สภาวิชาชีพบัญชี จ่อแก้กฎหมายให้อำนาจกำกับดูแลมากขึ้น
นายวินิจ ศิลามงคล นายก สภาวิชาชีพบัญชี เปิดเผยว่า กรณี บมจ. สตาร์ค คอร์เปอเรชั่น (STARK) คณะกรรมการจรรยาบรรณของผู้ประกอบวิชาชีพบัญชีได้รับเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับการทำงานของผู้สอบบัญชีแล้ว
ปัจจุบันอยู่ระหว่างการสอบสวนข้อเท็จจริงโดยทำงานประสานกันอย่างใกล้ชิดกับสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ที่อยู่ระหว่างการสอบสวนข้อเท็จจริงเช่นกัน ซึ่งสภาวิชาชีพบัญชีจะได้เร่งรัดสอบสวนเรื่องดังกล่าวให้เร็วที่สุด
ทั้งนี้การดำเนินการสืบสวนและลงโทษผู้ประกอบวิชาชีพบัญชีนั้น จะดำเนินการโดยคณะกรรมการจรรยาบรรณของผู้ประกอบวิชาชีพบัญชี ซึ่งเป็นหน่วยงานอิสระจากคณะกรรมการของสภาวิชาชีพบัญชี โดยมีบทบาท หน้าที่ และความรับผิดชอบโดยอิสระ
หากมีเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับการทำงานของผู้ประกอบวิชาชีพบัญชี โดยสามารถตั้งคณะทำงานหรืออนุกรรมการเพื่อสอบสวนกรณีที่มีการร้องเรียนและพิจารณาโทษต่อผู้ประกอบวิชาชีพบัญชีโดยอิสระ
ขณะที่ผู้สอบบัญชีที่ได้รับอนุญาตให้ทำหน้าที่เป็นผู้สอบบัญชีของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯต้องสังกัดสำนักงานที่ก.ล.ต. ให้ความเห็นชอบและมีคุณสมบัติครบถ้วนตามข้อกำหนดของสำนักงาน ก.ล.ต. ดังนั้นผู้สอบบัญชีที่มีคุณสมบัติตรวจสอบงบการเงินของบริษัทจดทะเบียน (บจ.)ได้จึงอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของทั้งสำนักงานก.ล.ต. และสภาวิชาชีพบัญชี
อย่างไรก็ตามสภาวิชาชีพบัญชีมีบทบาทหน้าที่และความรับชอบในการส่งเสริมสนับสนุน ครอบคลุมการกำหนดมาตรฐานทางวิชาชีพบัญชี อาทิ มาตรฐานการสอบบัญชี มาตรฐานดังกล่าวเป็นมาตรฐานสากลที่ได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ เป็นมาตรฐานและแนวทางการทำงานที่กำหนดให้ผู้สอบบัญชีต้องปฏิบัติตาม
ทั้งนี้ สภาวิชาชีพบัญชีได้กำหนดมาตรฐานและมาตรการด้านการควบคุมคุณภาพงานของผู้สอบบัญชีและสำนักงานที่ผู้สอบบัญชีสังกัดขึ้นอีกชั้นหนึ่งด้วย
ดังนั้น คุณภาพ (Quality) ความไว้วางใจ (Trust) ความซื่อสัตย์ (Intrigity) ความโปร่งใส(Transparency) และความเป็นอิสระ (Independence) จึงเป็นสิ่งที่มีความสำคัญที่ผู้ประกอบวิชาชีพและสภาวิชาชีพบัญชียึดถือเสมอมา
นายวินิจ กล่าวว่า สำหรับเรื่องที่เกิดขึ้นกรณี STARK ซึ่งผู้ที่เกี่ยวข้อง เฉพาะอย่างยิ่งผู้ลงทุน อาจตั้งเป็นข้อสังเกตที่สำคัญเพื่อการป้องกันหรือลดความเสี่ยงในการลงทุนได้ ดังนี้
- การทำความเข้าใจอย่างถ่องแท้ในธุรกิจของบริษัทที่จะลงทุน ตลอดรวมโครงสร้างของกลุ่มบริษัททั้งในและต่างประเทศ
- เข้าใจพื้นฐานและที่มา รวมถึงประวัติของผู้ถือหุ้น กรรมการ ผู้บริหาร และที่ปรึกษา
- ทิศทางและความชัดเจนของการลงทุน และการใช้เงินจากการระดมทุนในแต่ละครั้ง
- ความเข้าใจในรายละเอียดของหนังสือชี้ชวนการลงทุน ได้แก่ งบการเงินและข้อมูลที่เกี่ยวข้องอื่น
- พื้นฐานของสำนักงานสอบบัญชีและผู้สอบบัญชีที่ได้รับการแต่งตั้งจากกรรมการและผู้ถือหุ้น
อย่างไรก็ตามประเด็นสำคัญข้างต้นถือเป็นส่วนหนึ่งของข้อมูลที่ผู้ที่เกี่ยวข้องต้องใส่ใจ เพื่อลดความเสี่ยงในการลงทุนโดยนโยบายและการดำเนินการของสภาวิชาชีพบัญชีในเชิงป้องกันและติดตาม มีดังนี้
- ทำงานใกล้ชิดกับหน่วยกำกับดูแล เช่น สำนักงาน ก.ล.ต. และกระทรวงพาณิชย์เพื่อเสริมแนวปฏิบัติงานของผู้ประกอบวิชาชีพให้ยึดมาตรฐานการทำงานและจรรยาบรรณมากขึ้น
- เผยแพร่รูปแบบและวิธีการปฏิบัติงานเพื่อคุณค่างานที่สูง มีคุณภาพและจรรยาบรรณที่ดี
- เน้นย้ำความสำคัญของคุณภาพงานและการทำงานตามมาตรฐานที่กำหนด ให้ผู้ประกอบวิชาชีพได้ตระหนักอย่างต่อเนื่อง
- สื่อสารอย่างใกล้ชิดกับผู้ประกอบการและผู้บริหารที่ต้องให้ความสำคัญต่อคุณค่างานสอบบัญชีและผลตอบแทนที่เป็นธรรม
- มีหน่วยงานเฉพาะเพื่อส่งเสริมและปรับรุงคุณภาพสำนักงานของผู้ประกอบวิชาชีพบัญชีและผู้ประกอบวิชาชีพ
- จะมีการทบทวนกฎหมายที่เกี่ยวกับผู้ประกอบวิชาชีพบัญชีเพื่อเปิดทางให้สภาวิชาชีพบัญชีสามารถกำหนดมาตรการเชิงป้องกันและติดตามให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้น