โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

สภาวิชาชีพบัญชี จ่อแก้กฎหมายให้อำนาจกำกับดูแลมากขึ้น

การเงินธนาคาร

อัพเดต 01 ก.ย 2566 เวลา 18.02 น. • เผยแพร่ 01 ก.ย 2566 เวลา 11.02 น.

นายวินิจ ศิลามงคล นายก สภาวิชาชีพบัญชี เปิดเผยว่า กรณี บมจ. สตาร์ค คอร์เปอเรชั่น (STARK) คณะกรรมการจรรยาบรรณของผู้ประกอบวิชาชีพบัญชีได้รับเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับการทำงานของผู้สอบบัญชีแล้ว

ปัจจุบันอยู่ระหว่างการสอบสวนข้อเท็จจริงโดยทำงานประสานกันอย่างใกล้ชิดกับสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ที่อยู่ระหว่างการสอบสวนข้อเท็จจริงเช่นกัน ซึ่งสภาวิชาชีพบัญชีจะได้เร่งรัดสอบสวนเรื่องดังกล่าวให้เร็วที่สุด

ทั้งนี้การดำเนินการสืบสวนและลงโทษผู้ประกอบวิชาชีพบัญชีนั้น จะดำเนินการโดยคณะกรรมการจรรยาบรรณของผู้ประกอบวิชาชีพบัญชี ซึ่งเป็นหน่วยงานอิสระจากคณะกรรมการของสภาวิชาชีพบัญชี โดยมีบทบาท หน้าที่ และความรับผิดชอบโดยอิสระ

หากมีเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับการทำงานของผู้ประกอบวิชาชีพบัญชี โดยสามารถตั้งคณะทำงานหรืออนุกรรมการเพื่อสอบสวนกรณีที่มีการร้องเรียนและพิจารณาโทษต่อผู้ประกอบวิชาชีพบัญชีโดยอิสระ

ขณะที่ผู้สอบบัญชีที่ได้รับอนุญาตให้ทำหน้าที่เป็นผู้สอบบัญชีของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯต้องสังกัดสำนักงานที่ก.ล.ต. ให้ความเห็นชอบและมีคุณสมบัติครบถ้วนตามข้อกำหนดของสำนักงาน ก.ล.ต. ดังนั้นผู้สอบบัญชีที่มีคุณสมบัติตรวจสอบงบการเงินของบริษัทจดทะเบียน (บจ.)ได้จึงอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของทั้งสำนักงานก.ล.ต. และสภาวิชาชีพบัญชี

อย่างไรก็ตามสภาวิชาชีพบัญชีมีบทบาทหน้าที่และความรับชอบในการส่งเสริมสนับสนุน ครอบคลุมการกำหนดมาตรฐานทางวิชาชีพบัญชี อาทิ มาตรฐานการสอบบัญชี มาตรฐานดังกล่าวเป็นมาตรฐานสากลที่ได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ เป็นมาตรฐานและแนวทางการทำงานที่กำหนดให้ผู้สอบบัญชีต้องปฏิบัติตาม

ทั้งนี้ สภาวิชาชีพบัญชีได้กำหนดมาตรฐานและมาตรการด้านการควบคุมคุณภาพงานของผู้สอบบัญชีและสำนักงานที่ผู้สอบบัญชีสังกัดขึ้นอีกชั้นหนึ่งด้วย

ดังนั้น คุณภาพ (Quality) ความไว้วางใจ (Trust) ความซื่อสัตย์ (Intrigity) ความโปร่งใส(Transparency) และความเป็นอิสระ (Independence) จึงเป็นสิ่งที่มีความสำคัญที่ผู้ประกอบวิชาชีพและสภาวิชาชีพบัญชียึดถือเสมอมา

นายวินิจ กล่าวว่า สำหรับเรื่องที่เกิดขึ้นกรณี STARK ซึ่งผู้ที่เกี่ยวข้อง เฉพาะอย่างยิ่งผู้ลงทุน อาจตั้งเป็นข้อสังเกตที่สำคัญเพื่อการป้องกันหรือลดความเสี่ยงในการลงทุนได้ ดังนี้

  • การทำความเข้าใจอย่างถ่องแท้ในธุรกิจของบริษัทที่จะลงทุน ตลอดรวมโครงสร้างของกลุ่มบริษัททั้งในและต่างประเทศ
  • เข้าใจพื้นฐานและที่มา รวมถึงประวัติของผู้ถือหุ้น กรรมการ ผู้บริหาร และที่ปรึกษา
  • ทิศทางและความชัดเจนของการลงทุน และการใช้เงินจากการระดมทุนในแต่ละครั้ง
  • ความเข้าใจในรายละเอียดของหนังสือชี้ชวนการลงทุน ได้แก่ งบการเงินและข้อมูลที่เกี่ยวข้องอื่น
  • พื้นฐานของสำนักงานสอบบัญชีและผู้สอบบัญชีที่ได้รับการแต่งตั้งจากกรรมการและผู้ถือหุ้น

อย่างไรก็ตามประเด็นสำคัญข้างต้นถือเป็นส่วนหนึ่งของข้อมูลที่ผู้ที่เกี่ยวข้องต้องใส่ใจ เพื่อลดความเสี่ยงในการลงทุนโดยนโยบายและการดำเนินการของสภาวิชาชีพบัญชีในเชิงป้องกันและติดตาม มีดังนี้

  • ทำงานใกล้ชิดกับหน่วยกำกับดูแล เช่น สำนักงาน ก.ล.ต. และกระทรวงพาณิชย์เพื่อเสริมแนวปฏิบัติงานของผู้ประกอบวิชาชีพให้ยึดมาตรฐานการทำงานและจรรยาบรรณมากขึ้น
  • เผยแพร่รูปแบบและวิธีการปฏิบัติงานเพื่อคุณค่างานที่สูง มีคุณภาพและจรรยาบรรณที่ดี
  • เน้นย้ำความสำคัญของคุณภาพงานและการทำงานตามมาตรฐานที่กำหนด ให้ผู้ประกอบวิชาชีพได้ตระหนักอย่างต่อเนื่อง
  • สื่อสารอย่างใกล้ชิดกับผู้ประกอบการและผู้บริหารที่ต้องให้ความสำคัญต่อคุณค่างานสอบบัญชีและผลตอบแทนที่เป็นธรรม
  • มีหน่วยงานเฉพาะเพื่อส่งเสริมและปรับรุงคุณภาพสำนักงานของผู้ประกอบวิชาชีพบัญชีและผู้ประกอบวิชาชีพ
  • จะมีการทบทวนกฎหมายที่เกี่ยวกับผู้ประกอบวิชาชีพบัญชีเพื่อเปิดทางให้สภาวิชาชีพบัญชีสามารถกำหนดมาตรการเชิงป้องกันและติดตามให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้น
ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...