาน้ำมันดีเซล “ฟิลิปปินส์”พุ่งชนเพดาน 81.6%
ตลาดน้ำมันโลกเผชิญความผันผวนอย่างหนักในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา หลังจากการสู้รบในตะวันออกกลางที่มีอิหร่านเข้ามาเกี่ยวข้องขยายวงกว้างขึ้น สร้างความกังวลต่อการหยุดชะงักของแหล่งพลังงานสำคัญ รอยเตอร์ (Reuters) รายงานว่า ราคาน้ำมันดิบเบรนท์พุ่งเกิน 110 ดอลลาร์สหรัฐ (3,575 บาท) ต่อบาร์เรลเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่กลางปี 2565 เนื่องจากความเสี่ยงที่การขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซอาจถูกปิดกั้น
ขณะที่ สำนักงานพลังงานระหว่างประเทศ (International Energy Agency) เตือนว่านี่อาจเป็นการชะงักงันของอุปทานน้ำมันครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ยุคใหม่
สถานการณ์ดังกล่าวส่งผลกระทบโดยตรงต่อประเทศไทย ล่าสุดคณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (กบน.) มีมติปรับขึ้นราคาน้ำมันทุกชนิดพรวดเดียว 6 บาทต่อลิตร มีผลวันที่ 26 มีนาคม 2569 เพื่อรักษาเสถียรภาพกองทุนน้ำมันฯ ที่ปัจจุบันติดลบกว่า 35,000 ล้านบาท ส่งผลให้ราคาน้ำมันดีเซลขยับขึ้นมาอยู่ที่ 38.94 บาทต่อลิตร และแก๊สโซฮอล์ 95 แตะระดับ 41.05 บาทต่อลิตร
ข้อมูลจาก โกลบอล เพโทร ไพรซ์ (Global Petrol Prices) ที่เผยแพร่โดย สแตติสตา (Statista) แสดงให้เห็นถึงการปรับขึ้นราคาน้ำมันที่รุนแรงทั่วโลก ในช่วงเวลาเพียง 1 เดือน (23 กุมภาพันธ์ - 23 มีนาคม 2569) ดังนี้:
เจาะข้อมูลรายประเทศ: ราคาน้ำมันดีเซลพุ่งนำ
• กลุ่มตลาดเกิดใหม่: ได้รับผลกระทบหนักสุด โดย ฟิลิปปินส์ นำโด่ง ราคาน้ำมันดีเซลพุ่งสูงที่สุดถึง +81.6% และน้ำมันเบนซิน +54.2% ตามมาด้วย ไนจีเรีย ที่น้ำมันดีเซล +65.5% และน้ำมันเบนซิน +48.7%
• กลุ่มประเทศพัฒนาแล้ว (OECD): ก็ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมาก ออสเตรเลีย น้ำมันดีเซล +52.1%,น้ำมันเบนซิน +42.0%, สหรัฐอเมริกา น้ำมันดีเซล +41.2%, น้ำมันเบนซิน +30.2%, และ แคนาดา น้ำมันดีเซล +36.9%, น้ำมันเบนซิน +25.2%
• ยุโรป: ถึงแม้การปรับตัวจะน้อยกว่า แต่ยังถือว่าสูง โดยน้ำมันดีเซลนำการปรับขึ้นใน เยอรมนี (+30.9%) และ ฝรั่งเศส (+27.8%)
• เอเชีย: การปรับตัวค่อนข้างจำกัด สะท้อนถึงมาตรการควบคุมของภาครัฐ โดยน้ำมันเบนซินปรับตัวขึ้นเพียง +10.0% ใน จีน, +8.4% ใน เกาหลีใต้, และเพียง +2.5% ใน ญี่ปุ่น (ซึ่งญี่ปุ่นมีการปรับตัวของน้ำมันดีเซลเท่ากันที่ +2.5% ด้วย)
สถานการณ์นี้ชี้ให้เห็นว่า ผู้บริโภคทั่วโลก โดยเฉพาะในกลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่ กำลังแบกรับภาระต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้นอย่างมหาศาล ท่ามกลางการจับตาว่าสงครามที่ยืดเยื้ออาจดันต้นทุนการผลิตและค่าครองชีพให้สูงขึ้นต่อเนื่องในระยะ
ที่มา :Statista