โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ถอดบทเรียน TCAS66 ปัญหา ข้อผิดพลาดที่เกิดขึ้นกับระบบเข้ามหา'ลัย

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 29 ส.ค. 2566 เวลา 05.38 น. • เผยแพร่ 28 ส.ค. 2566 เวลา 11.01 น.

ผู้เชี่ยวชาญระบบสอบเข้ามหาวิทยาลัย ถอดบทเรียน TCAS66 ปัญหาและความผิดพลาดที่เกิดขึ้นจากการสอบ TGAT/TPAT และ A-LEVEL พร้อมแนะการเตรียมความพร้อม วิธีป้องกันไม่ให้เกิดข้อผิดพลาดซ้ำรอยสำหรับ TCAS67

วันที่ 28 สิงหาคม 2566 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังยกเครื่องระบบการสอบเข้ามหาวิทยาลัยในปี 2565 ที่ผ่านมา ทำให้นอกจากการเตรียมตัวของบรรดานักเรียน DEK67 ที่กำลังจะเข้าสนามสอบในปีนี้แล้ว เหล่าติวเตอร์ทั่วประเทศต่างก็ต้องทำการบ้าน ยกเครื่องรูปแบบการสอนกันใหม่เพื่อให้สอดคล้องกับรูปแบบการสอบที่ปรับเปลี่ยนไปด้วยเช่นกัน

โครงการ “สหพัฒน์แอดมิชชั่น ครั้งที่ 26” ยังได้จัดเสวนา “ถอดบทเรียน TCAS66 เตรียมสู้เต็มขั้น TCAS67” เมื่อไม่นานที่ผ่านมา โดยมี ดร.ธีระยุทธ บุญมา และปณต หาญชัยยุทธกร สองผู้เชี่ยวชาญระบบสอบ TCAS จาก TCASter ได้วิเคราะห์ 4 ปัญหาหลักของ DEK66 เพื่อเตือนสติ DEK67 ให้ระมัดระวัง พร้อมแนะวิธีการป้องกันไม่ให้เกิดข้อผิดพลาดซ้ำรอยขึ้นอีกในปีนี้ ดังนี้

  • ยื่นสมัครรอบแอดมิชชั่นแล้วหลุด เพราะการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการสอบในปีที่ผ่านมา ทำให้เกิดการเทียบคะแนนผิดพลาด แนวทางการแก้ไขนอกจากจะใช้คะแนนต่ำสุดของปีที่ผ่านมาเป็นเกณฑ์เทียบแล้ว ให้เปรียบเทียบหลักเกณฑ์อื่นของคณะ/สาขาวิชา/มหาวิทยาลัย ที่เลือกด้วยว่ายังเหมือนเดิมหรือไม่ หากมีการปรับเปลี่ยนเกณฑ์ต้องดูศักยภาพของตัวเองประกอบว่าสามารถไปต่อในสายหรือสาขานั้นได้หรือไม่
  • วิชา TGAT, TPAT ได้คะแนนน้อย แต่ภาพรวมคะแนนยังเฟ้อ เพราะปัญหาใหญ่ของนักเรียนคือ ทำข้อสอบ TGAT, TPAT ไม่ทันตามเวลาที่กำหนด ทางแก้ไขคือต้องฝึกฝนบ่อย ๆ ให้เกิดความชำนาญเพราะแนวข้อสอบสองวิชานี้ไม่ได้ซับซ้อน แต่จะเน้นความรวดเร็วในการทำข้อสอบเป็นหลัก
  • ไม่ได้ยื่นสมัครรอบพอร์ตและโควต้า เพราะไม่ทราบกำหนดการรับสมัคร ทางแก้ไขคือให้ติดตามข่าวสารจากแต่ละมหาวิทยาลัยหรือติดตามจากแอป TCASter โดยรอบพอร์ตจะเปิดรับช่วงประมาณเดือน ต.ค.-ม.ค. และรอบโควตาจะเปิดรับช่วงเดือน พ.ย.-เม.ย.
  • ลืมสมัครสอบ TGAT, TPAT, A-Level เมื่อไม่ได้สมัคร จึงไม่มีคะแนนยื่นสมัคร ทางแก้ไขคือ หากยังไม่แน่ใจว่าจะต้องใช้ผลคะแนนหรือไม่ ให้ยื่นสมัครไว้ก่อน และควรทำลิสต์วันรับสมัคร วันจ่ายเงิน วันสอบ เพื่อป้องกันความผิดพลาดที่อาจจะเกิดขึ้น

ทำความเข้าใจ 3 สถานะ

นอกจากนี้ ควรต้องทำความเข้าใจกับความหมายของสถานะทั้ง 3 สถานะให้ชัดเจน เพราะจะมีผลกระทบต่อสิทธิ์ของนักเรียนในรอบถัดไป โดยสถานะมีดังต่อไปนี้

  • ยืนยันสิทธิ คือการยืนยันที่เรียนที่ได้แล้ว เมื่อใช้สิทธินี้จะไม่สามารถไปสมัครรอบอื่นได้อีก
  • ไม่ใช้สิทธิ คือการสอบติดรอบแรกแล้ว แต่ไม่ต้องการใช้สิทธิ เพราะต้องการไปรอบต่อไป ต้องเลือกสถานะนี้
  • สละสิทธิ สำหรับนักเรียนที่เคยยืนยันสิทธิมาแล้ว ต่อมาเกิดเปลี่ยนใจอยากไปรอบอื่น ต้องสละสิทธิเสียก่อนจึงจะไปรอบอื่นได้ และการสละสิทธิจะทำได้เพียงครั้งเดียวเท่านั้น

เทคนิคเตรียมสอบ TGAT/TPAT และ A-Level

นอกจากนี้จากการเสวนา “ถอดบทเรียน TCAS66 เตรียมสู้เต็มขั้น TCAS67” ยังได้แนะนำเคล็ดลับเกี่ยวกับการสอบเข้ามหาวิทยาลัย TGAT/TPAT และ A-Level ดังนี้

  • วิชา TGAT ควรต้องรู้น้ำหนักแต่ละ part ว่าเน้นมากน้อยแค่ไหน โดยดูจากรายละเอียดของคณะ/สาขาวิชาที่ต้องการยื่นสมัคร ให้ความสำคัญกับ part ที่คณะ/สาขาวิชานั้นมุ่งเน้น
  • นอกจากนี้การทำข้อสอบเก่า ๆ ก็จะช่วยให้เห็นแนวของข้อสอบได้มาก และแม้จะผ่านตาข้อสอบเก่ามาแล้ว แต่ก็ต้องระวังคำสั่งในข้อสอบด้วยการอ่านให้รอบคอบเสมอ
  • วิชาภาษาอังกฤษ ในส่วน TGAT1 จะเหลือ 4 choice และในส่วน A-Level ตัวชี้วัดจะยากขึ้นแต่ไม่ว่าแนวข้อสอบจะเปลี่ยนไปอย่างไร ตัวชี้วัดก็ยังคงเดิม การฝึกฝนทำข้อสอบแนวต่าง ๆ ทั้ง conversation, cloze test, grammar, structure, vocabulary, reading จึงเป็นวิธีที่ดีที่สุด
  • วิชาภาษาไทย ในส่วน TGAT2 เน้นเทคนิคคล้าย A-Level ภาษาไทย และบางข้ออาจจะต้องใช้เวลาคิดพอสมควร ควรฝึกฝนทำข้อสอบเก่าให้คุ้นชิน และบางข้ออาจต้องใช้เวลาในการตีความ
  • วิชา TPAT1 ความถนัดทางแพทย์ ข้อสอบจะเป็นการถามตัวเองว่าเหมาะสมกับการเป็นหมอหรือไม่ มี 3 part คือจริยธรรม เชาว์ปัญญาและเชื่อมโยง part ที่ยากสุดคือจริยธรรม ที่เป็นเรื่องของทัศนคติ สอนกันไม่ได้ เพราะเป็นเรื่องของความรู้สึก สำหรับเทคนิคการยื่นสมัคร หากเป็นน้อง ๆ นักเรียนต่างจังหวัดแนะนำให้ยื่นรอบโควตาด้วย และทุกคนที่มีความสามารถพิเศษ ไม่ควรพลาดยื่นรอบพอร์ตด้วยเช่นกัน
  • วิชา TPAT3 ความถนัดทางวิศวะ คะแนนเฉลี่ยปีที่ผ่านมาสูงมากขึ้น เพราะมีการเปลี่ยนแนวข้อสอบ เน้นวิทย์ + เทคโนโลยี + วิศวกรรมศาสตร์ วัดทักษะความแม่นยำและความเร็ว เปลี่ยนจากความจำเป็นความเข้าใจ เน้นหาผลลัพธ์มากกว่าเน้นกระบวนการคิด เน้นทดสอบความถนัด วัดความรู้ความคิดความสนใจว่าเหมาะที่จะเป็นวิศวกรได้หรือไม่ ควรฝึกทำข้อสอบเก่า แต่ไม่ควรเก่ากว่าปีที่ผ่านมา
  • วิชาคณิตศาสตร์ เป็นข้อสอบที่เน้นวัดความเร็ว หากเตรียมตัวด้วยการซ้อมทำโจทย์บ่อย ๆ จะช่วยได้ เพราะจะเกิดความเคยชิน เทคนิคการทำข้อสอบให้ทันเวลาคือให้เลือกทำข้อที่มั่นใจไว้ก่อน จะได้ไม่เสียเวลา
  • วิชาชีววิทยา หากทำคะแนนวิชานี้ได้สูง บวกกับวิชาท่องอื่น ๆ เช่น อังกฤษ ก็มีโอกาสติดคณะแพทย์ ได้ ต่างจากสมัยก่อนที่เน้นคะแนนในส่วนเลข ฟิสิกส์มากกว่า เทคนิคแนะนำคนที่อยากสอบติดคณะแพทย์ ที่ปัจจุบันติดได้ง่ายกว่าสมัยก่อน คือ หากเป็นสายคำนวณให้เน้นทำคะแนนวิชาคำนวณ หากเป็นสายท่อง ให้เน้นทำคะแนนวิชาสายท่องกับอังกฤษ สำหรับแนวข้อสอบวิชาชีววิทยา ให้เน้นตามหนังสือกระทรวงปี 2560 และเฉลี่ยการออกข้อสอบทุกเรื่องเท่า ๆ กัน
  • วิชาฟิสิกส์ ความยากของวิชานี้ยังคงเส้นคงวา เพราะแม้ว่าจะเปลี่ยนคนออกข้อสอบมาเป็น สสวท. ตั้งแต่ปี 2565 แต่คะแนนเฉลี่ยก็ไม่ได้สูงขึ้นจากเดิม เนื้อหาวิชาให้เน้นตามของเดิม ออกครบทุกบท และเน้นความเข้าใจในเนื้อหาเป็นหลัก
  • วิชาสังคมศึกษา แนวข้อสอบสังคมจะถามใน 5 กลุ่มสาระ คือ ศาสนา หน้าที่พลเมือง เศรษฐศาสตร์ ประวัติศาสตร์ และภูมิศาสตร์ เทคนิคการทำข้อสอบให้เก็บในส่วนหลักธรรม ศาสนาก่อน ส่วนของประวัติศาสตร์จะค่อนข้างยากและถามกว้าง ๆ ควรทำเป็น part สุดท้าย
สหพัฒน์แอดมิชชั่น
ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...