โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ปิดจ็อบบางจากซื้อเอสโซ่ ควัก 5 หมื่นล้าน ดันรายได้ 5 แสนล้าน

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 01 ก.ย 2566 เวลา 16.37 น. • เผยแพร่ 02 ก.ย 2566 เวลา 03.05 น.

เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2566 นายชัยวัฒน์ โควาวิสารัช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัท บางจาก และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ประกาศความสำเร็จ ของดีลประวัติศาสตร์ที่ใช้เวลาถึง 231 วัน เข้าซื้อหุ้นสามัญของบริษัท เอสโซ่ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) (เอสโซ่) 2,283,750,000 หุ้น คิดเป็นร้อยละ 65.99 ของจำนวนหุ้นสามัญที่ออกและจำหน่ายแล้วทั้งหมดของบริษัท เอสโซ่ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ในราคาประมาณ 9.8986 บาท มูลค่าดีลรวม 55,500 ล้านบาท

ครบวงจรต้นน้ำถึงปลายน้ำ

ในวงการพลังงานบางจากอายุ 39 ปี สามารถเข้าเทกโอเวอร์กิจการเอสโซ่อายุ 129 ปี นับว่าเป็นดีลที่ไม่ธรรมดาเลย

สำหรับสินทรัพย์ที่ได้รับมอบมา ประกอบด้วย 1.โรงกลั่นเอสโซ่ศรีราชา กำลังการผลิต 174,000 บาร์เรล ส่งผลให้ปัจจุบันบางจากจะมีโรงกลั่นบางจากพระโขนง (เดิม) และโรงกลั่นบางจาก ศรีราชา รวม 2 แห่ง มีกำลังการผลิต 300,000 บาร์เรล ขึ้นเป็นเบอร์ 1 ของผู้ประกอบการในธุรกิจโรงกลั่นน้ำมันของประเทศไทย

ในด้านคุณภาพของน้ำมัน บางจากยังได้รับรางวัลผู้ผลิตน้ำมันที่ได้มาตรฐานระดับสากล TQA ซึ่งนับเป็นรางวัลระดับ world class สะท้อนว่าไม่ใช่เพียงจะมีคุณภาพสูงสุดในไทย แต่ยังสูงสุดในระดับโลกอีกด้วย คุณภาพของน้ำมันของบางจากได้รับการทดสอบ bride test โดยผู้ขับขี่ทั่วไป ก่อนจะนำออกวางตลาดทุกครั้ง หลายคนจะสามารถลดความกังวลจากเรื่องของคุณภาพของสูตรน้ำมันได้

2.โรงงานพาราไซลีน 500,000 ตัน ซึ่งเป็นโรงงานใหม่ที่เอสโซ่เพิ่งลงทุนไม่ถึง 10 ปี มูลค่าการลงทุนตอนนั้น 400-500 ล้านเหรียญสหรัฐ

3.พื้นที่อาคาร 9,000 ตร.ม. และคลังน้ำมันที่ จ.ลำปาง และ อ.ศรีราชา

4.สถานีบริการน้ำมันเอสโซ่ 832 สาขา รวมกับสถานีบางจาก 1,360 สาขา รวม 2,192 สาขา ซึ่งในปีนี้จะมีสถานีบริการรวม 2,250 สาขา และอาจจะขึ้นเป็น 2,300 สาขาภายในปี 2567

สำหรับส่วนแบ่งการตลาดของน้ำมันปัจจุบันมีสัดส่วนอยู่ประมาณ 20% ของตลาด ซึ่งหลังจากนี้จะเพิ่มเป็น 30% ขึ้นมาเป็นอันดับ 2 รองจากเจ้าใหญ่ที่มี 40% และที่สำคัญ จะมีสมาชิกผู้ใช้น้ำมันจากบัตรเอสโซ่สไมล์จำนวน 4 ล้านรายเพิ่มมากขึ้น จากปัจจุบันที่บางจากกรีนไมลส์ มีสมาชิก 6 ล้านราย

5.หุ้นในบริษัท ท่อส่งปิโตรเลียมไทย จำกัด 21% และบริษัท บริการเชื้อเพลิงการบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BAFS 7.06%

6.ปริมาณน้ำมัน 7.4 ล้านบาร์เรล และ 8.พื้นที่และท่าเรือ 800 ไร่

“ในวันนี้ (31 สิงหาคม 2566) บางจากได้รับโอนใบหุ้นจากการซื้อหุ้น ESSO สำเร็จ คืนนี้สินทรัพย์จะเปลี่ยนเป็นของบางจากเวลา 00.01 น. น้ำมันในปั๊มเอสโซ่จะเปลี่ยนเป็นสูตรบางจาก สังเกตจากสติ๊กเกอร์ที่หัวจ่าย ส่วนปั๊มจะใช้เวลาเปลี่ยนผ่าน 2 ปี โดยปั๊ม 832 สาขาเป็นปั๊มที่เอสโซ่ลงทุนบริหารเอง ส่วนของดีลเลอร์ 550 สาขา สมาชิกบัตรเอสโซ่สไมล์จะเริ่มโอนคะแนนได้”

ใครได้ประโยชน์จากดีลสูงสุด

นายชัยวัฒน์เล่าว่า สินทรัพย์ทั้งหมดที่ได้จากดีลนี้จะถือว่าเป็นประโยชน์ที่ประชาชน และประเทศ ยกตัวอย่างเช่น ไทยจะมีสต๊อกน้ำมัน 7.4 ล้านบาร์เรล ถือว่ามีความมั่นคงด้านพลังงาน หากมีอะไรเกิดขึ้นก็สามารถนำมาใช้ได้ และจะได้โรงกลั่นเป็นสมบัติของประเทศไทยเพิ่มขึ้นจากเดิมที่มีโรงกลั่นบางจากที่ใช้กำลังการผลิต เพิ่มจาก 75% เป็น 103% แล้ว และเมื่อได้โรงกลั่นเอสโซ่มาเพิ่มก็จะสามารถกลั่นได้เต็มกำลังการผลิต 300,000 บาร์เรล

ขณะที่เทคโนโลยีการกลั่นของเอสโซ่และบางจาก มีความถนัดคนละด้าน โดยบางจากมีความเชี่ยวชาญในการผลิตดีเซล ส่วนเอสโซ่ถนัดในการผลิตเบนซิน จะเสริมความแข็งแกร่งซึ่งกันและกัน

นับเป็นผลประโยชน์ที่เสริมกันของโรงกลั่นทั้งสอง เพิ่มความหลากหลายในการจัดหาน้ำมันดิบ สามารถเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดหาและขนส่งน้ำมันดิบร่วมกัน เพิ่มกำลังการผลิตเพื่อรองรับความต้องการของตลาดและปรับปรุงประสิทธิภาพการกลั่น รวมถึงสามารถใช้ประโยชน์จากแผนบำรุงรักษาโรงกลั่นร่วมกันด้วย

ขณะที่ประโยชน์ในเรื่องของสถานีบริการน้ำมันที่มากขึ้นจะช่วยให้ประชาชนสามารถเข้าถึงสถานีบริการในราคาที่เหมาะสมได้มากขึ้น ทั้งยังจะทำให้สินค้าเกษตรและสินค้าชุมชนมีช่องทางในการจำหน่ายมากขึ้นด้วย

นอกจากนี้ประโยชน์ที่มีต่อโลกคือเมื่อมีการควบรวมกิจการจะทำให้สามารถลดต้นทุนและลดการสูญเสียจากการขนส่งลดลง ซึ่งจะมีผลทำให้การปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ลดลง

ขณะที่ประโยชน์ที่บริษัทจะได้รับก็คือการเพิ่มรายได้จากการซื้อกิจการ จากเดิมที่บริษัทมีรายได้ในช่วงก่อนโควิดอยู่ที่ 136,450 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเป็น 312,202 ล้านบาทในปีที่ผ่านมา

“ปีนี้เมื่อได้ซื้อกิจการเอสโซ่ก็จะทำให้รับรู้รายได้เพิ่มขึ้นเป็น 380,000 ล้านบาท และคาดหวังว่าจะเพิ่มขึ้นเป็น 5 แสนล้านบาทในปี 2024 หรือเรียกง่าย ๆ ว่าปีหน้าเราจะได้ esso เต็มปี ทำให้มียอดขายครึ่งล้านล้านบาท และคืนทุนใน 5 ปี”

นายชัยวัฒน์กล่าวว่า ในวันที่ 4 กันยายน 2566 บริษัทมีแผนที่จะไปโรดโชว์พบกับนักลงทุนที่ประเทศสิงคโปร์ มีผู้ทำการนัดหมายมาประมาณ 200 ราย นับเป็นประโยชน์ที่ได้จากการ synergy ธุรกิจ ให้บางจากมีอำนาจในการต่อรองมากขึ้น โดยปกติแล้วบริษัท บางจากฯ ก็มีการนำเข้าน้ำมันอยู่ประมาณ 80-90 ล้านบาร์เรล

เอสโซ่ บางจาก

แผนเปลี่ยนผ่านปั๊ม 2 ปี

นายสมชัย เตชะวณิช ประธานเจ้าหน้าที่การตลาดและรองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ.บางจาก คอร์ปอเรชั่น (BCP) เปิดเผยว่า การให้บริการด้านการตลาดจะครอบคลุมและนำเสนอบริการให้กับลูกค้าได้มากยิ่งขึ้นผ่านเครือข่ายสถานีบริการน้ำมันทั่วประเทศรวมกว่า 2,200 แห่ง และจะเพิ่มเป็น 2,250 ถึง 2,300 แห่งในปี 2567

ทั้งนี้ ส่วนของการเปลี่ยนผ่าน อธิบายได้ว่าจะแบ่งเป็นสิทธิประโยชน์ของผู้ใช้บัตรเอสโซ่สไมล์ ซึ่งมีจำนวน 4 ล้านสมาชิกจะได้สิทธิประโยชน์ภายใต้บัตรเดิมเป็นระยะเวลา 1 ปี จนถึงวันที่ 30 สิงหาคม 2567 โดยระหว่างนี้สมาชิกสามารถที่จะโอนย้ายคะแนนมาอยู่ที่บางจาก ตั้งแต่วันที่ 16 กันยายน 2566 โดยสมาชิกที่โอนสิทธิในเดือนพฤศจิกายน 2566 จะได้รับแต้มสะสมเพิ่ม 100 แต้ม

ส่วนน้ำมันที่จำหน่ายในปั๊มเอสโซ่ทั้งหมด 832 ปั๊ม จะเป็นปั๊มที่ลงทุนและบริหารโดยบริษัท เอสโซ่ จำนวน 280 ปั๊มจะเริ่มดำเนินการเปลี่ยนผ่านตั้งแต่เดือนกันยายนนี้เป็นต้นไป ส่วนที่เหลือจะเป็นปั๊มที่ลงทุนและบริหารโดยดีลเลอร์ประมาณ 550 ปั๊ม จะมีการเจรจาเพื่อทำสัญญากับดีลเลอร์ในลำดับต่อไป

ส่วนประเด็นในเรื่องของความซ้ำซ้อนของสาขาปั๊มน้ำมันเอสโซ่และบางจากในพื้นที่เดียวกันนั้น มองว่าทั้งสองปั๊มจะมีส่วนที่จะเสริมกัน เพราะว่าบางจากจะได้เครือข่ายของปั๊มน้ำมันในกรุงเทพฯ 220 ปั๊ม และในต่างจังหวัดของเอสโซ่เพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะภาคเหนือ 160 ปั๊ม และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 130 ปั๊ม นอกจากนี้ บริษัทยังคงมีแผนขยายจุดชาร์จ EV ในสถานีบริการน้ำมัน 240 สถานี รวม 840 หัวจ่าย ภายในปีนี้ ซึ่งบางจากจะทำงานร่วมกับเอสโซ่อย่างใกล้ชิด

“แบรนด์ของปั๊มน้ำมันเอสโซ่ยังใช้ได้อีก 2 ปี ส่วนน้ำมันจะเริ่มเปลี่ยนเป็นสูตรน้ำมันของบางจากในเวลา 00.01 น. ของคืนวันที่ 31 สิงหาคม 2566 ซึ่งในส่วนของน้ำมันจะสามารถใช้ได้ไม่เกิน 90 วันจนกว่าสต๊อกจะหมดก็จะทยอยเปลี่ยนให้ครบ”

ดีลนี้ไม่เพียงส่งผลดีต่อธุรกิจของบางจากเท่านั้น แต่ยังมีความสำคัญต่อภาพรวมของธุรกิจพลังงานในประเทศไทยด้วย ทั้งนี้ สถานีบริการของเอสโซ่จะเริ่มทยอยเปลี่ยนป้ายเป็นสถานีบริการบางจากภายใน 2 ปี โดยน้ำมันที่จำหน่ายในสถานีบริการเป็นผลิตภัณฑ์น้ำมันคุณภาพสูงจากโรงกลั่นน้ำมันมาตรฐานระดับโลกทั้ง 2 แห่งของกลุ่มบริษัทบางจาก น้ำมันทุกชนิดเป็นผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและได้รับการควบคุมคุณภาพตามมาตรฐานของกรมธุรกิจพลังงาน

นอกจากนี้ น้ำมันเกรดพรีเมี่ยมของบางจากทั้งแก๊สโซฮอล์และดีเซล ยังได้มาตรฐานยูโร 5 และมีค่าออกเทนและซีเทนสูงกว่าค่ามาตรฐานของกรมธุรกิจพลังงาน

สำหรับลูกค้าเอสโซ่ซึ่งเป็นสมาชิกบัตรเอสโซ่สไมลส์ยังสามารถสะสมคะแนนและแลกคะแนน เอสโซ่สไมล์ได้อีก 1 ปีจนถึงวันที่ 31 สิงหาคม 2567 ภายใต้บัตรเดิม หรือสามารถโอนคะแนนสะสมมาเป็นสมาชิกบางจากกรีนไมลส์ โดยจะได้รับคะแนนโบนัสพิเศษเพิ่ม 100 คะแนน หากทำการโอนย้ายคะแนนภายในวันที่ 30 พฤศจิกายน 2566

ทั้งนี้ สำหรับสมาชิกบัตรบางจากกรีนไมลส์ นอกจากจะสามารถนำคะแนนสะสมจากการเติมน้ำมันและซื้อสินค้าในเครือบางจากฯ มาใช้เป็นส่วนลดหรือทำประโยชน์อื่น ๆ ตามไลฟ์สไตล์ของตนแล้ว ยังสามารถรับส่วนต่างราคาน้ำมันที่ปรับขึ้นคืนเป็นคะแนนพิเศษเพิ่มเมื่อเติมน้ำมันในวันแรกที่ปรับขึ้นราคา และยังร่วมบริจาคเงินจากการสะสมคะแนนให้กับองค์กรสาธารณประโยชน์ต่าง ๆ ที่บางจากฯดำเนินมาต่อเนื่องเป็นปีที่ 18 เพื่อร่วมกันช่วยทำให้สังคมไทยน่าอยู่อย่างยั่งยืนด้วย

เงินกู้ไม่กระทบ D/E

นางสาวภัทร์ภูรี ชินกุลกิจนิวัฒน์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ กลุ่มงานบัญชีและการเงินกล่าวว่า ในการทำดีลซื้อบางจากนี้ บริษัทได้มีการกู้เงิน แต่เราเพิ่งจ่ายเงินลงทุนไปเพียง 22,206 ล้านบาท โดยในจำนวนนี้เป็นเงินของบางจาก 17,000 ล้านบาท และเป็นเงินกู้ที่เบิกจากธนาคารกรุงเทพ 5,000 ล้านบาท ซึ่งไม่ใช่เงินกู้ที่มีปริมาณเยอะ มองว่าในพาร์ตนี้จะใช้แค่ 20% ซึ่งหากรวมทำเทนเดอร์ออฟเฟอร์ 34,000 ล้านบาท ก็เท่ากับจะใช้เงินกู้ 17,000 ล้านบาท และเมื่อคิดเป็นสัดส่วนของหนี้ต่อทุน (D/E) ก็จะอยู่ที่ 1.3 เท่า

ขณะที่ขนาดมาร์เก็ตแคปของบางจากปัจจุบันอยู่ที่ 50,000 ล้านบาท ซึ่งภายหลังจากที่มีการโอนสินทรัพย์ของ ESSO เข้ามาก็จะมีการประเมินมูลค่าของสินทรัพย์ที่โอนเข้ามาอีกครั้ง

คงแผนลงทุน 200,000 ล้าน

ในด้านของแผนลงทุนของบางจากนั้นยังคงใช้วงเงินในการลงทุนเดิม 200,000 ล้านบาทภายใน 5 ปี โดยจะแบ่งเป็นสัดส่วนของการลงทุนในธุรกิจสำรวจและขุดเจาะน้ำมัน 30% ลงทุนในธุรกิจน้ำมันอากาศยาน 30% สำหรับ 30% และธุรกิจอื่น ๆ เช่น BBGI อีก 10%

“ในวันนี้ เรามีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่จะได้ต้อนรับพนักงาน ผู้ประกอบการและลูกค้ารายใหม่จากเอสโซ่ 600 คน สู่ครอบครัวบางจาก ซึ่งการรวมทีมงานคุณภาพของทั้งสองบริษัทจะช่วยเสริมสร้างความแข็งแกร่งและความสามารถตามแผนขยายธุรกิจของบริษัทให้เติบโตได้อย่างรวดเร็วยิ่งขึ้น ซึ่งจะช่วยเปิดโอกาสใหม่ ๆ ให้ลูกค้าสามารถเข้าถึงผลิตภัณฑ์และประสบการณ์ Greenovative Experience ผ่านช่องทางการให้บริการที่ขยายเพิ่มขึ้น

นับเป็นการผสานสองพลังที่ยิ่งใหญ่ Together To Greater เพื่อส่งมอบผลิตภัณฑ์และประสบการณ์ที่ดีที่สุดสู่ลูกค้า ไม่เพียงส่งผลดีต่อธุรกิจของกลุ่มบริษัทบางจากเท่านั้น แต่ยังมีความสำคัญต่อภาพรวมของธุรกิจพลังงานในประเทศไทยด้วย” นายชัยวัฒน์กล่าวสรุป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...